เรื่องมันมีอยู่ว่า องค์กรปราบโกง ป.ป.ช. ช่วงหลังได้รับแรงกดดันหลายด้าน และคำถามที่ต้องตอบหลายเรื่อง จนกระทบถึงความเชื่อถือ และล่าสุดคดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาท ก็มีกรรมการ ป.ป.ช.เกี่ยวข้อง <> เวทีกรรมาธิการ ถูกตีความว่าเป็นการตรวจสอบจริงจังหรือการเอาคืนทางการเมือง<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
คดีสินบนทองคำ‘จุดสลบป.ป.ช.’
‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’กันอีกนานมั้ย
‘สอนหนูจัง โตไปไม่โกง แก่จนลงโลงยังโกงอยู่เลย’ คำพูดนี้ ‘เยาวชน’ มักใช้กระทบกระเทียบเปรียบเปรย‘ความเอาจริงเอาจัง’ต่อการแก้ไขปัญหา ‘การทุจริตคอร์รัปชัน’ ในสังคมไทย ที่แม้จะเพียรพยายามมานานนับหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาคือ ดัชนี ‘คอร์รัปชัน’ในมุมมองของ นานาชาตินับวันจะ ‘สาละวัน’ เตี้ยลงๆ
ในมุม‘ภาครัฐ’ซึ่งขณะนี้ได้ ‘รองปกรณ์’หรือ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯอดีตเลขาฯกฤษฎีกามาทำการ ‘สังคายนา’ กฎหมายหรือ ‘ข้อกำหนด-กฎกระทรวง’ที่ล้าหลังและเอื้อให้เกิดการใช้ ‘ดุลยพินิจ’ ซึ่งเป็น ‘ช่องทาง’ที่นำมาซึ่งค่า ‘น้ำร้อน-น้ำชา’ สารพัด
การที่ ‘กลุ่มเพื่อนไม่ทน’ และกลุ่มที่ออกมาตะโกนว่า ‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’ น่าจะสะท้อนถึงความ ‘ชุกชุม’ ของปัญหาคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นทุก ‘หย่อมหญ้า’ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
แต่ที่ดูจะ‘โก โซ บิ๊ก’หรือ ‘ไปกันใหญ่’ คือหน่วยงานหลักในการปราบปรามการคอร์รัปชันอย่างป.ป.ช.หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กลับตกอยู่ในสภาพ ‘ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง’ จากหลายๆกรณีในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง ‘นาฬิกายืมเพื่อน’ ที่ไม่ยอมเปิดเผยผลการวินิจฉัยจนนำมาซึ่งการถูก ‘จำคุก’ หรือแม้แต่คนดี ‘บุรีเจริญ’ของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งป.ป.ช.ในฐานะ‘ผู้ยกคำร้อง’กำลังถูกร้องผ่านการตั้ง ‘คณะกรรมการไต่สวนอิสระ’
ล่าสุดคดี ‘สินบนทองคำ’ มีแหล่งข่าวออกมาระบุว่า คณะกรรมการไต่สวนมีมติ‘เอกฉันท์’ 9:0 ในคดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาทกับผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ได้แก่ นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช.,นายสมบัติ ธรธรรม อดีต อนุกรรมการ ป.ป.ช ,พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.และนาย สรสิทธิ์ คนขับรถนายเอกวิทย์
สาระสำคัญของคดีอยู่ที่ข้อกล่าวหาว่า มีการนำทองคำ 246 บาทไปใช้เป็นผลประโยชน์ตอบแทน‘แลก’กับการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ในกระบวนการพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจของป.ป.ช.ทั้งนี้ทั้งนั้น ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ ทั้งหมด ยังคง ‘มีสิทธิ’ ชี้แจงและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
คดีนี้เป็น ‘เรื่องใหญ่’ ซึ่งไม่ใช่ทองคำน้ำหนัก 246 บาทแต่เป็นเรื่องของ ‘ราคาความน่าเชื่อถือ’ ของระบบปราบโกงทั้งระบบที่มีป.ป.ช.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเป็น ‘ศูนย์กลาง’
