ประธานรัฐสภา เคาะ 15 พ.ค. ถก 31 ร่างกฎหมาย ให้เวลา 9 ชม. ติง สส. เลิกก้มหน้าอ่านโพย

11 พ.ค. 2569 - 14:55

  • ประธานสภาฯ เคาะ 9 ชม. ถก กม. 31 ฉบับ 15 พ.ค. ย้ำวิปคุมอภิปราย พร้อมจี้สมาชิกเน้นเนื้อหาคุณภาพ เลิกอ่านโพย

ประธานรัฐสภา เคาะ 15 พ.ค. ถก 31 ร่างกฎหมาย ให้เวลา 9 ชม. ติง สส. เลิกก้มหน้าอ่านโพย

วันที่ 11 พฤษภคม พ.ศ.2569 ที่รัฐสภา โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวุฒิสภา (สว.) เพื่อเตรียมการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่ครม. ได้ยืนยันส่งกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จำนวน31ฉบับ ขณะนี้ได้ข้อสรุปเรื่องกรอบเวลาการประชุมไว้ที่ 9 ชั่วโมง และหากยังไม่แล้วเสร็จสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก 30 นาที โดยแบ่งเวลาตามสัดส่วนของแต่ละฝ่าย

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า การอภิปรายควรมุ่งเฉพาะประเด็นที่เห็นต่างหรือมีข้อสงสัย โดยเฉพาะกรณีกฎหมายฉบับอื่นที่ไม่ได้ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งฝ่ายค้านสามารถตั้งคำถามเพื่อให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงได้ว่าเหตุใดจึงไม่นำเข้าสภา ส่วนกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาและมีการยืนยันกลับมาแล้วนั้น ไม่ควรอภิปรายลงลึกในรายละเอียดมากนัก เพราะถือว่าผ่านกระบวนการของสภาไปแล้ว โดยสามารถอภิปรายในเชิงสนับสนุนหรือให้ข้อสังเกตได้เพียงพอสมควร ทั้งนี้ การประชุมวันที่ 15 พฤษภาคม จะหารือเพียงเรื่องข้อสรุปตามกรอบการประชุมเป็นหลัก แม้จะมีข้อเสนอให้นำวาระอื่นขึ้นมาหารือเพิ่มเติม แต่เกรงว่าจะใช้เวลาไม่ทัน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าในช่วงสัปดาห์ถัดไปหรือเดือนหน้า จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อหารือวาระสำคัญของรัฐบาล เช่น ข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าหากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกฎหมายเพิ่มเติมจะสามารถนำเข้าสู่การประชุมได้ทันหรือไม่ โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติและส่งร่างกฎหมายมายังรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถเพิ่มเติมร่างกฎหมายอื่นเข้ามาได้ทัน และจะดำเนินการตามวาระที่ยืนยันส่งมาแล้วเท่านั้น

เมื่อถามว่าหากฝ่ายค้านพูดหรืออภิปรายเกี่ยวกับกฎหมายที่ไม่ได้มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม จะมีการควบคุมการประชุมอย่างไร ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการประชุมรัฐสภาที่ทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงของวิป ซึ่งเป็นหน้าที่ของวิปแต่ละพรรคที่จะไปทำความเข้าใจกับสมาชิกของตนเอง หากเป็นกฎหมายที่มีการยืนยันกลับมาแล้ว ไม่ควรอภิปรายลงลึกในรายละเอียดมากเกินไป แต่ควรเน้นเฉพาะข้อสังเกตหรือสาระสำคัญ

“ส่วนตัวอยากเห็นการอภิปรายในสภาฯ ที่มีคุณภาพและน่าติดตามมากขึ้น เพราะในอดีตแม้จะมีเพียงการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุ แต่ประชาชนก็ยังติดตาม เนื่องจากสมาชิกอภิปรายจากความเข้าใจและมุมมองของตนเอง ต่างจากปัจจุบันที่หลายคนเตรียมเอกสารมาอ่านจนขาดเสน่ห์ของการอภิปราย” โสภณ กล่าว

โสภณ กล่าวด้วยว่า ประสิทธิภาพของสภาฯ ไม่ได้อยู่ที่การประชุมยาวหรือสั้น แต่อยู่ที่เนื้อหาและคุณภาพของการอภิปราย หากเห็นด้วยก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก แต่หากไม่เห็นด้วยก็ควรใช้เวลาซักถามอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน มากกว่าการอภิปรายเพื่อกรอบเวลาตามกรอบที่กำหนดไว้เท่านั้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์