เรื่องมันมีอยู่ว่า เห็นเอาการ เอางานอยู่ไม่กี่เรื่องสำหรับพรรคประชาชน ยังประสานเสียงเรื่ององคมนตรีร่วมประชุมกับรัฐมนตรีไม่เลิก ถึงกับเสนอให้ยกเลิกคณะองคมนตรี นั่นคือการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 2 ถ้าเลือกทางนี้รัฐธรรมนูญใหม่ก็ตายก่อนเกิด <> ถึงเวลาจัดการตัดเอกสิทธิ์ สส.หนีคดีด้วยการอ้างวาระสมัยประชุมเสียที สส.ทำผิดก็ต้องดำเนินการเทียบเท่าประชาชนทั่วไป ถึงจะเรียกว่าความเท่าเทียม ยุติธรรม ที่นักการเมืองชอบพูดติดปาก เรียกร้องตลอดเวลา แต่พอถึงตัวเองก็หุบปากเงียบ อาศัยช่องว่างแอบซ่อน <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
ยกเลิกองคมนตรี‘ปิยบุตร’คิดไกล
‘แก้ไขรธน.’เริ่มตั้งเค้า‘วุ่นวาย’
แม้จะถูกวิจารณ์อย่าหนัก กับข้อเสนอของปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เกี่ยวกับการ ยกเลิก ‘คณะองคมนตรี’ ซึ่งเป็นความเห็นที่ ‘ตามมา’ หลังพรรคประชาชนออกแถลงการณ์ ไปจนถึงท่าทีของ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชนอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ ‘วิจารณ์’การประชุมเกี่ยวกับการรับมือ ‘ภัยแล้ง’ หลัง 9 องคมนตรีเข้า ‘รับฟัง’ แนวทางการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลก่อนหน้านี้
แนวคิดของ ‘ปิยบุตร’ จะไม่มีทางเกิดขึ้นหากพรรคประชาชน ซึ่งกำลังจะเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อ ‘เปิดทาง’ให้มี ‘สสร.’ มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังผลประชามติกว่า 21 ล้านเสียง‘สนับสนุน’ ไม่ถูก‘ตอบสนอง’
ข้อเสนอ ‘ยกเลิกองคมนตรี’ อย่างที่ ‘ผู้นำจิตวิญญาณ’ ของพรรคส้มเสนอนั้นต้องแก้ไขใน ‘หมวด2’ ซึ่งเป็น ‘เงื่อนไขสำคัญ’ ที่บรรดาแทบจะ ‘ทุกพรรค’ ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ไม่เอาด้วย’
พูดง่ายๆคือ หากร่างแก้ไขร่างไหนมีเรื่องการแก้ไขหมวด 1 กับหมวด 2 ขึ้นมาเมื่อไหร่ได้ ‘คว่ำ’ ในวาระที่ 1 แน่ๆ

คำถามสำคัญคือ แล้ว ปิยบุตร จะเสนอ ‘แนวคิด’ ที่สวนทางในลักษณะ ‘แบบนี้’ ออกมาทำไม ทางหนึ่งมองว่า ต้องการแยก ‘ส้มอุดมการณ์’ ออกจาก ‘ส้มการเมือง’ เพราะก่อนหน้านี้ ปิยบุตร เขียนจดหมาย ‘บรรยาย’ ความเปลี่ยนไปของอุดมการณ์ แถมยัง ‘ออกตัว’ ชัดเจนว่า นับจากนี้ต่อไป จะดูจะฟังและ ‘จะไม่ยุ่งเกี่ยว’ อีกต่อไป
แต่ ‘อีกทาง’ มองว่า หากพรรคประชาชน‘รับลูก’ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะ‘ล้ม’ ตั้งแต่ ‘เริ่มตั้งไข่’ ซึ่งนั่นจะเท่ากับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะ‘กลับมา’ เป็นเงื่อนไข ‘กดดัน’ รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย หลังก่อนหน้าเคยบอกกล่าวกับสังคมว่ารัฐบาล ‘เตะถ่วง’ จนอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต้อง ‘เดินหน้า’ และประกาศ ‘ความจริงใจ’ ให้สังคมได้ยินกันถ้วนหน้า
นิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย คนเคยอยู่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี 2540 ระบุ ‘ไทม์ไลน์’ ไว้ว่าจะมีรัฐธรรมนูญ ‘ฉบับใหม่’ บังคับใช้ช่วงกลางปี 2572 โดยในช่วงเดือนมิถุนายนนี้จะ ‘รับหลักการ’ ในวาระ1 ส่วนวาระ 2 และ 3 จะเกิดขึ้นช่วงเดือนตุลาคม 2569
จากนั้นรัฐสภาจะส่งร่างแก้รัฐธรรมนูญให้รัฐบาล และกกต.จะจัดทำประชามติครั้งที่ 2 ในช่วง มกราคม – กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งหากผลประชามติประชาชน ‘เห็นชอบ’ จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อประกาศ ‘บังคับใช้’ ฉบับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นิกร คาดการณ์ต่อว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2570 – สิงหาคม 2571 คาดว่าจะเป็นช่วงการสรรหา สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)ราวๆ1-2 เดือน เมื่อได้ สสร. แล้วจะตั้งกรรมาธิการจำนวน 45 คนมา
ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะใช้เวลาราวๆ 1 ปี
‘คาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2571 จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ดำเนินการเสร็จสิ้น จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2572 จะทำประชามติครั้งที่ 3 เมื่อผ่านความเห็นชอบจะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯประกาศบังคับใช้ในช่วงเดือนเมษายน -พฤษภาคม 2572’
ดูจาก ‘คร่าวๆ’ ที่ นิกรว่าไว้นั้น ก็คือ ‘ครบเทอม’ ของรัฐบาล อนุทิน‘พอดี’ แถมจะอยู่ในช่วง สว.ที่ดำรงตำแหน่ง 5 ปี อีกต่างหาก
และด้วยระยะเวลาอย่างที่ ‘นิกร’ ว่าไว้ ‘ไม่มีใครรู้’ ว่าพรรคส้มจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน อย่าลืมว่า วันที่ 30 มิถุนายนนี้ศาลฎีกา จะเริ่มพิจารณาคดี ‘44 สส.’ ยังไม่นับ ‘สเปกเตอร์ ซี’ และกรณี ‘เลเซอร์ ไอดี’ที่มีผู้ร้องให้กกต.สอบสวนอยู่ในขณะนี้
ในปี 2572 ‘ธนาธร’ กับ ‘ปิยบุตร’ จะพ้น 10 ปีห้ามดำรงตำแหน่งการเมือง ถึงตอนนั้นนั่นแหละ ‘สงครามการเมือง’ เกิดขึ้นแน่
<<<<>>>>>
จับตา‘สภา500’ละเว้นเอกสิทธิ์สส.
