เรื่องมีอยู่ว่า ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’ต้องฟัง‘ศาล’ วันลุ้นระทึกของพรรคประชาชน , เรียกได้เต็มปากแล้วว่า‘สภา500’ เมื่อพรรคเล็ก‘เสียงดัง’กว่าพรรคใหญ่

9 เม.ย. 2569 - 06:45

  • มาถึงวันตัดสินอนาคต 10 สส.พรรคประชาชนกรณีแก้ไขมาตรา 112

  • ป.ป.ช.นำคำร้อง เอกสาร ยื่นต่อศาลฎีกาในวันที่ 9 เมษายน เวลา 09.00 น.

  • สภาผู้แทนราษฎรมีครบ 500 คนเรียบร้อย จากการรับรองล่าสุดของ กกต.

เรื่องมีอยู่ว่า ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’ต้องฟัง‘ศาล’ วันลุ้นระทึกของพรรคประชาชน ,  เรียกได้เต็มปากแล้วว่า‘สภา500’ เมื่อพรรคเล็ก‘เสียงดัง’กว่าพรรคใหญ่

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ตัวเลข วันที่ 9 เวลา 9 นาฬิกา พรรคส้มต้องจด และจำได้แม่นยำ ป.ป.ช.ยื่นคำร้อง และเอกสาร กรณีแก้ไขมาตรา 112 ให้กับศาลฎีกา หลังจากนั้นก็ไปลุ้นว่าศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่หรือไม่<>กกต.รับรอง สส.คนสุดท้ายจากสุพรรณบุรีเรียบร้อย  ทำให้สภามีครบ 500 ตามกฎหมาย ส่วนหลังจากนี้จะไปสอยลงทีหลังหรือไม่ ต้องตามดูกันไป <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’ต้องฟัง‘ศาล’

วันลุ้นระทึกของพรรคประชาชน

‘ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้พูดในสภาแห่งนี้ก่อนที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ คงไม่มีใครอินโนเซ้นท์พอที่จะบอกว่ามันอาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ฝากท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกว่าเรายังพอมีเวลาที่จะปลดชนวนระเบิดเวลาลูกนี้ก่อนที่มันจะสายไป ผมเองแม้จะไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ก็จะทำหน้าที่นั้นเช่นเดียวกัน’  เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.เขต 33(บางพลัด) พรรคประชาชน พูดไว้กลางสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 เมษายน

ไม่บังเอิญแน่ๆ แต่น่าจะรู้ล่วงหน้าจาก ‘ลางสังหรณ์’ และข่าวสารที่ถูกเผยแพร่ออกมาว่า ป.ป.ช.จะส่ง ‘สำนวน’ คดี 44 สส.พรรคก้าวไกลให้ ศาลฎีกาพิจารณา หลัง ‘ชี้มูล’ ไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า  ‘ทั้งหมด’ ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในการเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขป.วิอาญา มาตรา 112

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.เขต 33 บางพลัด พรรคประชาชน พูดในสภาคล้าย ๆ การบอกลา หลังจากทราบกำหนดเวลาที่ ป.ป.ช.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา วันที่ 9 เมษายนนี้
เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.เขต 33 บางพลัด พรรคประชาชน พูดในสภาคล้าย ๆ การบอกลา หลังจากทราบกำหนดเวลาที่ ป.ป.ช.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา วันที่ 9 เมษายนนี้

พอตกเย็นๆ เลขาธิการป.ป.ช. สุรพงษ์ อินทนถาวร ออกมาให้ข่าวว่า ในวันที่ 9 เมษายน 09.00 น. ได้มอบหมายให้ พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช. นำคำร้องคดีอดีต 44 สส.ไปยื่นต่อศาลฎีกา หลังได้ตรวจตรวจสอบเอกสารคำร้องต่างๆ‘ครบถ้วนถูกต้อง’

คำร้องดังกล่าวมี 56 ชุด มีเอกสารร่วม 200 ลัง จำนวนเกือบ 1 แสนแผ่น ใช้รถตู้ 3 คันขนไปส่งศาลฎีกาตาม ‘ขั้นตอน’ ศาลฎีกาจะตั้งองค์คณะไต่สวนมาพิจารณาสำนวน ส่ง ‘ครบถ้วน’ จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าจะสั่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’

