‘สุชาติ’ เดินชนไหล่นักข่าว ก่อนเข้าขอโทษ รับ เจอเรื่องนี้เฟลเหมือนกัน

19 พ.ค. 2569 - 13:19

  • ‘สุชาติ’ เดินชนไหล่นักข่าว บอก ‘มึงรู้จักกูน้อยไป’ หลังถูกจี้ถาม เหตุไม่ตั้งคกก.ตรวจสอบกรมควบคุมมลพิษ เผยเป็นหน่วยงานวิชาการ ไม่มีหน้าที่อนุญาต บอก ต่อสายประธานหอการค้าฯ เอง ให้เอาหลักฐานมา

  • ก่อนจะปรี่ลงจากห้องประชุม ครม. เข้าขอโทษนักข่าวรัวๆ หลังปะทะคารม แจง มองคนละมุม รับ เจอเรื่องนี้เฟลเหมือนกัน ด้านนักข่าว บอก ไม่ติดใจ ขอมองข้ามเรื่องเล็กน้อย

‘สุชาติ’ เดินชนไหล่นักข่าว ก่อนเข้าขอโทษ รับ เจอเรื่องนี้เฟลเหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ระบุกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด อันดับ 1 อยู่ที่ 102,160 บาทว่า ต้องเข้าใจว่า การทำโพลหรือการวิจารณ์สามารถทำได้หมด แต่ถ้าทำโพลแล้วมีผลกระทบ ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเสียขวัญกำลังใจ โดยที่ไม่มีข้อมูลหลักฐาน ถามว่า จ่ายเพื่ออะไร และทุจริตแล้วได้อะไร คุณต้องการอะไรจากเขา สำหรับสุชาติในฐานะหัวหน้าครอบครัวก็ต้องปกป้อง มีหน่วยงานที่ต้องควบคุมทั้งหมด 9 กรม เหมือนมีลูก 9 คน เราเลี้ยงลูกมา ทำไมเราจะไม่รู้ว่า ลูกเราคนไหนเป็นอย่างไร การจะตีลูกเราต้องมีหลักฐาน ถ้าจะมาฟ้องลูกเราก็ต้องมีหลักฐานว่า ลูกเราเกเรอย่างไร ถึงจะตีหรือลงโทษลูกเราได้ หรือถ้ามีการดำเนินคดีทางกฎหมายก็ต้องลงโทษตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับกรมควบคุมมลพิษหลังจากเป็นข่าววันแรก ได้ให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ชี้แจง

“ผมในฐานะหัวหน้าครอบครัว วันนี้ได้มอบให้พี่สาวคนโตคือ ปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นผู้ปกครอง ไปบริหารจัดการให้สังคมเคลียร์และกระจ่าง โดยประสานกับทาง กกร. ให้นำข้อมูลมาชี้แจงกับทางปลัดกระทรวง ทส. ตอนนี้ถือเป็นหน้าที่ปลัดกระทรวง เพราะเป็นผู้ปกครอง เป็นหัวหน้าราชการ นิสัยผม สไตล์ผมก็คือ ไม่ใช่ว่า ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ แต่ผมกำลังบอกว่า โพลที่ออกมาชี้ว่า คนนั้นทุจริต คนนี้ทุจริต แต่ถ้าโพลชี้นำว่า ครอบครัวของสื่อมวลชนหรือของใครเป็นครอบครัวที่ดี แย่ สื่อมวลชนจะรับได้หรือไม่ ไม่มีใครรับได้หรอก ต้องเอาหลักฐานมาดู นี่คือ สิ่งที่ผมจะยอมรับในความเป็นลูกผู้ชายของเรา ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ แต่ถ้ามีคนมาบอกว่าลูกเราเป็นคนไม่ดี เกเร แล้วเราไปตีลูกเราเลย ลูกเราจะไม่เตลิดเปิดเปิงหรอ ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง ต้องออกมาปกป้องลูกของเรา เราอยู่กับลูกทุกวัน มันไม่ใช่นิสัยอย่างนั้น เรารู้ว่า ลูกเราเป็นอย่างไร”

