เรื่องมันมีอยู่ว่า ปั้นวาทกรรมมีทหารไว้ทำไม ถามสังคมตลอดเวลา จนถึงวันนี้จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ถูกตัดสินจำคุกข้อหาใช้ใบเกณฑ์ทหารปลอม พรรคส้มกระทบหนัก จนเจ้าตัวไม่ลงเลือกตั้ง แต่ให้ภรรยาลงแทน <>นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ถอดเสื้อสีขาวมาใส่เสื้อสีส้ม ลงเลือกตั้งที่สงขลา<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
สด.43ปลอมสะเทือนพรรคส้ม
สวนทางวลี‘มีเราไม่มีเทา’
แม้จะเป็น ‘ศาลชั้นต้น’ ที่พิพากษาคดีใบ สด.43 หรือใบผ่านเกณฑ์ทหาร จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต สส. ฉะเชิงเทรา เขต 4 พรรคประชาชน ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม รวมทั้งนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยศาลพิพากษาจำคุก ‘2 ปีไม่รอลงอาญา’ ซึ่งเจ้าตัวยังมีสิทธิพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม ‘ชั้นอุทธรณ์และฎีกา’ ได้ก็ตาม
แต่คดีนี้จะไป ‘ตอกย้ำ’ ให้พรรคประชาชน หรือพรรคสีส้ม ‘ต้นสังกัด’ของ จิรัฎฐ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จากวลีที่ว่า ‘ทหารมีไว้ทำไม’
แน่นอนว่า สด.43 ไม่มีระบุไว้ใน‘คุณสมบัติของผู้สมัครสส.และลักษณะต้องห้าม’ ก็ตาม แต่มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนคนนั้นย่อมที่จะ‘รู้อยู่แก่ใจ’ว่า ตัวเองผ่านกระบวนการเกณฑ์ทหารมาหรือไม่

ข่าวระบุว่า คดีนี้ สร้างผลกระทบอย่างหนัก ต่อพรรคประชาชน ในท่ามกลางสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สังคมทุกฝ่ายล้วนให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของกองทัพ ‘รุนแรง’ถึงขั้นที่ ‘จิรัฏฐ์’ต้องตัดสินใจ ‘เว้นวรรค’ แล้วส่ง ‘คนนอนเตียงเดียวกัน’ อย่างภรรยาตัวเอง ‘ลงแทน’
ดูที่มาที่ไปของเรื่องกันหน่อย หลังพรรคสีส้ม ใช้เรื่องปฏิรูปกองทัพมาเป็น ‘ธงหาเสียง’ รูปธรรมที่ถูกเรียกร้องออกมาคือ จัดงบประมาณกระทรวงกลาโหมและเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร ตรงนี้ที่ทำให้ ‘จิรัฏฐ์’ได้แสดงใบผ่านเกณฑ์ทหาร หรือใบ สด.43 ออกมา และนำมาซึ่งข้อสงสัยว่า การได้มาอาจจะได้มาโดยไม่ถูกต้อง จนเป็นที่มาร้องเรียนให้กองทัพบกตรวจสอบ
พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร คนแปดริ้ว บ้านเดียวกับ จิรัฎฐ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ในขณะนั้น ได้มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายจิรัฏฐ์ที่สน.ประชาชื่น
คดีนี้ศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ 2 นัด คือวันที่ 17 ตุลาคม และวันที่ 21 ตุลาคม และนัดสืบพยานจำเลย 1 นัด วันที่ 24 ตุลาคม โดยพยานโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 6 ปาก และฝ่ายจำเลยมีจิรัฏฐ์เป็นพยานเพียงปากเดียวให้ตนเอง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมศาลสืบพยานทั้งโจทก์และนายจิรัฏฐ์จนแล้วเสร็จและนำมาซึ่ง‘คำพิพากษา’ในวันที่ 16 ธันวาคม
