เรื่องมันมีอยู่ว่า จาก‘จุดเปราะบาง’สู่‘จุดวัดใจ’ ‘กล้าธรรม’ไม่ได้เกิดมา‘ค้าน’ มีแผล-มีชนักปักหลัง-ไร้เอกภาพ ‘ฝ่ายค้านในฝัน’ของ‘นายกฯหนู’

25 ก.พ. 2569 - 06:46

  • พรรคกล้าธรรมเกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน

  • แต่ครั้งนี้อาจได้เป็นฝ่ายค้านมือใหม่หัดขับ และอาจเกิดเหตุงูฉกคนเลี้ยง

  • สเปกฝ่ายค้านในฝันของภูมิใจไทยต้องมีแผล มีชนักปักหลัง และไร้เอกภาพ

เรื่องมันมีอยู่ว่า จาก‘จุดเปราะบาง’สู่‘จุดวัดใจ’ ‘กล้าธรรม’ไม่ได้เกิดมา‘ค้าน’ มีแผล-มีชนักปักหลัง-ไร้เอกภาพ ‘ฝ่ายค้านในฝัน’ของ‘นายกฯหนู’

เรื่องมันมีอยู่  พรรคกล้าธรรมถือกำเนิดมาเป็นซีกรัฐบาลอย่างเดียว ไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจเป็นฝ่ายค้าน และจำนวน สส.ที่กวาดมาเกิน 50 ที่ น่าจะรับประกันได้ แต่สุดท้ายอาจได้ไปฝึกเป็นฝ่ายค้านครั้งแรกก็ได้ <>สเปกฝ่ายค้านในฝันของภูมิใจไทยต้องมีแผล มีชนักปักหลัง และไร้เอกภาพ ดูแล้ว ส้ม-ฟ้า-เขียว ตรงทุกข้อ <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

จาก‘จุดเปราะบาง’สู่‘จุดวัดใจ’

‘กล้าธรรม’ไม่ได้เกิดมา‘ค้าน’

ถึงเวลานี้ต้องบอกว่าความน่าจะเป็น ‘รัฐบาล’ นั้นน้อยมาก ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับโอกาสที่จะเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ สำหรับพรรค ‘กล้าธรรม’  พรรคการเมืองน้องใหม่บนสนามการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเอา ‘คอการเมือง’ พากันอ้างปากค้างกับ ‘ตัวเลข’ ว่าที่ สส.ที่ได้มาอย่างไม่เป็นทางการถึง 58 เสียง

พรรคกล้าธรรมนั้นมีสโลแกนว่า ‘มั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน’ นั้นมี ‘ศูนย์กลางการบังคับบัญชา’ อยู่ที่ ‘ผู้กองยอดรัก’  ที่ออกแรงทั้งกำลังภายนอก กำลังภายใน โดยมีเป้าหมายคือ ‘ตึกไทยคู่ฟ้า’ ทำเนียบรัฐบาล หาใช่ ‘สัปปายะสภาสถาน’ ไม่

พรรคกล้าธรรม ของ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า เกิดมาเพื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้น  แต่ครั้งนี้อาจจะได้ทำงานเป็นฝ่ายค้านมือใหม่
พรรคกล้าธรรม ของ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า เกิดมาเพื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่ครั้งนี้อาจจะได้ทำงานเป็นฝ่ายค้านมือใหม่

 หลายต่อหลายคนบอกว่า พรรคกล้าธรรมนั้นไม่ได้เกิดมาทางการเมืองเพื่อเป็น ‘ฝ่ายค้าน’  เมื่อเป้าหมายเป็นเช่นนี้ ด้วยความที่พรรคมีลักษณะ ‘รวมกันเฉพาะกิจ’ หากไปเกิดทางการเมือง ‘ผิดที่’ โอกาสโตใหญ่ในภายภาคหน้าก็น่าจะยากพอๆกับ ‘เข็นครกในมหาสมุทร’

ชำแหละเสียงพรรคกล้าธรรมกันหน่อย 58 เสียงที่ได้มา 2 เสียงเป็นบัญชีรายชื่อ อีก 56 เสียงเป็นสส.จากทั้ง 4 ภาค ในลักษณะ ‘บ้านใหญ่ผสมกับบ้านใหม่’

ภาคใต้นั้น ‘กวาด’ มาทั้งหมด 11 เขต เฉพาะ 3 จังหวัดภาคใต้สามารถเจาะได้ที่จ.นราธิวาส 2 เขต(เขต 2,เขต 3) และจ.ปัตตานี 1 เขต(เขต 4) ขณะที่ ‘ภาคกลาง’ ได้มาทั้งหมด 13 เขตเลือกตั้ง โดยที่ฮือฮาที่สุดคือที่ จ.สุพรรณบุรี ที่เขต3 ที่สามารถล้วงคอมังกรเมืองสุพรรณแบบ ‘หักปากกาเซียน’

ส่วนที่ ภาคอีสาน ซึ่งเดิมว่ากันว่าจะเป็น ‘บู๊ล้างผลาญ’ กับระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย แต่สุดท้ายถูกพรรคกล้าธรรม ‘ตีท้ายครัว’ มาได้ 13 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะที่จ.ขอนแก่น ที่ตระกูล ‘ช่างเหลา’ พาเข้าสภามาได้ 3 เขต (เขต 3,เขต 5,เขต 8)