สุชาติ กล่าว

สุชาติ กล่าวว่า ไม่เคยให้ท้ายข้าราชการที่ไม่ดี สังเกตได้ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งกรรมการสอบ ให้ออกไม่รู้กี่คน ตั้งแต่มาอยู่เพียงไม่กี่เดือน เอาออกหมดไม่ว่าใครทำผิด ใครที่ทำให้ทรัพยากรเสียหาย ร่วมมือกับนายทุน เอาออกหมด ส่วนกรณีนายกฯ ตั้งปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯเป็นคณะทำงานประสานทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ต้องบอกว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจของคนทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องฟ้องเพื่อเรียกหลักฐานมาดู สุชาติ กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่า ฟ้อง แต่อธิบดีได้บอกแล้วว่า ได้ทำหนังสือเปิดผนึกไปขอหลักฐานที่ว่า มีการจ่ายเงินเพื่อต้องการอะไรจากกรมควบคุมมลพิษ เพราะกรมไม่ได้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต เนื่องจากเป็นกรมวิชาการ ไม่ได้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต  หรือให้คุณให้โทษที่จะให้เปิดโรงงานได้ มันไม่มี

เมื่อถามว่า พอมีข่าวนี้ออกมา ควรจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงที่จะตรวจสอบก่อนหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องการเมือง กลายเป็นว่า มีนักการเมืองบางกลุ่มหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นและขยายความว่า เราไม่ยอมรับ ซึ่งมันไม่ใช่ ต้องแยกประเด็นก่อน สมมุติมีโพลๆ หนึ่งทำโพลว่า สส.พรรคใดที่มีคดีเยอะที่สุด แล้วถ้าผลออกมาว่า เป็นพรรคของคุณ คุณยอมรับหรือไม่ คุณก็ไม่ยอมรับ เพราะโพลไม่สามารถชี้ได้ว่า เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะมันเป็นการถามและให้ขีดคำตอบ มันเป็นกูเกิล 

ทั้งนี้ ในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ควรตรวจสอบก่อนหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า แน่นอน แต่อันดับแรก ได้ให้อธิบดีชี้แจงแล้ว ทุกกรมต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรี เมื่อวันหนึ่งลูกบอกว่า แม่เขาไม่ได้ทำ เราเลี้ยงลูกก็รู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร เราปกป้องลูกเราก่อน ถ้าปกป้องเสร็จก็ต้องบอกคนที่ว่า ลูกเราให้เอาหลักฐานมาหน่อย เดี๋ยวเราจะตีลูกเราเอง

เมื่อถามอีกว่า ทำไมไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบก่อน ทำไมถึงออกมาพูดว่า ไม่ยอมรับโพลดังกล่าว สุชาติ กล่าวว่า ให้ปลัดกระทรวง ทส.ชี้แจงแล้ว เราเลี้ยงลูกมา 9 คน รู้ว่า ลูกเรานิสัยอย่างไร ถ้าลูกคุณนิสัยอย่างนี้ เมื่อรู้คุณก็ต้องตั้งกรรมการสอบ แต่คุณรู้ว่า ลูกคุณไม่มีอำนาจอะไรเลย แล้วมาว่า ลูกคุณว่า ขี้ขโมย คุณจะตีลูกคุณเลยหรือไม่

ผู้สื่อข่าวจึงย้อนว่า มันคนละอย่างกัน รัฐมนตรีจะเอามาเปรียบเทียบอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของการทำงาน สุชาติ ตอบว่า ถ้าคุณเป็นหัวหน้าหน่วย มีคนมาว่า ลูกน้องคุณ คุณต้องปกป้องลูกน้องคุณก่อน

ผู้สื่อข่าวรายเดิมจึงบอกว่า อย่างนั้นไม่ได้ ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว และบอกว่า ปกป้องลูกน้องก่อน แสดงว่า ไม่ใช่นักบริหารแล้ว มันต้องตรวจสอบ ทำให้ สุชาติ ตอบว่า ตอนนี้ปลัดกระทรวงตรวจสอบแล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงระบุว่า ปัญหาคือท่าทีของรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับโพลเลย มันเหมือนกับว่า รัฐมนตรีไม่ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ สุชาติ กล่าวว่า ถ้าเรารู้ว่า หน่วยงานเราเป็นหน่วยงานวิชาการ ซึ่งหน่วยงานวิชาการมันจะให้คุณให้โทษกับใครได้ การชี้แจงมันหมายความว่า เราทำผิดหรือ 