สรุปใจความสำคัญของคำพิพากษา ให้คนที่‘ไม่คุ้น’ กับสำนวนภาษาศาล ได้เข้าใจว่า จำเลยเคยโดนคดีหนีทหารเมื่อ ปี 2555 จนถูกนำตัวไปขึ้นศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลตัดสินจำคุก 1 เดือน แต่ให้รอลงอาญา ดังนั้น จำเลยซึ่งเป็น สส. และเป็นกรรมาธิการทหาร ‘ย่อมรู้ว่าดีว่า’ ความจริงเป็นอย่างไร
อันว่าใบ สด. 43 จะออกให้กับคนที่ไปเกณฑ์ทหาร แล้ว‘จับได้ใบดำ’ หรือ‘ได้รับยกเว้น’ เท่านั้น แต่จำเลยไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารตามวันเวลาที่กำหนด ‘ไม่มีทางที่จะได้’ใบ สด. 43 ที่สัสดีทหารออกให้เลย
นอกจากนั้น จำเลย‘ไม่มีพยาน’มาให้การสนับสนุนว่า ใบ สด. 43 นั้นเป็นของจริง ทั้งยังไม่นำใบ สด. 43 ที่อ้างว่าเป็นของจริง มาเป็นหลักฐานในศาล
เรียกว่า ไม่มีทั้งพยาน ไม่มีทั้งหลักฐาน มาแย้งคำให้การกล่าวหา ของอัยการที่นำนายทหารถึง 6 คนมาเป็นพยาน มีแต่ร้องตะโกนว่า ‘ถูกการเมืองกลั่นแกล้ง’ ศาลจึงไม่อาจตัดสินเป็นอื่นได้
งานนี้โดนแบบเต็มๆ และไม่สามารถบอกได้เลยว่าเป็น ‘เรื่องตัวบุคคล’ โดยที่ต้นสังกัดอย่างพรรคประชาชนไม่เกี่ยว ทำให้วลี ‘มีเรา ไม่มีเทา’ ถูกเติมคำต่อท้าย ‘มีแต่สีดำ’ ว่อนโลกโซเชียล
<<<<<>>>>>
ได้เวลา‘นพ.สุภัทร’ถอดหน้ากาก
สลัดเสื้อกาวน์มาใส่เสื้อ‘สีส้ม’
ที่หลายคนพูดว่า ‘ข่าวลือ’ ก็คือข่าวที่มาก่อน ‘ข่าวจริง’ ล่าสุดหลังเกิดข่าวลือ การลาออกจากราชการของ ‘หมอจุ๊บ’หรือ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่ได้ยื่นหนังสือลาออกกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ไว้แล้ว
สื่อบางสำนักระบุว่า ได้สอบถามเพื่อขอคำยืนยันไปกับ นพ.สุภัทร โดยตอบผ่านไลน์ว่า‘ เป็นความจริง’ แต่ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์เรื่องนี้
ล่าสุด นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ระบุว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว หากไม่มีปัญหาอะไร ก็น่าจะอนุมัติได้ ถือเป็นความประสงค์เจ้าตัว สามารถลาออกได้

กรณี ‘หมอจุ๊บ’ หรือ นพ.สุภัทร นั้นเคยถูกตรวจสอบวินัยร้ายแรงปมชุดตรวจ ATK โดยถูกสอบสมัยปลัดสธ.ยุคก่อน และนพ.สุภัทรเองก็เคยยื่นหนังสือขอความเป็นในช่วงที่ สมศักดิ์ เทพสุทินเป็นรมว.สธ.ว่ากันว่า ผิดวินัยร้ายแรงจนถึงขั้น ‘ให้ออกจากรายการ’ได้เลย
มาวันนี้ ‘หมอจุ๊บ’ ยื่นลาออกแล้วเพื่อ ‘อาสา’ มารับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวสงขลา เป็นที่เรียบร้อย และจะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยการใส่เสื้อพรรคประชาชนหรือพรรคสีส้ม
การลาออกของข้าราชการเพื่อมาลงสมัครสส.เป็นเรื่องธรรมดา มีมาทุกยุคทุกสมัย น่าจะเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีเสียด้วยซ้ำ ที่ชาวสงขลา จะได้คนเก่งคนทำงาน มาอาสาทำ ‘การเมือง’ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ส่วน ‘คดีความ’ สมัยรับราชการก็ ‘แยกต่างหาก’ เพราะมีขั้นมีตอนโปร่งใส ไม่มีมากลั่นแกล้งกันอย่างแน่นอน
ยินดีล่วงหน้ากับคนสงขลาด้วย นะครับ


