‘สีหศักดิ์’ ยืนยันสูญเสีย 3 ลูกเรือไทย พร้อมเร่งประสานโอมาน-อิหร่าน เปิดทาง 9 เรือไทยผ่าน ‘ฮอร์มูซ’

8 เม.ย. 2569 - 20:07

  • ‘สีหศักดิ์’ ยืนยัน 3 ลูกเรือไทยเสียชีวิตจากเหตุ ‘เรือมยุรี นารี’ ถูกโจมตี

  • เตรียมเยือน ‘โอมาน’ เร่งเจรจา ‘อิหร่าน’ เปิดทางเดินเรือ

  • หวังช่วย 9 เรือไทยฝ่าช่องแคบฮอร์มูซ ช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์

‘สีหศักดิ์’ ยืนยันสูญเสีย 3 ลูกเรือไทย พร้อมเร่งประสานโอมาน-อิหร่าน เปิดทาง 9 เรือไทยผ่าน ‘ฮอร์มูซ’

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า ตามที่สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่านได้บรรลุข้อตกลงที่มีการหยุดยิง 2 สัปดาห์นี้ ฝ่ายไทยและหลายประเทศก็ถือว่าเป็นข่าวที่น่ายินดี และเราก็มีความคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายนี้จะใช้โอกาสสองสัปดาห์นี้เพื่อจะให้เป็นก้าวสำคัญให้มีการหยุดยิงที่ยั่งยืนถาวรและเป็นก้าวสำคัญที่จะไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง

โดยไทยเห็นว่า ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น สงครามได้สร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะอิหร่านและประเทศในภูมิภาค และประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาค โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมากและเข้าถึงยาก ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อย่างไรก็ตามเรามีการกำหนดมาตรการต่างๆ ที่จะแก้ไขปัญหา และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

ดังนั้นจึงอยากให้ข้อตกลงหยุดยิงในช่วง 2 สัปดาห์นี้ นำไปสู่การหยุดยิงที่ยั่งยืน และเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพ และขอให้ทุกฝ่ายมุ่งสู่โต๊ะเจรจาด้วยความจริงจังและด้วยความจริงใจ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ไทยเราให้การสนับสนุน และหลายประเทศก็ได้มีการออกแถลงการณ์ไปแล้ว

สีหศักดิ์ เผยอีกว่า มีกำหนดเดินทางไปประเทศโอมาน ระหว่างวันที่ 15-16 เมษายน 2569 โดยการเดินทางไปครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งเกี่ยวโยงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

โดยอันดับแรก จะไปเพื่อขอบคุณทางฝ่ายโอมาน ที่ได้ช่วยประสานและให้การช่วยเหลือลูกเรือของ “เรือ มยุรี นารี” ที่ถูกโจมตี และลูกเรือ 20 คน ได้รับความช่วยเหลือ สามารถเดินทางกลับประเทศไทยด้วยความปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียใจว่า ภายหลังที่มีหน่วยกู้ภัยของประเทศอิหร่านและโอมาน และต่อมาก็มีหน่วยกู้ภัยของบริษัทเรือ มยุรี นารี เข้าไปค้นหาลูกเรืออีก 3 คนด้วย

แต่ในที่สุดเราก็ทราบว่า ลูกเรือทั้ง 3 คนที่ยังอยู่บนเรือได้เสียชีวิตแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ก็ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต

สีหศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การเดินทางไปครั้งนี้ก็เพื่อไปขอบคุณโอมาน ที่ให้ความช่วยเหลือกรณีที่เรือ มยุรี นารี ที่ถูกโจมตี แต่ประเด็นที่สำคัญคือ ขณะนี้มีข่าวว่าทางโอมานกับอิหร่านมีการพูดคุยกันว่าทั้งสองประเทศจะดูแลน่านน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มูซจะร่วมกันบริหารการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มูซ เพื่อให้มีความปลอดภัย และรักษาหลักการเสรีภาพของการเดินเรือ

เราจึงอยากไปติดตามเรื่องนี้ว่า การพูดคุยระหว่างอิหร่านกับโอมานไปถึงไหนแล้ว ซึ่งเราก็อยากให้เกิดความสำเร็จ และคิดว่าอย่างน้อยในช่วง 2 สัปดาห์ที่มีการหยุดยิงนี้ น่าจะมีการเปิดทางให้เรือต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มูซ ให้สามารถเดินทางผ่านได้