ผู้สื่อข่าวรายเดิมถามอีกว่า สิ่งที่รัฐมนตรีพูดเหมือนว่า ไม่เห็นด้วยกับ กกร. สุชาติ จึงย้อนถามว่า แล้วคุณจะแนะนำอย่างไร ผู้สื่อข่าวจึงระบุว่า ไม่ได้แนะนำ เพียงแต่บอกว่า เรื่องนี้ควรมีการตรวจสอบก่อน แต่ถ้ามีข่าวปุ๊บ แล้วรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยเลย มันจะเป็นปัญหาว่า เราไม่ยอมรับกระบวนการ สุชาติ ตอบว่า ก็ให้อธิบดีชี้แจงก่อน ให้คนออกมาชี้แจงทั้งหมดก่อน มาพูดหลังจากที่กรมชี้แจงไปแล้ว ที่ไม่ออกมาชี้แจงก่อน เพราะไม่รู้อำนาจหน้าที่ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายเดิมยังถามย้ำว่า แต่การชี้แจงมันไม่ใช่การตรวจสอบ มันเหมือนเป็นการออกมาพูดเฉยๆ สุชาติ กล่าวว่า การตรวจสอบก็ต้องให้ กกร.เอาหลักฐานออกมาว่า ที่ทำโพลมาว่า รับเงินในข้อหาได้ใบอนุญาต หรือใบอะไร

ผู้สื่อข่าวจึงย้อนถามว่า “สรุปว่า ท่านไม่ได้ตรวจสอบใช่หรือไม่” สุชาติ แสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนชี้มือไปที่ผู้สื่อข่าวที่ถามว่า “ผมถาม ผมโทรไปถามพี่พจน์ (พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย) ให้เอาหลักฐานมา ผมโทรไปเอง ถามเขาดูว่า จริงไหม ผมเป็นคนชัดเจน”

ส่วนที่บอกว่า ให้รายงานกับปลัดกระทรวง คือให้ตรวจสอบใช่หรือไม่นั้น สุชาติ กล่าวว่า ให้ปลัดกระทรวงเรียก กกร.มาในวันนี้ ให้เอาหลักฐานเอกสารมาดู ผู้สื่อข่าวจึงระบุว่า ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ทำให้สุชาติ กล่าวย้ำว่า “ตั้งแต่วันแรกเลย ผมโทรหาพี่พจน์ ไปถามดูว่า โทรไปจริงไหม คนอย่างผม ไม่มีถอยหรอก โทรถามเลย เอาหลักฐานมาพี่พจน์ รู้จักกันต้องรู้จักนิสัยกัน”

ทั้งนี้ ทาง กกร.จะเอาหลักฐานไปให้ปลัดกระทรวง ทส.วันนี้ใช่หรือไม่นั้น สุชาติ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องคุยกับปลัดกระทรวงเอง เพราะมอบให้ปลัดกระทรวงไปแล้ว เนื่องจากเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องตรวจสอบค้นหาความจริงให้ได้ สุชาติเป็นหัวหน้าครอบครัว ปลัดกระทรวงเป็นผู้ปกครอง หน้าที่ของปลัดกระทรวงไปว่าเอา เพราะสุชาติไม่ได้เป็นคนตั้งข้าราชการซี 8 ซี 9 เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงและอธิบดีที่เป็นคนตั้ง สุชาติเป็นคนตั้งอธิบดีเสนอเข้า ครม. ถึงรู้นิสัยว่า อธิบดีแต่ละคนเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นข้าราชการข้างล่าง ปลัดกระทรวงก็ไปจัดการ ไปค้นหามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้น สีหน้าสุชาติแสดงออกถึงความไม่พอใจ และเดินแหวกวงสัมภาษณ์ตรงจุดที่ผู้สื่อข่าวรายที่จี้ถามหลายคำถาม โดยระหว่างนั้นมีการเดินชนไหล่กับผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวด้วย ทำให้ผู้สื่อข่าวรายนั้นถึงกับพูดว่า “เดินชนกันอย่างนี้เลยเหรอ” ขณะที่สุชาติได้หันมาพูดว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป” ก่อนเปลี่ยนไปขึ้นทางตึกบัญชาการ 2 จากเดิมที่ขึ้นทางตึกบัญชาการ 1

