เรื่องมันมีอยู่ว่า คนเสื้อแดงและผู้สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร นับถอยหลังวันพักโทษออกจากเรือนจำ ส่วนคู่รัก คู่แค้นอย่างหมอวรงค์ยืนยันว่าไม่ติดใจเรื่องคดีความ เพราะได้รับโทษเรียบร้อยแล้ว <> เรื่องหลานก็ว่ากันไป แต่รัฐมนตรีเกษตรสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีคนร้องให้สอบบิ๊กกรมปศุสัตว์กรณีสวมสิทธิ์ส่งออกตีนไก่ไปจีน จนโดนแบน <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เมื่อ‘นพ.วรงค์’ออกปากชม‘ทักษิณ’
‘คนเสื้อแดง’ดี๊ด๊าหวัง‘สทร.’คัมแบ็ก
ตั้งวงกันมาพักใหญ่แล้ว สำหรับ ‘คนเสื้อแดง’ ที่เป็น ‘แฟนพันธุ์แท้’ ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่จะใช้โอกาสที่ ทักษิณได้รับการ ‘พักโทษ’ ในวันที่ 11พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ฟื้น ‘คนเสื้อแดง’ขึ้นมาอีกครั้ง
วันก่อนได้ยิน ‘เต้นเยี่ยมใต้’ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.โพสต์ FB ตั้งคำถามว่า
‘ทำไมอดีตนายกฯทักษิณต้องรับโทษและเมื่อได้พักโทษก็ยังไม่พ้นบ่วงบาศ นายกฯทักษิณออกมายังต้องใส่กำไลEM ไม่รู้ว่าที่รออยู่ข้างหน้าคืออะไร ใครก็ตามที่ต่อสู้ทางการเมืองถูกกระทำจากอำนาจเผด็จการในห้วงเวลาที่ผ่านมา ล้วนควรได้รับโอกาสแห่งอิสรภาพ’
ต้องชัดกันก่อนว่า วันที่ 11 พฤษภาคมนี้ เป็นเพียงการ‘พักโทษ’ส่วนการ ‘พ้นโทษ’ ต้องรอวันที่ 9กันยายนที่จะถึงนี้
อีกคนที่พอๆกับ ‘เต้นเยี่ยมใต้’ นั่นคือ ‘เด็จพี่’ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศ ‘คัมแบ๊ก’ ทางการเมืองหลัง ‘พ้นโทษ’ จำคุกมานาน 10 ปี
ถ้าจำได้ ‘เด็จพี่’ และ นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 ในคดีหมิ่นประมาทนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ร่วมกันให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อปี 2553 กล่าวหาว่า นายวสันต์ ให้ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าพบเป็นการส่วนตัวในระหว่างที่มีการพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์

ฟังกองเชียร์ที่หวังจะ ‘โหน’ ทักษิณ กลับเข้าการเมืองอีกครั้งไปก็งั้นๆ ‘รอบนี้’ ควรต้องฟัง ‘ฝ่ายตรงข้าม’ ซึ่งขับเคี่ยว ตามขุดคุ้ย ‘ระบอบทักษิณ’ อย่าง ‘หมอวรงค์’ หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ดูบ้าง
‘สิ่งที่เกิดกับนายทักษิณ เป็นการกระทำผิดกฎหมาย และใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชน อ้างว่าเจ็บป่วยไม่ยอมติดคุก จนมีการต่อสู้ของภาคประชาชน จนศาลมีคำพิพากษาให้กับไปจำคุก ดังนั้นการที่นายทักษิณได้จำคุกมาแล้ว 8 เดือน ก็ถือว่าเขาได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงแล้ว สามารถได้รับการพักโทษ เป็นสิทธิ์ที่นายทักษิณ และคนอื่นๆควรจะได้รับส่วนผมเองโอเค เพราะยึดหลักความถูกต้อง และกฎหมาย ในเมื่อเขารับผิดและติดคุกแล้ว ก็ต้องชื่นชมเขา’
‘หากดูการระดมมวลชน ที่มีการแจกลอตเตอรี่ และเชิญชวนให้มาต้อนรับการออกจากคุก เป็นการสะท้อนว่านายทักษิณยังไม่ทิ้งการเมือง แต่เขาก็ไม่ผิดเพราะมีสิทธิ์ที่จะทำ แต่การทำแบบนี้ผมอยากให้ตระหนักถึงอดีตที่ผ่านมา อะไรที่ทำผิดพลาดก็ควรจะรับรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ส่วนจะมีผลต่อการเมืองหรือไม่ หากเคารพกติกา มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา จะทำอะไรก็ทำ แต่เมื่ออายุเยอะกันแล้ว ก็ควรจะรู้บทเรียนว่า ปัญหาเกิดจากการไม่เคารพกฎหมาย จนเกิดความแตกแยกในสังคม’