การมีป.ป.ป.ก่อนมีรธน.ปี40จนมาถึงการ มีป.ป.ช.ที่ผ่านรธน.มาแล้ว 3 ฉบับ ครั้งนี้ถือว่า ‘ร้ายแรง’ที่สุดและ ‘สมควร’ อย่างยิ่งที่น่าจะต้อง ‘รื้อทิ้ง’ กันได้แล้ว
<<<<<>>>>>>
ส่อง‘กมธ.’เครื่องประหารการเมือง
หรือเครื่องมือแสวงหา‘ข้อเท็จจริง’
จะ‘เกลือจิ้มเกลือ’ หรือ ‘สีน้ำเงินจิ้มสีส้ม’ ก็สุดจะคาดเดาถึง แต่หลังจาก ‘ป้อม ภาวุธ’ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี ‘Forex’ ตามที่DSI ได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้
แม้ ‘ป้อม ภาวุธ’ จะชี้แจงยืนยัน ใน ‘ความบริสุทธิ์’ ของตัวเองทันที แต่ดูเหมือนจะยังคงมี‘ความค้างคา’ในหลายแง่มุมอยู่พอสมควร
ได้ยิน ‘เม้ง วิหารแดง’ หรือ นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทยในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนฯราษฎร ออกมาระบุว่า
‘ผมเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม กมธ.ตำรวจฯ เพื่อพิจารณาเชิญนายภาวุธเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อเปิดโอกาสให้นายภาวุธได้ใช้กลไกของ กมธ.ในการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส หลังถูกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การพบหลักฐานการโอนเงิน 28 ล้านบาท’
ถ้ามองการเมือง ‘ชั้นเดียว’ ดูเหมือนประเด็นนี้ถูกเข็นออกมาเพื่อ ‘กลบ’ TH AI Passport 1.6พันล้านบาท อาจจะ ‘ใช่’ แต่ ‘ไม่’ ทั้งหมด เพระหากดู ‘ร่องรอย’ การสอบสวนจะพบว่า ‘ไม่ใช่’สอบกันแบบ ‘ไฟไหม้’ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่น่าจะเป็น‘ตามสืบ’ มาพักใหญ่ และน่าที่จะมีอะไรที่‘ไกล’ กว่าเงิน ‘28 ล้านบาท’

ในแง่ของ กมธ.ซึ่งเป็นเครื่องมือฝ่าย ‘นิติบัญญัติ’ นั้นต้อง ‘ยอมรับ’ ว่าที่ผ่านมาถูกใช้เป็น ‘เครื่องมือ’ ของฝ่ายค้านที่ส่วนใหญ่จะเน้นการตรวจสอบ ‘ฝ่ายบริหาร’ หรือรัฐบาล กรณี ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ รมว.ดีอี ก็ ‘อ่วม’ กับ 2 กมธ.ที่มีทั้ง ‘โรม-ไอซ์’ มาแล้ว
หากมองในแง่การเมืองยังไงก็ ‘ใช่’ แต่หากมองในแง่ ‘สังคม’ ได้ประโยชน์นั้นก็สามารถ ‘มองได้’ แต่ที่ผ่านมามี ‘มาบ่อยนัก’ ที่ฝ่ายค้านจะโดน ‘ตลบหลัง’ ซะเอง
หาก ‘ดิ้นไม่หลุด’ กรณีของ ‘ป้อม ภาวุธ’ จะกระทบ ‘3 เด้ง’ เด้งแรกในแง่ของสส.บัญชีรายชื่อ เด้งต่อมาในมุมของการเป็นรมว.ดีอีเงา ขณะที่เด้งสุดท้าย ‘อาจจะ’ ลามไปถึงต้นสังกัดอย่างพรรคประชาชน ซึ่งมีบาดแผล จากกรณี ‘เขตบางพลัด’ และจ.ตากมาแล้วก่อนหน้านี้
สำหรับ ‘เม้ง วิหารแดง’ ในฐานะ ประธาน กมธ.ตำรวจ นั้น ‘ชื่อชั้น’ อาจจะไม่เป็นที่ ‘เข้าหู’ มากนักแต่หากดู ‘พรรษา’ การเมืองแล้วต้องบอกว่า ‘ธรรมดา’ ซะที่ไหน เพราะจัดอยู่ในประเภท ‘วงใน’คนหนึ่ง เพราะไม่งั้นคงไม่นั่ง ‘เลขาฯรมว.สาธารณสุข’ สมัย อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งว่าการ สธ.เป็นแน่
เห็น ‘หัวหน้าหนู’ บอกว่าใช่แต่ รมต.ของพรรคเท่านั้นที่จะถูก ‘ประเมินผลงาน’ ประธานกมธ.แต่ละคณะ ก็จะต้องถูกประเมินผลงานด้วยเช่นกัน ขึ้นชื่อว่า ‘เกมในสภา’ ภูมิใจไทย ก็จัดอยู่ในขั้น ‘1 ในตองอู’ เหมือนกันนะจะบอกให้



