‘ณัฐพงษ์’ลั่น ไม่มีดีลทางการเมือง ‘ชัชชาติ’ เลี่ยงตอบ ทาบลง 'ผู้ว่าฯ กทม.' ให้ 'ปชน.'

3 พ.ค. 2569 - 13:31

  • เลี่ยงตอบ ดีลทาบ ‘ชัชชาติ’ ลงผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค ลั่น ไม่มีดีลทางการเมือง ยัน ส่งตัวเลือกดีที่สุดให้ชาวกรุงเทพฯ 

  • ไม่หวั่นโพลร่วง ‘อภิสิทธิ์’ แซง ย้ำ ‘ปชน.’ ทำงานเป็นทีม ไม่ยึดติดตัวบุคคล เตรียมเกาะติด ปมเด้ง ‘อธิบดีฝนหลวง’ ในชั้น ‘กมธ.’ 

  • พร้อมทวงคืนความยุติธรรมนักโทษการเมือง ขออย่ามองแค่‘ทักษิณ’ รอดคนเดียว โยน ‘พท.’ ตอบเองกลับมาฟื้นฟูหรือไม่

‘ณัฐพงษ์’ลั่น ไม่มีดีลทางการเมือง ‘ชัชชาติ’ เลี่ยงตอบ ทาบลง 'ผู้ว่าฯ กทม.' ให้ 'ปชน.'

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดแคมเปญในการเปิดตัวผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน หลังยิงโฆษณาทั่วกรุงเทพฯ ในสโลแกนกรุงเทพฯ ง่าย ๆ ว่า เป็นการสะท้อนถึงปัญหาการดำรงชีวิต การใช้ชีวิตใน กทม. ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเปลี่ยนให้เป็นเรื่องง่าย เช่น การใช้สิทธิ์บัตรทองเกี่ยวกับการส่งตัวที่มีความแตกต่างจากต่างจังหวัด หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต่างจังหวัด ที่มีคุณภาพที่ดีกว่าในกรุงเทพฯ โดยจะนำเสนอว่า พรรคประชาชนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่จะส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาว กทม. ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 5 เดือน 5 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 17:00 น.  

ณัฐพงษ์ กล่าวถึง คุณสมบัติของบุคคลที่จะส่งลงผู้ว่า กทม.ของพรรคประชาชน ว่า เป็นคนที่เลือกอยู่ข้างประชาชน ขณะเดียวกันมองว่า งบประมาณท้องถิ่นยังไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ และผู้บริหารจะต้องมีคุณสมบัติพร้อมทำงาน เพราะต้องเจอกับข้อจำกัดด้านสภาพทางการเมือง ที่ก่อนหน้านี้ ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใส ในการใช้งบประมาณ ซึ่งคุณสมบัติขั้นต่ำของทีมผู้ว่า กทม. คือจะต้องเลือกอยู่ข้างประชาชน และใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส  

เมื่อถาม ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ที่ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม. อีกสมัย พรรคประชาชนมีความมั่นใจแค่ไหน ณัฐพงษ์ มั่นใจในทีมผู้ว่าฯ กทม.และ สก. ของพรรค นอกจากนั้น ยังมีสส.พรรคประชาชน 33 เขตที่จะสนับสนุน ผลักดันวาระ กทม.ให้ก้าวหน้าได้ ย้ำว่า ขอให้เลือกพรรคประชาชนทั้งผู้ว่าฯ กทม.และทีม สก. จากพรรคประชาชน 

