‘บิ๊กโจ๊ก’ เอาบ้าง! ยื่น ‘สภาสูง’ ชงศาลฎีกาสอบ พนง.สอบสวน ปปป.-ป.ป.ช.

9 ม.ค. 2569 - 06:44

  • ‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งทนายยื่น ‘ประธานรัฐสภา’ ชงศาลฎีกาตั้งกรรมการอิสระ

  • ตรวจสอบอำนาจพนักงานสอบสวน ปปป.และกรรมการ ป.ป.ช. ปัดยื้อหวังต่อรองคดี ‘สินบนทองคำ’

  • ย้ำเจ้าตัวยังอยู่ในประเทศ อ้างหายเข้ากลีบเมฆเพราะไม่อยากให้เกิดการตอบโต้–ชี้นำ

‘บิ๊กโจ๊ก’ เอาบ้าง! ยื่น ‘สภาสูง’ ชงศาลฎีกาสอบ พนง.สอบสวน ปปป.-ป.ป.ช.

สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) เข้ายื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ในฐานะรักษาการประธานรัฐสภา เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งกรรมการอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ไต่สวนตรวจสอบการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

จากนั้น สัญญาภัชระ แถลงว่า ตามกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนที่ตรวจสอบคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมถึงกรณีที่จะส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช. รับเรื่องไว้ตรวจสอบนั้น ส่อว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายและส่อว่ากระทำการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะข้อกล่าวหาดำเนินคดีเกี่ยวกับ ป.ป.ช.นั้น ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจตรวจสอบตัวเอง

ส่วนรายละเอียดที่เกิดขึ้นนั้นถูกมองว่าเข้าหลักเกณฑ์ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่ากรณีกล่าวหาเรื่องกรรมการ ป.ป.ช.ร่ำรวยผิดปกติ มีช่องทางดำเนินคดีกับ ป.ป.ช. คือส่งให้ประธานรัฐสภา หรือให้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อ 1 ใน 5 หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งร่วมลงรายชื่อร่วมกัน 20,000 คน เพื่อเสนอให้ประธานรัฐสภาตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งไต่สวนคณะกรรมการอิสระ และหากมีมูลส่งต่อไปยังอัยการสูงสุด

เมื่อถามถึงกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่มีคดีให้ ‘สินบนทองคำ’ มีคลิปและหลักฐานปรากฏ ประเมินหรือไม่ว่าจะหักล้างของ สว. ที่จะส่งเรื่องให้ตั้งกรรมการอิสระ? สัญญาภัชระ ระบุว่า การจะเข้าสู่ขั้นตอนที่จะยื่นต่อประธานวุฒสภา ต้องดูในรายละเอียดและหลักฐานต่างๆ ถ้าเห็นว่ามีข้อเท็จจริงต่างๆ และสอดคล้องกับมาตรา 49 วรรคสอง จะมองว่าเป็นเรื่องทำในลักษณะตัวการ ผู้ใช้ผู้สนับสนุน เหมือนกับคดีที่ต้องไปด้วยกัน ไม่สามารถแยกการพิจารณาได้ในเมื่อกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ ดังนั้นต้องไปในช่องทางที่กำหนดไว้ เพราะมีการตรวจสอบที่เข้มข้น

ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลการตรวจสอบที่เข้มข้นของกรรมการอิสระที่ประธานศาลฎีกาตั้งขึ้นมาจากคนที่มีความเป็นกลางทางการเมืองที่ต้องพิจารณาร่วมกัน อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่าใครผิด-ใครถูก หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้มั่นใจว่าได้รับความเป็นธรรมแน่นอน แต่สิ่งที่ผมพูดคือ กระบวนการเริ่มต้นต่างๆ ผิดทั้งหมด และเป็นการกระทำที่ขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องนี้ที่ถูกกล่าวว่านี้ จำนวน 6 คน หนึ่งในนั้นคือกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนจะผิดหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่วิธีการตรวจสอบทางกฎหมายชัดเจนว่าต้องมาใช้ช่องทางนี้

ตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวน ส่วนการดำเนินการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจตรวจสอบตัวเอง เมื่อไม่มีอำนาจ ต้องเข้ามาสู่กระบวนการนี้ ดังนั้นการสอบสวนต่างๆ ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้สิ่งที่ดำเนินการนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่ทำมานั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ

สัญญาภัชระ สามารถ (ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล)

ส่วนกรณีที่ขณะนี้ ‘ภาพจำ’ ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีความน่าเชื่อถือเหลืออยู่นั้น สัญญาภัชระ กล่าวว่า “ภาพจำและข้อกฎหมายต่างกัน ผมมาพูดในเรื่องกฎหมาย ดังนั้นในเรื่องภาพจำขอให้เป็นเรื่องการพิสูจน์พยานหลักฐาน การตัดสินไม่สามารถตัดสินสิ่งนี้ได้ ต้องดูพยานหลักฐานว่ารับฟังได้ขนาดไหน พยานมาชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก”

เมื่อถามถึงการยื่นให้ สว. ตรวจสอบตั้งกรรมการอิสระไม่ใช่เป็นการแก้เกี้ยวใช่หรือไม่? สัญญาภัชระ กล่าวว่า “ไม่มีความจำเป็นที่ต้องแก้เกี้ยว เพราะการดำเนินการขององค์กรอิสระไม่ได้ทำให้คดีต้องล้มไป แต่ต้องให้เริ่มต้นกระบวนการอย่างถูกต้อง ดีเสียกว่าที่ทำไปอย่างไม่ถูกต้องแล้วจบไม่ได้ และไปฟาวล์ในภายหลัง ขณะที่การดำเนินการกับกรรมการ ป.ป.ช. มีกฎหมายที่บัญญัติสำหรับการดำเนินคดีโดยเฉพาะ”

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการใช้กระบวนการกฎหมายตอนนี้ ถูกมองว่าเพื่อประวิงเวลาเปิดโอกาสให้ต่อรองคดีเกิดขึ้นได้นั้น สัญญาภัชระ กล่าวว่า “ไม่ ไม่เลย เพราะช่วงที่รับทราบข้อกล่าวหาขณะนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทราบเฉพาะที่ถูกกล่าวหา ไม่รู้ว่า กรรมการ ป.ป.ช. เข้ามาเกี่ยวข้องส่วนใด ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนต้องทำให้ถูกต้องของกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ดี ผมไม่เห็นความเชื่อมโยงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องที่ถูกตรวจสอบ อย่างไรก็ดีไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา แต่ก่อนหน้านี้ส่งสัญญาณแล้วว่าไม่ถูกต้องขั้นตอน จึงต้องทำให้ถูกช่องทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผมแพ้หรือชนะคดี ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องถ่วงเวลา”

เมื่อถามว่าเหตุใดเรื่องใหญ่เช่นนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถึงไม่ออกมาชี้แจงเอง? สัญญาภัชระ กล่าวว่า “เพราะไม่ต้องการให้เกิดการตอบโต้กันไปมา ซึ่งอาจถูกมองได้ว่าเป็นการชี้นำ ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าหนีไปต่างประเทศแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากผมเข้าพบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทุกวันเพื่อพูดคุยทั้งเรื่องคดีและกรณีอื่นๆ ที่เป็นส่วนที่ต้องรับทราบ และหลังจากนี้ผมเองจะเข้าไปพบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เช่นกัน”

เมื่อถามถึงกรณีการดำเนินการกับ สุรสิทธิ์ แพเกิด พยานในคดีติดสินบนทองคำ? ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า “ผมไม่ก้าวล่วง เพราะไม่ได้เป็นทนายความของ สุรสิทธิ์ แต่การดำเนินการหากไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ถือว่าไม่ชอบ”

ผมมายื่นเพราะพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจตามกฎหมายและขัดกับรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะที่การดำเนินการของ ป.ป.ช. ก็ไม่มีอำนาจเช่นกัน ดังนั้นการทำที่ผ่านมา ของพนักงานสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

สัญญาภัชระ สามารถ (ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์