เรื่องมันมีอยู่ว่า พรรคส้ม‘ระส่ำ’เผชิญศึกรอบด้าน สู้คดี-หาผู้นำฝ่ายค้าน-ชิงผู้ว่า จับตาขายน้ำเมา‘บ่าย2-5โมง’ ก่อนครบ180วันชี้ปัญหาอื้อซ่า

17 เม.ย. 2569 - 06:45

  • กลายเป็นศึกหลายด้านของพรรคส้มที่ถาโถมเข้ามาช่วงนี้

  • คดีแก้ไขมาตรา 112 ใกล้ถึงเส้นตาย ส่งชิงผู้ว่าฯกทม.ก็ต้องทำ แม้จะรู้ผลว่าออกมาอย่างไร

  • เตรียมสรุปผลนโยบายขยายเวลาขายเหล้าหลังครบ 180 วัน

เรื่องมันมีอยู่ว่า พรรคส้ม‘ระส่ำ’เผชิญศึกรอบด้าน สู้คดี-หาผู้นำฝ่ายค้าน-ชิงผู้ว่า จับตาขายน้ำเมา‘บ่าย2-5โมง’ ก่อนครบ180วันชี้ปัญหาอื้อซ่า

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ทุก ๆ  ความกดดันถาโถมเข้าพรรคส้มแบบไม่หยุด  คดีแก้ไขมาตรา 112  ก็ใกล้เส้นตาย ยังเคลียร์ไม่ได้ หาผู้สมัครลงชิงผู้ว่าฯกทม.ก็ต้องทำ แม้รู้ว่าสู้คนเดิมไม่ได้ แต่แชมป์ สส.กรุงเทพค้ำคอ ถอยไม่ได้<>รัฐบาลอนุทิน 1 เริ่มนโยบายขยายเวลาขายเหล้าเพิ่มจากเดิม  และให้เวลา 180 วันศึกษาผลกระทบ  ได้ข้อสรุปเตรียมเสนอแล้ว <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

พรรคส้ม‘ระส่ำ’เผชิญศึกรอบด้าน

สู้คดี-หาผู้นำฝ่ายค้าน-ชิงผู้ว่า

แม้จะเตรียมรับมือกับคดี ‘44 สส.พรรรก้าวไกล’มานานสองนาน แต่พอสถานการณ์เดินมาถึงจุดที่ต้องเผชิญหน้า พรรคประชาชน กลับเกิดความ ‘ระส่ำ’มากกว่าที่มีการประเมินกันไว้ เหตุเพราะต้อง ‘สู้ศึก’หลายด้านที่ ประเดประดังเข้ามา

ศึกสำคัญก็แน่นอนว่าอยู่ที่การสู้คดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งระหว่างรอความชัดเจนในประเด็น ‘การหยุดปฏิบัติหน้าที่’ของ 10 สส.พรรคประชาชนแล้วนั้น เรื่องที่ต้องแก้ก่อนคือ การหาตัว ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ ซึ่งก็คือการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาชน ที่มีการเตรียมการมาแล้วซักพักว่า ใครมาทำหน้าที่อะไรตรงไหน

ประการต่อมาคือ การสู้คดีซี่งแน่นอนว่า ‘จำเลย’ คนสำคัญอย่าง ‘พ่อทิม’ หรือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะจำเลยที่ 1จะมี ‘ส่วนสำคัญ’ อย่างมาก หากจะ ‘สู้’ ว่า ผู้ริเริ่มเท่านั้นที่ผิด หาใช่สส.ซึ่งมีหน้าที่เสนอกฎหมาย แต่ ‘ปัญหา’ ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘พิธา’ กับพรรค เรื่อยไปจนถึง ‘แกนนำพรรค’ นั้นมี ‘ระยะห่าง’ ไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา

อย่าลืมว่า ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’แค่เริ่มต้น แต่ผลของการ ‘ฝ่าฝืนจริยธรรม’ นั้นคือการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ‘ตลอดชีวิต’ ซึ่ง ‘หนักหนา’ กว่าถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีจากกรณี ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ เป็นไหน ๆ ตรงนั้นต่างหากที่เป็น ‘ของจริง’

นอกจากสู้คดี การ ‘เปลี่ยนม้ากลางศึก’  หรือการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค เพื่อหาผู้นำฝ่ายค้านแล้ว ยังจะต้อง ‘ชิงชัย’ เก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. และสก.50 เขตเลือกตั้งซึ่งทั้งหมดจะครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้