"ผมเชื่อว่า ทีมพรรคประชาชนเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดี ตัวผมก็ชื่นชมการทำงานของอาจารย์ชัชชาติ และเชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอีกหลายอย่างใน กทม. จะต้องอาศัยการแท็กทีมที่เข้มแข็ง สนามการเมืองท้องถิ่นมีบริบทการต่อรอง การผลักดันหลายอย่าง นโยบายท้องถิ่นต้องอาศัยการออกข้อบัญญัติ และงบประมาณปีละเป็นแสนล้าน ให้ผ่านสภาฯ ที่มีความโปร่งใสมากที่สุด บางทีการที่เราไม่ได้แท็กทีมมา เชื่อว่าคน กทม. เห็นว่าสีไหนเป็นตัวจริง โดยเฉพาะพรรคประชาชนสีส้ม เชื่อมั่นว่า เรามีจุดตั้งต้นทางการเมืองที่โปร่งใสตรงไปตรงมา" ณัฐพงษ์ ย้ำ 

ส่วนกรณีที่มีการประกาศรายรับของ กทม. มากกว่ารายจ่าย จะส่งผลต่อคะแนนเสียงชัชชาติหรือไม่ ณัฐพงษ์ มองว่า เป็นแนวโน้มที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องปกติของรายได้ท้องถิ่น ที่งบอาจมีบวกหรือลบ หากมีรายรับมาก ก็ต้องเป็นเงินสะสมใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป มุมหนึ่งก็มองว่า เป็นข่าวดี เป็นข่าวที่ประชาชนชื่นชม แต่อีกมุมหนึ่งส่วนต่างที่เหลือ ก็ต้องนำไปใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป แต่คำถามสำคัญ คือจะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากที่สุด และประชาชนไม่ต้องเจอข่าวซ้ำว่า ซื้อของแพงเกินจริงในกทม.  

เมื่อถามถึงการทาบทามชัชชาติ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชน มีข้อเท็จจริงอย่างไร ณัฐพงษ์ เลี่ยงที่จะตอบคำถามตรง ๆ แต่ชี้แจงว่า ไม่มีการดีลกัน แต่การพูดคุยกันเบื้องหลัง หรือนอกรอบก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทั้ง สส. และ สก. ก็มีการพูดคุยงานทั้งภายในพรรคเดียวกัน และต่างพรรค การพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ กทม. ก็เป็นเรื่องปกติในการแก้ไขปัญหาให้กับชาว กทม. 

ยืนยันว่าที่ผ่านมา ไม่เคยมีดีลทางการเมืองที่จะไปต่อรองผลประโยชน์ เป็นการคุยกันเรื่องเอาวาระประชาชนเป็นตัวตั้ง ในการแก้ไขปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีการดีลหรือต่อรองใด ๆ จะแบ่งโมเดลหรือแบ่งพื้นที่การเลือกตั้ง ไม่มีการพูดคุยแบบนั้นอยู่แล้ว อยู่ที่เสียงของประชาชนเป็นคนตัดสิน ยอมรับว่า ในมุมมองของคน กทม. หลายคนอาจตัดสินใจยาก เชื่อว่า แต่ละคนที่ถูกเสนอมาเป็นตัวเลือก ก็จะเสนอสิ่งที่ดีที่สุด

ณัฐพงษ์ ย้ำ

ณัฐพงษ์ ได้กล่าวถึงผลโพลการเมืองของฝ่ายค้าน ที่คะแนนความนิยมของตนเองร่วงลงไป แต่กลับกันคะแนนความนิยมของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แซงหน้าขึ้นมา มองเป็นการสะท้อนบทบาทการทำงานของฝ่ายค้านพรรคประชาชนอย่างไร โดยเชื่อว่า ความเข้มแข็งของพรรคประชาชน คือเราไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล เราทำงานเป็นทีม ทั้งทีม สส. และทีม สก. รวมถึงหลายภาคส่วนที่ช่วยกันขับเคลื่อนการทำงาน  

หากดูผลจากดุสิตโพลล่าสุด ไม่ใช่มีแค่ตัวแทนของพรรคประชาชนคนเดียวที่อยู่ในโพล แต่ยังมี รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วย ดังนั้น หากดูภาพรวมผลคะแนนความนิยมของพรรค ส่วนตัวยังเชื่อว่า พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้ 