ในจำนวน 44 คนนั้น ปัจจุบันเป็นสส.พรรคประชาชน 10 คน และกำลังจะทำหน้าที่ชำแหละนโยบายรัฐบาลในระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน ‘อาจจะ’ มีคำสั่งในวันที่ 9 หรือวันที่ 10 หรือหลังเทศกาล ‘มหาสงกรานต์’ ก็ได้ยังไม่มีใครรู้

แต่สำหรับพรรคประชาชน ‘ร่างที่ 3’ของพรรคอนาคตใหม่นั้นได้เตรียมรับ ‘แรงกระแทก’ ทางการเมืองไว้ทั้งในการ ‘ต่อสู้’ คดีและการ ‘เปลี่ยนผ่าน’ ภายในของพรรคประชาชนเพื่อให้ ‘หัวหน้าพรรค’ ซึ่งน่าจะไม่ใช่ ‘เดอะเท้ง’ ได้ขึ้นมาทำหน้าที่ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’

ในมุมสู้คดี แม้จะอธิบายว่า ร่างแก้ไข‘ยังไม่บรรจุ’  เมื่อไม่บรรจุก็ไม่ได้พิจารณาและไม่ได้เกิดการแก้ไข ทั้งนี้หากดูย้อนกลับจะพบว่า มีการเสนอขึ้นมาตามขั้นตอนถูกต้องครบถ้วน แต่ประธานสภาผู้แทนฯในขณะนั้น ชื่อ ชวน หลีกภัย ไม่บรรจุเข้าระเบียบวาระหลังฝ่ายกฎหมายเสนอความเห็นให้ประธานสภาผู้แทนฯใช้อำนาจ

คดี 44 สส.นั้นเป็นการดำเนินการที่สืบเนื่องมาจากการ ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ เพราะเข้าข่าย ‘ล้มล้างการปกครอง’ จนมีการไปร้องให้ป.ป.ช.ไต่สวนว่า แล้วสส.ที่เข้าชื่อแก้ไข ม.112 ซึ่งถูกตั้งตำถามว่า เป็นการ ‘แก้ไข’ หรือ ‘ยกเลิก’ กันแน่ นั้นได้ทำการ ‘ฝ่าฝืนจริยธรรม’ หรือไม่

การอธิบายด้วยการยกคำว่า ‘นิติสงคราม’  ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า นั้นดูแล้วน่าจะเป็น‘แผ่นเสียงตกร่อง’ ซะมากกว่าการที่จะอธิบายถึง ‘เจตนาที่แท้จริง’ ของการแก้ไขกฎหมายว่าไม่ใช่การ ‘เซาะกร่อนบ่อนทำลาย’

ว่าแต่ว่า ตั้งแต่อนาคตใหม่ มาเป็นก้าวไกล ใครเคยเป็น สส. มา จะเข้าข่ายได้รับ ‘บำนาญสส.’ด้วยหรือเปล่า อันนี้น่าจะหา ‘คำตอบ’ มาบอกสังคมกันด้วยนะ

<<<<>>>> 

เรียกได้เต็มปากแล้วว่า‘สภา500’

เมื่อพรรคเล็ก‘เสียงดัง’กว่าพรรคใหญ่

กลับมาเรียกว่า ‘สภา 500’ ได้อย่างเต็มปากซะที หลัง กกต.รับรอง ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.เขต 2 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ‘ท่ามกลาง’ คำถามที่ยัง ‘ค้างคาใจ’ ต่อการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยเฉพาะการ ‘ปล่อยไปก่อน’ แล้วมา ‘สอยทีหลัง’

ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.เขต 2 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็น สส.คนสุดท้ายที่ กกต.รับรอง ทำให้ครบถ้วนสภา 500
ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.เขต 2 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็น สส.คนสุดท้ายที่ กกต.รับรอง ทำให้ครบถ้วนสภา 500