พรรคประชาชน เตรียมส่งเดชรัต  สุขกำเนิด ลงชิงผู้ว่าฯกทม.แข่งกับชัชชาติ สุทธิพันธุ์ ด้วยตำแหน่งแชมป์เลือกตั้งกรุงเทพ ศึกนี้ศักดิ์ศรีค้ำคออยู่
พรรคประชาชน เตรียมส่งเดชรัต สุขกำเนิด ลงชิงผู้ว่าฯกทม.แข่งกับชัชชาติ สุทธิพันธุ์ ด้วยตำแหน่งแชมป์เลือกตั้งกรุงเทพ ศึกนี้ศักดิ์ศรีค้ำคออยู่

การเคาะจาก ‘วงใน’ รอบสุดท้าย หลัง ‘ควานหา’ ผู้ที่มีความเหมาะสมอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ต้องให้ ‘คนใน’  เพราะการส่ง  ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ อดีตที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านและการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่เป็น ‘แคนดิเดต’รองนายกรัฐมนตรีนั้น ‘ไม่เปรี้ยงปร้าง’ ก็จริง แต่การ ‘ส่ง’ ย่อมดีกว่าการ ‘ไม่ส่ง’

เหตุที่ต้องส่งแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า ‘สู้ยาก’ เพราะต้องรักษาฐาน ‘แฟนคลับ’ สีส้มเอาไว้ มีอย่างที่ไหนเป็นถึง ‘แชมป์กทม.’  แต่ไม่สู้ศึก ผู้ว่าฯกทม.ซึ่งจะ ‘หนักหนา’ กว่า ‘การแพ้’ หลายเท่าตัวนัก

ถึงตอนนี้ แม้รัฐบาลอนุทิน จะเผชิญ ‘วิกฤตพลังงาน’ ลามไปจนถึง ‘วิกฤตศรัทธา’  แต่ ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชน ก็อยู่ในจุดที่ ‘ระส่ำระสาย’ ไม่ต่างกัน

<<<<<<>>>>>> 

จับตาขายน้ำเมา‘บ่าย2-5โมง’

ก่อนครบ180วันชี้ปัญหาอื้อซ่า

น่าจะถือเป็น 1ในนโยบาย ‘ภาคสังคม’ ที่รัฐบาล ‘อนุทิน1’ทำไว้ และ ‘ตัวตั้งตัวตี’ ที่รัฐบาลมอบหมายนั้นชื่อ โสภณ ซารัมย์ รองนายกฯในขณะนั้นซึ่งปัจจุบันเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีข่าวว่าสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)เตรียม ‘ชง’ ผลการประเมินผลกระทบระยะแรก 90 วัน ของนโยบาย ‘ขยายเวลา’ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อคณะกรรมการควบคุมฯ ในวันที่ 17 เมษายนซึ่งผลการศึกษา‘เบื้องต้น’ในช่วง 90 วันแรกยังไม่พบ ‘ทิศทาง’ ที่ชัดเจนทั้งในด้านผลกระทบต่ออุบัติเหตุทางถนน และผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลนี้จะใช้เพื่อตัดสินใจกำหนดทิศทางของนโยบาย ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาทดลอง 180 วัน

ก่อนหน้านี้ ‘รัฐบาลอนุทิน1’ ได้ขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00 น.–17.00 น.ซึ่งจะครบกำหนดทดลอง 180 วัน ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

ผลการศึกษาดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ ‘การสังเคราะห์หลักฐานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 180 วัน’  ซึ่ง สวรส. สนับสนุนทุนวิจัยให้มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ซึ่งได้จัดเวทีสัมมนาไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ, ผู้บังคับใช้กฎหมาย ภาค,ธุรกิจ และภาคประชาสังคมครอบคลุม 5 ประเด็นหลักคือ  1.สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน ,2.การประเมินผลกระทบเชิงนโยบาย, 3.ความคิดเห็นผู้บริโภคในพื้นที่ท่องเที่ยว, 4.ผลกระทบทางเศรษฐกิจ  และ5.ผลกระทบด้านกฎหมาย

ข้อมูลเบื้องต้นสะท้อนว่า ผลลัพธ์ในช่วง 90 วันแรก‘ยังไม่ปรากฏทิศทางที่ชัดเจน’  ทั้งในมิติความปลอดภัยทางถนนและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน ยังมีการศึกษาแนวทางออกกฎหมายลำดับรองภายใต้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อรองรับการขยายเวลา โดยเน้นการกระจายอำนาจให้ระดับจังหวัด ‘สามารถ’ กำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับพื้นที่

ต้องถือว่า การ‘ขยายเวลา’ให้ ‘ขายน้ำเมา’ ได้นั้น ทุกฝ่ายควรต้องคุยกันท่ามกลาง ‘น้ำมัน’ ที่ปั่นป่วน จนรัฐบาลจะต้องงัดมาตรการ‘ประหยัดพลังงาน’ออกมาใช้ ดูไปนโยบาย ‘สวนทาง’กันยังไงๆชอบกลอยู่นะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์