เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พักโทษ’ทักษิณ ยิ่งลักษณ์‘หนีคดี’ แค่‘จบตอน’ที่ยังไม่น่าใช่‘ตอนจบ’ ส่งสัญญาณ‘ถอย’แลนด์บริดจ์ ภท.แจงยิบสยบ‘ข่าวบิดเบือน’

12 พ.ค. 2569 - 06:45

  • การพักโทษของทักษิณ ชินวัตร กำลังถูกประเมินถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา

  • หลังจากนี้ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวว่าถึงตอนจบ หรือแค่จบตอน

  • รัฐบาลภูมิใจไทย ส่งสัญญาณถอยโครงการแลนด์บริดจ์ หลังเจอแรงต้านรอบด้าน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พักโทษ’ทักษิณ ยิ่งลักษณ์‘หนีคดี’ แค่‘จบตอน’ที่ยังไม่น่าใช่‘ตอนจบ’ ส่งสัญญาณ‘ถอย’แลนด์บริดจ์ ภท.แจงยิบสยบ‘ข่าวบิดเบือน’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ ออกจากเรือนจำ ต่อจากนี้ไปคือบทพิสูจน์ว่า จะเดินอย่างไรต่อไปจะเป็นตอนจบ หรือจบตอนทางการเมือง <>รัฐบาลภูมิใจไทย ส่งสัญญาณถอยโครงการแลนด์บริดจ์ หลังเจอแรงต้านรอบด้าน ตัดจบแบบดื้อ ๆ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘พักโทษ’ทักษิณ ยิ่งลักษณ์‘หนีคดี’

แค่‘จบตอน’ที่ยังไม่น่าใช่‘ตอนจบ’

ถือเป็นอีกวันบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองสำหรับ อดีตนายกฯที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นล้นหลามจากเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น วงศ์ตระกูล ‘ชิน-ดา-วงศ์’  สส.พรรคเพื่อไทยเรื่อยไปจนถึง ‘แกนนำ’ คนเสื้อแดง

ทักษิณ ชินวัตร กับก้าวแรกสู่อิสระภาพ หลังได้รับการพักโทษ  ออกจากเรือนจำ ท่ามกลางการต้อนรับจากลูก และกลุ่มผู้สนับสนุน
ทักษิณ ชินวัตร กับก้าวแรกสู่อิสระภาพ หลังได้รับการพักโทษ ออกจากเรือนจำ ท่ามกลางการต้อนรับจากลูก และกลุ่มผู้สนับสนุน

ตลอดจนมวลชนคนเสื้อแดงที่ระดมกันเข้ามาแสดงออก และแฝงนัยยะทางการเมืองเมืองไว้อย่างขัดเจนว่า อยากให้ ‘ทักษิณ’ กลับมา ‘เล่นการเมือง’ อีกครั้ง

การ ‘พักโทษ’ นั้นมี ‘เงื่อนไข’ ระบุไว้ชัดเจนว่าอะไรบ้างที่ ‘ห้ามทำ’  ซึ่งทั้งหมดน่าจะชัดเจนหลัง ‘พ้นโทษ’ ในวันที่ 9 กันยายน 2569ที่จะถึงนี้

สมชาย แสวงการ อดีต สว. บอกว่า ยังมี 3 คดีติดตัวทักษิณประกอบด้วย

1.คดี 112 ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นอุทธรณ์

2.คดีภาษีจากการขายหุ้น ‘ชินคอร์ป’ 1.76 หมื่นล้านบาทซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาออกมาแล้ว แว่วๆว่า ปัจจุบันมีการตามคืนภาษีมาได้แค่ 50 ล้านเท่านั้น

3.คดีที่เกี่ยวกับเครือข่ายที่‘ช่วยเหลือ’ จนเกิดเหตุการณ์ ‘ชั้น14’ และนำมาซึ่งการติดคุกจริงของ ‘ทักษิณ’ ในส่วนนี้อยู่ในขั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช.ที่กำลังถูกคำถามเรื่อง ‘หลายมาตรฐาน’ จากสังคมไทย

ในบรรดา ‘ชิน-ดา-วงศ์’  ที่มาร่วมต้อนรับการ ‘กลับบ้าน’ ของ ‘ทักษิณ’ นั้นมี 2 คนที่ไม่มาปรากฏตัวคือ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา ‘ทักษิณ’ ซึ่งเคยเข้าเยี่ยมในเรือนจำมาแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนอีกคนคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯรัฐมนตรี หรือ ‘นายหญิงแดนไกล’ ของคนวงในพรรคเพื่อไทยนั่นเอง

พูดถึง ‘อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์’ นั้น ‘หลบหนี’ คดีจำนำข้าวอยู่ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ซึ่งบัดนี้ ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว ขณะเดียวกันในส่วนของคดีแพ่ง ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยให้ ‘ชดใช้’ ในความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568วงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท

ดังนั้น ‘ฉากสุดท้าย’ ของ ‘ทักษิณ’ จึงไม่ใช่เพื่อ ‘ทักษิณ’ อีกต่อไป แต่จะเป็นการ ‘กลับมา’  เพื่อพา ‘น้องสาว’  กลับบ้าน ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะใช่อย่างที่ ‘ทักษิณ’  ได้ทำมา

แค่ ‘จบตอน’  ยังไม่ถึง ‘ตอนจบ’ นะจะบอกให้

<<<<<>>>>>>

ส่งสัญญาณ‘ถอย’แลนด์บริดจ์

ภท.แจงยิบสยบ‘ข่าวบิดเบือน’

บทจะมาก็มาแบบ ‘ไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย’ บทจะไปก็ไปแบบ ‘ไปไม่ลามาไม่ไหว้’ ยังไงยังงั้นสำหรับ อภิมหาโปรเจกต์ที่เรียกว่า ‘แลนด์บริดจ์’ ที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ‘ซื้อเวลา’ ด้วยการตั้ง ‘รองเอก’  เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง มาศึกษาโครงการกำหนดกรอบไว้ 90 วัน

ล่าสุดจู่ ๆ พรรคภูมิใจไทย ก็โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย เป็นภาพอินโฟกราฟิก พร้อมระบุข้อความว่า  เคลียร์ชัด! ‘แลนด์บริดจ์’ ฉบับภูมิใจไทย สยบข่าวลือ บิดเบือนความจริง

เนื้อหากล่าวถึงพ.ร.บ. SEC vs แลนด์บริดจ์ ด้วยการระบุว่า เป็น ‘ความเข้าใจผิด’ เพราะร่าง พ.ร.บ. SEC ตกไปตั้งแต่ 2 สมัยที่แล้ว และคณะรัฐมนตรี ไม่ได้พิจารณาต่อ ปัจจุบันไม่มีผลทางกฎหมายและไม่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ที่เป็นโครงการใหม่

ขณะที่โครงการ ‘แลนด์บริดจ์’ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ และผลดี-ผลเสียอย่างถี่ถ้วนยังไม่ได้มีการเริ่มก่อสร้างหรือลงทุนจริง

สำหรับเป้าหมายหากโครงการเกิดขึ้นนั้นถูกระบุว่า

1.ดันไทยเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

2.  ลดระยะเวลา การขนส่งทางทะเล

3. เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว

4. เกิดการจ้างงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศ

แต่ที่น่า‘สะกิดใจ’ อยู่ตรงที่มีการระบุว่า เงื่อนไขสำคัญคือหากศึกษาแล้วพบว่า ‘ไม่คุ้มค่า’ หรือ ‘ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการ’ โครงการจะไม่เกิดขึ้น

เข้าใจว่าเหตุที่ต้องมี‘แถลงการณ์’ออกมาเพราะพรรคภูมิใจไทยกำลังโดนมรสุม ‘ข่าวบิดเบือน’ เล่นงานเข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะเป็น

1. การให้สิทธิ์ชาวต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี

2.การอนุญาตให้ทำกาสิโน หรือธุรกิจที่ขัดต่อกฎหมายโดยเด็ดขาด

3. ตั้งงบลงทุน 1 ล้านล้านบาท

ซึ่งทั้ง3ข้อนั้นล้วน ‘ไม่มี’  ทั้งสิ้น

นับตั้งแต่ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ‘จบลง’  รัฐบาลที่มีสีน้ำเงินเป็นแกนนำ เจอ ‘ก้อนอิฐ’ เข้าไปหลายก้อน ไล่ตั้งแต่ แก้ไขปัญหาน้ำมัน จนมาถึงโครงการแลนด์บริดจ์ และล่าสุดที่กำลังเผชิญคือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท

ได้ยิน กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายกฯเรียกประชุม ครม.พรรคภูมิใจไทยไว้ว่า

ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม ประธานสภาฯ จะส่งเรื่องการตีความ พ.ร.ก.กู้เงินไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เลยทำให้ประธานสภาฯยังไม่บรรจุระเบียบวาระ คิดว่าอย่างไรต้องรอให้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน

น่าสนใจว่า การเดินหน้าโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ จะเกิดขึ้นหรือไม่ แม้การลงทะเบียนจะเกิดขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวออกมา แต่การ ‘ใช้เงิน’ 4,000บาท ผ่านโครงการนั้น ดูยังไงก็คงจะต้องรอ ‘ข้อสรุป’ จากศาลรัฐธรรมนูญ แม้นายกฯอนุทินจะบอกว่า ‘รับผิดชอบ’ เองก็ตาม

ฉะนั้นโอกาส‘สะดุด’ ดูแล้วท่าจะมีมากกว่า โอกาส ‘ฉลุย’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์