ส่วนเมื่อผลออกมาเช่นนี้ จะทำให้ต้องมีความขยันมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ มีความโดดเด่นด้านการตรวจสอบรัฐบาล จะทำให้ฝ่ายค้านแข่งขันกันเองในการทำงานหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยิ่งมีการแข่งขันกันเอง แต่มองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง และนำการตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเป็นตัวตั้ง สุดท้ายคนได้ประโยชน์ก็คือประชาชน 

สำหรับกรณีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค.69 นี้ มองว่าจะส่งผลทางการเมืองไทยอย่างไร ณัฐพงษ์ ยอมรับว่า ทักษิณเคยตกเป็นเหยื่อในการดำเนินคดีทางการเมืองในอดีต และไม่ใช่แค่ทักษิณเพียงคนเดียวที่ตกเป็นเหยื่อ ฉะนั้น เมื่อทักษิณ ได้รับการพักโทษออกมา และมีเงื่อนไขในการติดกำไล EM ต่างๆ ส่วนตัวอยากให้ตั้งคำถามถึงบุคคลอื่นๆ ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในลักษณะเดียวกันด้วย 

เช่น การขับเคลื่อนของปริญญา เทวานฤมิตรกุล ที่เข้าไปยื่นหนังสือในสภา ถึง 5 พรรคการเมือง เพื่อเสนอแก้กฎหมายอาญามาตรา 29 ยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ เปลี่ยนเป็นการบริการสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ หรือการติดคุกเพราะความจน ซึ่งหลายพรรคการเมืองได้ตอบรับ ในปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่กลับต้องไปอยู่ในคุกหรือเรือนจำ เพราะไม่มีเงินไปประกันตัวออกมา  

ดังนั้น การผลักดันการแก้ไขกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เราอยากให้ทุกพรรคการเมืองเห็นด้วย และผลักดันให้ผ่านสภาฯ เพื่อคืนสิทธิของประชาชนทุกคน ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสิน ต้องสมมุติไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ เราจะปรับปรุงกระบวนการความยุติธรรมได้อย่างไร ไม่ใช่ทักษิณเท่านั้น แต่ยังมีผู้ต้องขังคนอื่นๆ ทั้งคดีการเมืองและไม่ใช่คดีทางการเมืองด้วย 

ส่วนหากมองมิติทางการเมือง ทักษิณจะเข้ามาฟื้นฟูพรรคเพื่อไทย เพื่อจะสร้างคะแนนนิยมได้หรือไม่ ณัฐพงษ์ ระบุว่า แนวทางการทำงาน หรือการปรับปรุงบทบาทการทำงานของพรรคการเมืองอื่นๆ ตนเองอยากให้ไปตั้งคำถามในแต่ละพรรคการเมืองแทน ไม่ขอตอบแทน 

ณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีการโยกย้ายอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง โดยให้เหตุผลเกี่ยวข้องกับอายุด้วย ว่า โดยหลักการแต่งตั้งโยกย้าย ทุกอย่างต้องทำไปด้วยความเป็นธรรม หากมีประเด็นการทุจริตคอรัปชั่นอยู่เบื้องหลัง คิดว่าก็เป็นความชอบธรรม ที่เราต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่หากเป็นการดำเนินการทางการเมือง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  

ฉะนั้น เรื่องนี้ยังไม่อยากให้ไปมองที่ตัวบุคคล สิ่งที่พวกเราจะทำหลังกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 9 คณะ มีการแต่งตั้งประธานเสร็จแล้ว กรณีนี้จะเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนติดตามอย่างแน่นอน เราจะใช้กลไกใน กมธ.ตรวจสอบเบื้องหลัง ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร 

ส่วนกรณีที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองนั้น ณัฐพงษ์ ระบุว่า ถือเป็นข้อคิดเห็นของแต่ละฝ่าย รอการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องหลังในชั้น กมธ. ก่อน ก็พร้อมที่จะสื่อสารต่อสังคม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์