เพราะหาดู‘ร่องรอย’จากการจัดการเลือกตั้งสว.ที่ถูกตั้งข้อหาฉกรรจ์ว่า ‘ฮั้วสว.’ นั้นแถมยังโยงไปยังพรรคแกนนำรัฐบาล ที่จนป่านนี้ กกต.ก็ยังไม่ประชุมกันซักกะทีว่า ‘จะเอายังไง’ หลังผลการสอบสวนของ  ‘2 คณะ’ มี ‘มติ’ ที่ไม่ตรงกัน

พูดถึงกกต.เวลานี้มี 3 เรื่องให้ต้อง ‘จับตา’

เรื่องแรก คดี ‘ฮั้วสว.’ ที่กำลังจะครบ 2 ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เรื่องต่อมาคือกรณี ‘บาร์โค้ด’ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ‘รับเรื่อง’ ไว้วินิจฉัยชี้ขาดว่า ‘ลับ-ไม่ลับ’

เรื่องสุดท้ายซึ่ง ‘ตั้งไข่’ กันมาแล้ว นั่นคือ กรณี ‘สเปกเตอร์ ซี’ และ ‘เลเซอร์ไอดี’ ของพรรคประชาชน ถึงชั่วโมงนี้ก็ยังต้องบอกว่า กกต.นั้นยัง ‘ไม่พ้นขีดอันตราย’

แต่อีกเรื่องที่ดูไปดูมาจะ ‘เข้มข้น’ ขึ้นตามลำดับ แม้จะเป็นเรื่อง ‘บำนาญสส.’ แต่เกิดการ ‘หักเห’ เป็นเรื่องเป็นราวกันระหว่าง ‘อดีต’ กับ ‘ปัจจุบัน’

คือระหว่าง‘คริสโป’  หรือ คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ กับพลพรรคสส.และอดีตสส.ของพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกลและประชาชน

เมื่อวาน ‘คริสโป’ นำสส.อีก 3 คนออกมาแสดงเจตนารมณ์กับสังคมว่า

‘มีชาวโซเชียลตั้งคำถามว่า แล้วคริส ก็ได้บำนาญเหมือนกัน คริส และ สส.พรรคเศรษฐกิจก็เป็นสามล้อถูกหวยหรือเปล่า เพราะสุดท้ายจะได้บำนาญแบบเดียวกัน ดังนั้นวันนี้ผมและ สส.พรรคเศรษฐกิจทั้ง 3 คน ขอประกาศให้กับประชาชนฟังว่า ไม่ว่ารอบหน้าจะได้เป็น สส.หรือไม่ จะสอบตกหรือเปล่า พวกเราจะไม่ไปยื่นขอรับสิทธิบำนาญกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาอย่างแน่นอน’

แต่ที่ไกลกว่านั้น และสังคมกำลัง ‘ปูเสื่อ’ รอฟังคือการที่บอกว่า

‘วันนี้มีผู้ได้รับสิทธิบำนาญ 1,200 คน จากที่มีโอกาสอยู่ 3,000 คน ซึ่งบางคนมีความลำบาก เราเข้าใจ แต่บางคนไม่ได้มีความลำบากเลย แต่กลับมายื่นรับรายได้ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เขาเลี้ยงจนกว่าจะตาย ดังนั้นเราจะยื่นขอรายชื่อเหล่านี้จากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เพื่อเปิดข้อมูลให้ประชาชนรู้ว่ามีใครบ้าง’

ใครจะเข้าข่าย ‘สามล้อถูกหวย’ อย่างที่ ‘วิวาทะ’ กันบ้างอีกซักพักคงได้รับรู้

‘สภา500’ รอบนี้ดูไปแล้วก็ ‘แปลกหู แปลกตา’ ที่บรรดาพรรคใหม่ดูไม่ ‘เปรี้ยงปร้าง’ ผิดกับพรรคการเมือง ‘หลักหน่วย’ ที่ได้ใจกันแล้วอย่างพรรคไทยภักดี และล่าสุดก็น่าจะพรรคเศรษฐกิจ

งานนี้เลยเข้าตำราอย่างที่เขาว่ากันไว้ พรรคใหญ่นั้นเป็นได้แค่ ‘พริกหยวก’ ส่วนพรรคเล็กนั้น ‘พริกขี้หนู’ เผ็ดจี๊ดจ๊าดน่าดูชมทีเดียวเชียว พ่อคุณเอ๊ย!!!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์