‘ตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาให้นายทักษิณต้องจำคุก ผมก็ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว แทบจะไม่แสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับนายทักษิณเลย ผมเคารพนายทักษิณที่เคารพคำตัดสินของศาล เขาทำหน้าที่ของเขาได้ดีแล้ว ผมก็ชื่นชม’
ยังไม่มี ‘ใครรู้’ ว่าหลัง ‘พ้นโทษ’ วันที่ 9 กันยายน และไม่ต้องติดกำไล EM ทักษิณ จะคิดอย่างไรกับการเมือง
แต่ที่แน่ ๆ วันที่ 26 กรกฎาคมวันคล้ายวันเกิดที่ปีนี้ทักษิณจะครบ ‘77 ปี’
น่าจะมีคำตอบในใจแล้วว่า ‘ทางสว่าง ทางสงบ’ คืออะไร
<<<<<>>>>>>
ร้อง‘สุริยะ’สอบ‘บิ๊กกรมปศุสัตว์’
หลัง‘ตีนไก่ไทย’ถูกระงับส่งออก
นับตั้งแต่ปี 2562 ถึงปี 2568 จากยุค ‘เดอะต่อ’ เฉลิมชัย ศรีอ่อน จนมาอยู่ในการกำกับดูและของ ‘ทีมผู้กองยอดรัก’ ตั้งแต่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และ อรรถกร ศิริลัทธิยากร เรื่องราวหนึ่งที่ปรากฏเป็นข่าวกันอยู่เนือง ๆ แม้ช่วงหนึ่งจะโด่งดังนำไปสู่การตรวจสอบกัน ‘ยกใหญ่’ แต่สุดท้ายก็ ‘จับมือใครมาดมไม่ได้’
นั่นคือ การนำเข้าชิ้นส่วนสัตว์จากต่างประเทศ เรื่อยไปจนกระทั่งการนำเข้า ‘ชิ้นส่วนไก่’ โดยเฉพาะ ‘ตีนไก่’ และลามไกลไปจนถึงขั้นนำเข้า ‘ตีนไก่’ จากต่างประเทศ แล้วมาสวมเป็น ‘ตีนไก่ไทย’ เพื่อส่งขายไปที่จีน
‘วงใน’ แวดวงส่งออกบอกว่า ถึงวันนี้ปัญหาก็ยัง‘มีอยู่’ เพียงแต่ ‘ไม่เป็นข่าว’ เท่านั้น

พอได้เห็น นพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ยื่นหนังสือถึง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ สาระสำคัญคือ การขอให้‘ตรวจสอบ’และ‘โยกย้าย’ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เพราะถูกกล่าวหา ละเลยปัญหาส่งออกสัตว์ปีกไปจีน จนถูกระงับโรงงานกว่า 22 แห่ง เตือนหากไม่เร่งแก้ เสี่ยงโดนแบนทั้งระบบ
ปัจจุบันการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกไปจีน มีสัดส่วนถึง 22% ของมูลค่าการส่งออกเนื้อสัตว์ไทย หรือราวปีละเกือบ 30,000 ล้านบาท กำลังเผชิญ‘วิกฤตหนัก’ หลังจีนลดจำนวนโรงงานที่ได้รับอนุญาตส่งออก จาก 26 โรงงาน เหลือ 4 โรงงาน เพราะข้อสงสัยเรื่องศักยภาพการผลิต ไม่ตรงกับใบรับรองที่กรมปศุสัตว์ออกให้ และตั้งข้อสังเกตว่า อาจ‘สวมสิทธิ์’ เนื้อสัตว์ปีกที่มาจากประเทศอื่นที่ทางการจีนไม่รับซื้อ
นพรุจ อ้างว่าจีนสั่งระงับ 22 โรงงานในไทยตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 แม้ทางการจีนจะมีหนังสือแจ้งให้แก้ไขแต่จนถึงขณะนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยังเพิกเฉยไม่แก้ไข
อธิบดีกรมปศุสัตว์ ปัจจุบันชื่อ ‘นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลสนนท์ ’
ถ้าจำได้ ‘ช่วงหนึ่ง’ ที่มีการตรวจสอบเรื่อง ‘ตีนไก่’ กันนั้น ปรากฏการณ์ส่ง ‘ตีนไก่’ ไปจีนนั้นมี ปริมาณมากจนผิดปกติ จนลือกันว่า ‘จำนวนตีนไก่’ ที่ส่งออกไปนั้น ‘มากกว่าจำนวนไก่’ ที่เลี้ยงในประเทศ
อำนาจในการ ‘ออกใบรับรอง’ เพื่อส่งออกนั้นเป็นอำนาจของอธิบดีแต่เพียงผู้เดียว แม้ที่ผ่านมา จะตรวจสอบจะจัดการ แต่แปลกมั้ยที่จนป่านนี้ ‘การระงับ’ นั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ว่ากันว่า ครั้งหนึ่งเคยมีการร้องเรียนไปที่กระทรวงพาณิชย์ยุค ‘ภูมิธรรม’ แต่พอส่งเรื่องให้กระทรวงเกษตรฯไปจัดการ ‘ก็เงียบฉี่’ กลับมา
หลัง ‘ซูเปอร์ จี’ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ แก้ปัญหา ‘ผลไม้ไทย’ เสร็จแล้วมาดู ‘การส่งออกไก่’ ก็น่าจะดีอยู่ไม่น้อย




