วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารับหนังสือรับรอง สส. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเจ้าตัวได้ชูหนังสือรับรองขึ้นเหนือหัวให้สื่อมวลชนถ่ายรูป พร้อมกล่าวว่า “ตำแหน่ง สส.เป็นอำนาจสูงสุดที่ประชาชนและวีรบุรุษทหารกล้าให้มา ซึ่งผมมาจากพื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี เราจะไม่มีวันลืมวีรบุรุษที่ปกป้องแผ่นดินไทย ผมได้คะแนนเสียงจากระบบบัญชีรายชื่อถึงแม้จะไม่มากเท่าพรรคการเมืองใหญ่ แต่ก็ทำให้เสียงของคนในพื้นที่ชายแดนได้หนักแน่นมากขึ้นในสภาฯ ผมในฐานะหัวหน้าพรรค หากอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าเรื่องปัญหาชายแดนหรือพืชผลทางการเกษตรผมจะไม่มีวันลืม”
เมื่อถามถึงความชัดเจนการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยนั้น วสวรรธน์ กล่าวว่า “พรรคไทรวมพลัง มี สส. 6 คน ถึงแม้จะน้อยด้วยจำนวน แต่เราอยากให้เป็นกระบวนการที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม เพราะเราเป็นผู้แทนที่มีศักดิ์ศรี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ”
ผมอยากเห็นวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ที่ไม่รีบร้อน ตามมารยาททางการเมืองที่ถูกต้องในการร่วมรัฐบาล คือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องมาเชิญเราอย่างเป็นทางการ และเราต้องให้เกียรติพรรคภูมิใจไทยในฐานะที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการให้เราเข้าร่วมรัฐบาล ในฐานะที่เป็นพรรคเล็ก การที่เราไปรีบร้อน คำครหาของพรรคเล็กมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่ออยากไปต่อรองผลประโยชน์ ต่อรองเก้าอี้ หรือตำแหน่งเหมือนเป็นการไปแย่งชิง ซึ่งพรรคไทรวมพลังอยากสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่
— วสวรรธน์ พวงพรศรี
วสวรรธน์ กล่าวอีกว่า “การพูดคุยก่อนหน้านี้ เป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ทุกพรรคการเมืองมีโอกาสทำงานในสภาเหมือนกันหมด ซึ่งผมมีความคาดหวังในการแก้ไขปัญหาเรื่องชายแดนหรือสงครามตะวันออกกลาง อะไรก็ตามที่ฝั่งรัฐบาลทำแล้วเกิดประโยชน์เรายินดีสนับสนุน ส่วนฝ่ายค้านเราสามารถทำงานร่วมด้วยหมด อยากเห็นพรรคการเมืองแรกที่ไม่วิ่งเข้าหาอำนาจ เพื่อไปต่อรองผลประโยชน์ ถึงแม้เราจะเป็นพรรคเล็กแต่ขอยืนหยัดในศักดิ์ศรีที่มาจากประชาชน โดยผมเป็นพรรคสุดท้ายที่ต้องมีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล”
ส่วนเมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาสร้างสถานการณ์บริเวณชายแดนหนักมากขึ้น มีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะในรอบ 3 หรือไม่? วสวรรธน์ กล่าวว่า “รอบนี้คนในพื้นที่ชายแดนหนักสุดในตลอดชีวิต รวมถึงเรื่องทหาร ผมมองว่าอย่าลืมทหาร เพราะไม่ใช่ว่าพอกระแสชายแดนหายไปแล้วจะไปลืม ไม่ว่าจะเป็นเงินเยียวยาที่บางคนยังไม่ได้รับ ซึ่งเราก็ต้องติดตามปัญหาในเรื่องนี้ ทั้งนี้ งบประมาณประเทศมี อย่าไปรอแต่การบริจาค หลังจากนี้จะต้องรองบกลางในการช่วยเหลือทหารตัวเล็ก และตั้งให้เป็นงบประมาณประจำตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 70-71 จนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้และทำให้กัมพูชาไม่เข้ามารุกล้ำ” พร้อมกันนี้เรียกร้อง “สร้างแนวรั้วกันเขตแดนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว”
สำหรับวันนี้ วสวรรธน์ ได้ใส่ “เสื้อไหมสีน้ำเงินมา” มาที่สำนักงาน กกต. เมื่อผู้สื่อข่าวชมว่าเสื้อสวย วสวรรธน์ จึงชี้แจงว่า เสื้อดังกล่าวเป็นผ้าพื้นเมืองของกลุ่มชาวจังหวัดอีสานใต้ และที่เลือกเสื้อสีน้ำเงินเพราะเป็นสีที่สวยที่สุด
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อไปว่า ใส่เสื้อสีน้ำเงินเพื่อส่งสัญญาณพร้อมเข้าร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่? วสวรรธน์ หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนผมใส่เสื้อสีน้ำเงินมาเพราะเห็นว่าสีน้ำเงินเป็นสีที่สวยดี”
เมื่อถามย้ำว่า เป็นการใส่เสื้อเพื่อเป็นการถือเคล็ดใช่หรือไม่? วสวรรธน์ กล่าวว่า “ส่วนตัวไม่ได้มูเตลู แล้วแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องฟังเสียงของท่านนายกรัฐมนตรีดีกว่า”

‘นายกฯ เบี้ยว’ รับหนังสือรับรองจาก กกต.คนสุดท้าย
ขณะเดียวกันวันนี้ กฤษฎา หลีนวรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต.เป็นคนสุดท้าย ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า เมื่อวานนี้ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จึงไม่ได้เดินทางมารับหนังสือ เมื่อเดินทางมาถึงก็มารับหนังสือรับรองทันที พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ไม่ได้ถือฤกษ์อะไร เพราะฤกษ์ดีทุกฤกษ์” โดยจากนี้ก็จะเข้ารายตัวที่สภาผู้แทนราษฎร