จากนั้น เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที สุชาติ ได้ให้ทีมงานประสานติดต่อไปยังสื่อมวลชนคนดังกล่าวเพื่อที่จะขอโทษ และพูดคุยทำความเข้าใจ ก่อนที่สุชาติ จะเดินลงมาจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรี แม้การประชุมยังไม่เสร็จสิ้น เพื่อมาหานักข่าวคู่กรณีที่ห้องทำงานสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล

ทันทีที่มาถึง สุชาติได้ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษกับผู้สื่อข่าวคู่กรณี พร้อมบอกว่า “ขอโทษครับพี่” และจับมือพร้อมกับนั่งลงพูดคุยเคลียร์ใจ โดยสุชาติ กล่าวว่า “ผมขอโทษ สิ่งที่พี่แนะนำผมน้อมรับไว้ ต้องขอโทษอีกครั้ง เพราะเรามองกันคนละมุม”

โดยผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว ได้ตอบไปว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษ ตอนแรกคิดว่ารัฐมนตรีจะเดินมาคุย เพราะทุกครั้งหลังสัมภาษณ์ก็จะเป็นแบบนี้ที่สัมภาษณ์ในวง และออกมาคุยกันได้ อยากให้รัฐมนตรี อย่าไปติดใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ”

สุชาติ กล่าวต่อว่า “ต้องขอโทษ ด้วยความที่เรามีความตั้งใจในการทำงาน ตอนแรกเราก็ได้ให้แก้ไขปัญหา ชี้แจงในเรื่องที่ถูกต้อง และต้องขอโทษจริงๆ ที่พูดกับพี่ไม่ดี เราลูกผู้ชายต้องขอโทษ ขอให้ถือว่า ผมเป็นน้องของพี่ สิ่งที่ผมพูดไป อาจจะมีข้อมูลอีกด้าน เราอาจจะฟังมาจากคนข้างนอกหมด เมื่อกี้นั่งประชุม ครม. ก็คิดว่าลงมาขอโทษพี่ดีกว่า และได้ให้ทีมงานประสานมา ขอให้พี่ให้อภัยผมก็แล้วกัน ก็ผิดพลาดกันได้ ยืนยัน ผมมีความตั้งใจ ผมมาย้อนฟังถึงคำถามของพี่ ก็รู้ว่าพี่หวังดี เราก็ไม่สบายใจ ต้องขอโทษพี่จริงๆ ด้วยความเคารพ ที่ผ่านมาสื่อมวลชนทุกท่าน ผมไม่เคยไม่ให้สัมภาษณ์ใคร แต่บังเอิญว่า เรามุ่งหวังคาดหวังแบบนี้ อาจจะทำให้กระทบกระทั่งน้ำใจกัน ก็ขอโทษจริงๆ”

ก่อนที่ สุชาติ จะยกมือไหว้อีกครั้ง และยกมือไหว้ไปที่สื่อมวลชน ก่อนบอกว่า “ขอโทษสื่อมวลชนทุกคน” ขณะที่ผู้สื่อข่าวคู่กรณี กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจอะไร

สุชาติ กล่าวต่อว่า “ขอบคุณพี่ๆ ที่ให้คำแนะนำ ยอมรับว่า เราทำงานอยู่ มาเจอเรื่องนี้เราก็เฟลเหมือนกัน ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น ก่อนยกมือไหว้อีกครั้ง และจับมือกับนักข่าวคนดังกล่าว แล้วจึงกลับขึ้นไปประชุมคณะรัฐมนตรีต่อ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์