เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ถูกเพื่อนไล่’ไม่ใช่‘ถอนตัวเอง’ ‘กล้าธรรม’รัฐบาลนอกทำเนียบ , แดง+เขียว‘ไม่เท่ากับ’น้ำเงิน เมื่อ‘อนุทิน’ยัง‘หล่อเลือกได้’

22 ก.ย. 2569 - 08:14

  • พรรคฝ่ายค้านขับไล่พรรคกล้าธรรมพ้นจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน

  • สถานะไม่ชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรอร่วมรัฐบาล

  • สูตรผสมสี ‘แดงบวกเขียว’ ทางการเมืองอาจไม่ได้สีน้ำเงิน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ถูกเพื่อนไล่’ไม่ใช่‘ถอนตัวเอง’ ‘กล้าธรรม’รัฐบาลนอกทำเนียบ , แดง+เขียว‘ไม่เท่ากับ’น้ำเงิน เมื่อ‘อนุทิน’ยัง‘หล่อเลือกได้’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  การเป็นฝ่ายค้านของพรรคการเมืองมีหลายแบบ ค้านแบบจริงจัง  ค้านแบบรอร่วมรัฐบาล  สุดท้ายพรรคร่วมฝ่ายค้านก็สั่งขับพรรคกล้าธรรมพ้นจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังแหกมติของฝ่ายค้านในการลงมติงบประมาณ <>  สูตรผสมสี แดงบวกเขียวเป็นน้ำเงิน ในทางการเมืองอาจไม่ได้ออกมาตามนี้ก็ได้ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘ถูกเพื่อนไล่’ไม่ใช่‘ถอนตัวเอง’

‘กล้าธรรม’รัฐบาลนอกทำเนียบ

ถ้าฟัง ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่ระบุว่า เพื่อความเป็น ‘เอกภาพ’ในพรรคฝ่ายค้าน บนความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน รวมไปถึง‘จุดยืน’ใน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้

‘ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมได้หารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล’

‘ไอติม’ ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา  พรรคกล้าธรรมได้มีมติให้ สส.จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับพ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ 1.ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระ   และ2.ความไม่ชัดเจนต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้

‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน  มีมติขับพรรคกล้าธรรมออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังแหกมติฝ่านค้านในการลงมติงบประมาณ
‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน มีมติขับพรรคกล้าธรรมออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังแหกมติฝ่านค้านในการลงมติงบประมาณ

พูดง่ายๆก็คือว่า ‘ขับ’ พรรคกล้าธรรมที่มี 58 คน ‘พ้น’ ฝ่ายค้าน ขณะที่‘กล้าธรรม’ ก็ชิงจังหวะ‘ถอนตัว’จากฝ่ายค้านทันทีท่ามกลางกระแสข่าวว่า  เพื่อเตรียมเข้าร่วมรัฐบาลอนุทินซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ

ต้องเข้าใจก่อนว่า หากพรรคไหนที่มีสส.แล้ว‘ไม่ได้’ เข้าร่วมรัฐบาล พรรคเหล่านั้นจะต้องเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ส่วนจะ ‘ค้าน’ แบบ ‘เอาเป็นเอาตาย’ รัฐบาล หรือค้านแบบ ‘หอมปาก หอมคอ’เพื่อรอร่วมรัฐบาลนั้นก็เรื่องหนึ่ง

ต้องถือว่าการ‘เล่น’เกมนี้ของฝ่ายค้านนั้นน่าสนใจ เพราะ ‘ชิงไล่’โดยที่เอาเข้าจริงๆแล้ว พรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ‘ยังไม่มีใครรู้’ มิหนำซ้ำยังตอกย้ำภาพ‘สีเทา’ให้กลับมาหลอกหลอนทั้งพรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทยหากดึงเข้าร่วมรัฐบาล

‘เกมนี้’หากมองลงไปลึกกว่านั้น จะพบว่าสถานะของพรรคกล้าธรรม ขณะนี้ก็คือพรรคร่วมรัฐบาลนั่นแหละเพียงแต่อยู่ ‘นอกทำเนียบรัฐบาล’ เท่านั้น

จุดสังเกตสำคัญคือ ‘ไมตรีจิต’ ที่รัฐบาลอนุทินมีให้โดยเฉพาะงานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ในความดูแลของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ผ่าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ซึ่งล่าสุดอนุมัติงบกว่า 9.5 หมื่นล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำตามแนวทางของกรมชลประทาน

ทั้งหมดจึง‘ไม่มีอะไร’ มากไปกว่า ‘ผลัก’ พรรคกล้าธรรมไปอยู่‘มุมอนุรักษ์’เพื่อสร้างความชัดเจนว่า อีกฝ่ายนั้น ‘ชัดเจน’ว่าเป็น ‘ประชาธิปไตยก้าวหน้า’

<<<<>>>>> 

แดง+เขียว‘ไม่เท่ากับ’น้ำเงิน

เมื่อ‘อนุทิน’ยัง‘หล่อเลือกได้’

น่าคิดว่าหลังพรรคกล้าธรรมถูก‘ขับ’พ้นฝ่ายค้านรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย รวมไปถึงพรรคสีน้ำเงิน จะเอายังไงกับพรรคสีเขียวที่มี ‘ผู้กองยอดรัก’ เป็นผู้นำจิตวิญญาณ

ถึงเวลานี้หาก ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ ก็จะพบว่าพรรคกล้าธรรม ก็เป็นแนวร่วมมุมกลับกับรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ‘นั่ง’ เก้าอี้เสนาบดีเท่านั้น

หากจำ‘ปฎิญญาโมนาโก’ ได้ จะพบว่าเวลานั้นเกิดกระแสข่าวว่า  ‘สีเขียว’ นั้น ‘ต่อสาย’ไปถึง ‘สีแดง’ หลังการ‘พ้นโทษ’ของทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย

มีข่าวว่า เกิดปฎิบัติการ‘กราบตัก’ขออโหสิกรรมกัน และอยากจะเป็น‘หุ้นส่วน’ ทางการเมืองกับสีแดง ‘นัยยะ’ว่าเพื่อกดดัน‘สีน้ำเงิน’ และ‘ไกล’ไปถึงการกลับมาเป็นพรรคการเมืองเดียวในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ท่ามกลางการทักท้วงจากจาก ‘บางปีก’ของ‘สีแดง’ว่าระวังจะเชื่อคนผิดเป็นครั้งที่ 2

ถึงเวลานี้รัฐบาลอนุทินแม้จะ ‘ลงตัว’ ในแง่ของการ‘บริหารงาน’แต่ในแง่ประสิทธิภาพของงานยังต้องรอการพิสูจน์ว่า ‘พูดแล้วทำ’ นั้นมีอะไรจับต้องมองเห็นเด่นโดดบ้าง

ตามธรรมชาติการเมืองของ ‘สีน้ำเงิน’ หากมีการปรับครม.ที่ผ่านมามักจะใช้เวลา 1 ปีในการดูฝีมือ รัฐมนตรี อีกทั้งน่าจะมี‘สัญญาใจ’ในการทำหน้าที่ภายใต้ระยะเวลา ที่สำคัญยังมีอีกหลายบ้านที่รอคิวจะพิสูจน์ผลงาน

ด้วยจำนวนเสียงที่มีในมือ 192เสียง แต่จำเป็นต้องอาศัย‘พรรคร่วมรัฐบาล’ซึ่งเวลานี้คือ พรรคเพื่อไทยที่มี 74 เสียง รวมกับพรรคเล็กพรรคน้อยมาเป็นรัฐบาล ขณะที่พรรคกล้าธรรมที่มี 58 เสียงนั้น ครั้นจะ‘ร่วมรัฐบาล’ แต่ต้นจะทำมีปัญหาเก้าอี้ อีกทั้ง‘สีเทา’ที่ติดตัวผู้กองถ้ารัฐบาลสวมบท ‘เดอะแบก’ รับรอง‘ยุ่ง’ ทันที

นายกฯหนู เคยบอกว่า สีแดงบวกสีเขียว ยังไงก็‘สีน้ำเงิน’ แน่นอนว่าในทฤษฎีสีมันเป็นอย่างนั้น แต่ในทางการเมือง 1+1 ยังไม่เท่ากับ 2 หาก‘แดงผสมเขียว’จริงจะมีเสียง 132 เสียง ‘อำนาจต่อรอง’ทางการเมืองจะเพิ่มขึ้นมหาศาล

แต่ยามนี้‘อนุทิน’ยังมีสภาพ ‘หล่อเลือกได้’ หลังพ้นบ่วงคดี ‘ฮั้วสว.’ อีกทั้ง‘สีแดง’ยังพอใจที่จะเป็น ‘พระรอง’ บ่มเพาะ‘ขุมกำลัง’ เพื่อรอการกลับมาเป็น ‘แกนนำ’ รัฐบาล

มีความพยายามของ‘สีเขียว’ แต่ยังไม่มี ‘สีไหน’ ตอบสนอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์