ซึ่งขณะนี้ มีเรือของไทยผ่านมาแล้วหนึ่งลำคือเรือของบางจาก และเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว ขณะนี้ยังมีเหลืออีกจำนวน 9 ลำ ที่รอคอยสัญญาณให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มูซได้ และที่สำคัญมี 5 เรือที่บรรทุกปุ๋ย ซึ่งขณะนี้ ปุ๋ยเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งเราต้องการให้มีปุ๋ยสำรองมากเพียงพอ เพื่อไม่ให้กระทบกับภาคเกษตรกรรมของเรา

ผมก็จะขอให้ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ได้มีการปล่อยให้เรือไทย 9 ลำ ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มูซ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ผมเดินทางไปโอมานในครั้งนี้

ทั้งนี้ สีหศักดิ์ เน้นย้ำถึงภารกิจในการเดินทางไปโอมาน คือ

  1. ไปขอบคุณโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือมยุรี นารี
  2. ติดตามความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างโอมานกับอิหร่าน ว่าไปถึงไหนที่จะร่วมกันบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มูซ
  3. ในช่วงสองอาทิตย์ ซึ่งจะมีการหยุดยิง อยากจะไปขอให้ทางโอมานช่วยติดต่อกับทางอิหร่านอย่างน้อยเรือที่ยังค้างอยู่ 9 ลำของไทย จะได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มูซ

ดังนั้นการเยือนครั้งนี้ ก็ถือว่ามีเรื่องสำคัญที่จะเดินทางไปหารือกับฝ่ายโอมาน ซึ่งที่ผ่านมาโอมานก็พยายามที่จะประสานงานและพยายามที่จะหาช่องทางในการลดความรุนแรงและไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง

สีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ แต่สถานการณ์ก็มีความผันแปร ยังมีความไม่แน่นอน ก็อยากจะเรียกร้องให้คนไทยที่อยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับไทยและมีความห่วงใยในความปลอดภัย ให้ใช้เวลา 2 สัปดาห์นี้เดินทางกลับประเทศไทย และผู้ที่จะเดินทางกลับก็ขอให้รีบติดต่อกับทางสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ หากคนไทยรายใดมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ก็ให้แจ้งสถานทูตในการขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเรามีเงินกองทุนในการช่วยเหลือ

พร้อมเผยเพิ่มเติมว่า วันที่ 13 เมษายนนี้ จะมีการประชุมนัดพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง และประเมินหนทางสู่สันติภาพ ซึ่งก็เป็นโอกาสที่อาเซียนจะแสดงท่าทีว่า ทุกฝ่ายควรเข้าสู่โหมดของการเจรจาได้แล้ว เพราะความสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงจะหารือถึงความร่วมมือในเรื่องพลังงานเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน เราจะทำอย่างไรได้บ้าง

ซึ่งจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้ เป็นแรงกระตุ้นให้อาเซียนได้พิจารณากันอย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะไม่ใช่เฉพาะในกรอบความร่วมมือในประเทศสมาชิกอาเซียนเท่านั้น เพราะเรายังมีประเทศคู่เจรจาอีกหลายประเทศที่ผลิตพลังงาน เราอาจจะไปดูว่าเราจะสามารถมีกลไกอะไรที่จะร่วมมือกันต่อไป

ตอนนี้ความเสี่ยงในโลกนี้มีเยอะแยะ ทั้งความเสี่ยงทางด้านความมั่นคง ที่เกิดจากความขัดแย้ง ความเสี่ยงที่มาในรูปแบบของพลังงาน ความมั่นคงของพลังงานทุกคนก็เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ก่อนเราไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอสถานการณ์นี้ สถานการณ์ที่ไม่ใช่ราคาอย่างเดียว แต่ปริมาณของพลังงาน เช่น น้ำมันหรือแก๊ส หายากมาก เราจึงต้องเริ่มคิดกันแล้วว่าความมั่นคงทางพลังงานที่เราต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะในกรอบของอาเซียน

‘ไทย’ ยินดีข้อตกลงหยุดยิง ‘สหรัฐฯ–อิหร่าน’ หนุนเจรจาสันติภาพ–คุ้มครองเสรีภาพเดินเรือ ‘ฮอร์มูซ’

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ท่าทีไทยต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เนื้อหาระบุว่า

ประเทศไทยยินดีกับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และหวังว่าจะนำไปสู่การหยุดยิงและสันติภาพที่ยั่งยืน

ประเทศไทยเน้นย้ำการใช้วิธีการทางการทูตในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้โอกาสนี้ในการเจรจาเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะยาวต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์