เชือด‘ชนนพัฒฐ์’พันพนันออนไลน์
ต้องจับตาดูการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคมนี้ให้ดี เพราะจะมีวาระการพิจารณาสำคัญเรื่องด่วน การขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา125 เรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุมสภาฯ
หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอทำหนังสือด่วนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามโดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ขอเรียกตัว‘ชนนพัฒฐ์’ มาสอบปากคำคดีเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันออนไลน์

ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญนั้นให้ ‘เอกสิทธิ์คุ้มครอง’ ในระหว่างช่วงสมัยประชุมสภา ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ส่งสำนวนการสอบสวน 24 แฟ้ม 10,816หน้าให้อัยการโดยมีผู้ต้องหา 27 คน และหาก ‘ย้อนกลับ’ ไปก่อนหน้านี้ ‘ชนนพัฒฐ์’ ได้ถูกยึดอายัดทรัพย์กว่า 159 ล้านบาท หลังไม่สามารถ ‘แจกแจง’ ที่ไปที่มาของทรัพย์สินได้
กรณีขออนุญาตสภาเพื่อ ‘งดเว้น’ เอกสิทธิ์คุ้มครองนั้น ที่ผ่านมาแทบจะทุกกรณี สภาจะไม่อนุญาต และมักจะให้เหตุผลว่าให้ดำเนินคดีช่วง ‘ปิดสภา’ เพราะมองว่า อาจจะมีการ ‘กลั่นแกล้ง’ ทางการเมือง
ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เคยประกาศว่า จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 125 เพราะภูมิทัศน์การเมืองระยะหลังมี ‘จำนวน’ไม่น้อยที่มีคดีอาญาแล้วมาเป็นสส.เพื่อใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งถือว่า ‘ไม่ยุติธรรม’ กับสังคม
ล่าสุดได้ยิน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พูดถึงในกรณีนี้ไว้ว่า
‘กรณีนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่กระทำความผิด สภาก็ไม่ควรจะปกป้อง ก่อนหน้านี้เคยมีทั้งการขอตัวระหว่างสมัยประชุมหรือต้องอนุมัติในที่ประชุม เพื่อเป็นกลไกที่ป้องกันการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แต่ถ้าเจ้าตัวกระทำความผิดจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่สภาจะต้องปกป้อง’
ปัจจุบัน ‘ชนนพัฒฐ์’ เป็นสส.พรรคกล้าธรรมซึ่งทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ในสภา แต่เรื่องนี้จะเป็น ‘ฝ่ายไหน’ก็ช่างไม่สำคัญ เพราะต้องมองว่า ‘คดีพนันออนไลน์’ คือ ‘วาระแห่งชาติ’ ที่ต้องปราบปราม และแม้ ‘ชนนพัฒฐ์’ ซึ่งขณะนี้ต้องถือว่าเป็น ‘ผู้บริสุทธิ์’ ก็ควรจะได้ ‘ไฟเขียว’ ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อ ‘พิสูจน์’ ตัวเอง
‘ความเสื่อมศรัทธา’ ของผู้ทำหน้าผู้แทนราษฎรนั้น ระยะหลังถูกตั้งคำถามกับสังคมอย่างหนัก ทั้งกินฟรี ทั้งมีบำนาญ หรือมีเอกสิทธิ์เหนือประชาชนคนธรรมดา ทั้งที่คดีประเภทนี้ สร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างมาก
จะปฏิรูปการเมือง จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ ‘รูปธรรม’ แบบ ‘เว้น’ เอกสิทธิ์คุ้มครอง ‘สมควร’ อย่างยิ่งที่ต้องทำเป็นแบบอย่างให้สังคมเห็น
อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง อย่าพวกมากลากไป ที่สำคัญ ใจคอจะไม่ ‘ลืมตา’ ดูโลกแล้ว ‘ปฏิรูปตัวเอง’ให้สังคมเห็นกันหน่อยเหรอ