แต่ที่ ‘ฮือฮา หมาเห่า หมาหอน’ ที่สุดต้อง ภาคเหนือ ที่พรรคผู้กอง กวาดเข้ากระเป๋ากางเกงไปกว่า 19 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ‘แนวตะเข็บชายแดนตะวันตก-พื้นที่นอกเมือง’ ไล่มาตั้งแต่ ตาก ,แม่ฮ่องสอน,เชียงใหม่,เชียงราย เฉพาะ 4 จังหวัดนี้ได้มา 11 เก้าอี้ ไม่นับพะเยา,กำแพงเพชรที่เป็นจังหวัดเป้าหมาย ส่วนจ.น่าน 1 เขต(เขต 2) และจ.ลำปาง 2 เขต(เขต 2,เขต 4) ก็ได้มาเพราะตัวบุคคลไม่ใช่การได้มาเพราะ ‘กระแส’

หากดูโครงสร้างพรรคแล้ว ที่ใครต่อใครบอกว่า งานนี้ ‘หมองู’ มีโอกาสโดนงูที่เลี้ยงไว้ ‘ฉกกัด’ เอาได้ง่ายๆ นั้นก็เป็นไปได้เหมือนกัน

หาก ‘งู’ ที่เลี้ยงไว้นั้นไม่ได้อยู่ใน ‘สภาพแวดล้อมทางการเมือง’ ที่เหมาะสม

<<<<<<>>>>>> 

มีแผล-มีชนักปักหลัง-ไร้เอกภาพ

‘ฝ่ายค้านในฝัน’ของ‘นายกฯหนู’

ความวุ่นวายที่กำลังลุกลามบานปลายทางการเมืองในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ ‘ผู้เล่น’ อย่างพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่เกิดจาก ‘ผู้เลือก’ กับ ‘กรรมการ’ อย่าง กกต.อันว่าด้วยเรื่องการจัดการเลือกตั้งต่างหาก ที่ยิ่งเนิ่นนานดูเหมือน กกต.จะยิ่งออกทะเลออกไปทุกที

ที่ ‘สอบตก’ ที่สุดของ กกต.น่าจะอยู่ที่การ ‘สื่อสาร’ กับสังคม ที่ต้องมีอะไรมากกว่า ‘แก้ข้อกล่าวหา’ไปวันๆ จน ‘ผู้เลือก’  เขาพากันให้ชื่อใหม่จากชื่อย่อ กกต.ที่มาจาก กรรมการการเลือกตั้งเป็น‘กูแก้ตัว’

ล่าสุดจะจริงหรือไม่ ยังต้องได้ยินกับหูและต้องดูให้เห็นกับตา เพราะจู่ๆก็มีข่าวว่า กกต.กำลังจะประกาศ ‘รับรอง’ผลเลือกตั้ง สส.แบบเขตเลือกตั้ง ‘ล็อตแรก’ในวันที่  25 กุมภาพันธ์นี้ ท่ามกลางการร้องเรียน ‘ซื้อเสียง’ กันชนิดมโหฬาร

ตาม ‘ปฎิทินการเมือง’ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญวาระสำคัญคือการเลือก ‘2 ว่าที่กกต.’ขณะที่ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จะเป็น ‘เส้นตาย’ ที่กกต.ต้องชี้แจงกรณี ‘บาร์โค้ด -คิวอาร์โค้ด’ กับผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าด้วยเรื่อง ‘ลับ-ไม่ลับ’ หรือ ‘โมฆะ-ไม่โมฆะ’

แต่ที่ต้อง ‘อ้าปากค้าง’ คือข่าวที่มีการระบุว่า  ‘ข้อคาใจ’ กรณี บัตรเลือกตั้งสีชมพูที่ ‘ลงคะแนนใหม่’วันที่ 22 กุมภาพันธ์ไม่เหมือนกับวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นั้น ‘ข่าววงใน’ ระบุว่า ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แม้จะปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ส่วนของต้นขั้วนั้น กกต.ใช้‘เทคนิคพิเศษ’ในการจัดพิมพ์โดยรหัสต่างๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ดังนั้น การจัดพิมพ์บัตรใหม่จึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต.ข้อที่ 129 จึงทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็น ‘โมฆะ’

‘ข่าวบอกว่า’ ที่กกต.รีบประกาศรับรอง สส.นั้นเพราะอยากให้ความสนใจไปอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาลมากกว่ามาอยู่ที่กกต.

ทางการเมืองเมื่อพูดถึงรัฐบาล ต้องพูดถึง ‘ฝ่ายค้าน’ในฐานะ ‘เงาติดตัว’ รัฐบาลด้วย  หลายคนบอกว่า ทุกรัฐบาลนั้นมี ‘ฝ่ายค้าน’ ในฝันด้วยกันทั้งนั้น

หน้าตาฝ่ายค้านในฝันเป็นยังไงนั้นระบุยาก แต่จะมี ‘สเปก’ คร่าวๆ อาทิ

1.ขาด ‘เอกภาพ’ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

2.ขาดความน่าเชื่อจากทางสังคมหรือมี ‘ต้นทุน’ ทางความน่าเชื่อถือต่ำกว่ารัฐบาล

3.มีแผลทางการเมืองติดตัวอยู่ จะชำแหละรัฐบาล ก็กลัวจะเข้าตัวเสียเอง

หากรัฐบาล ‘อนุทิน’ อยากเห็น ‘ฝ่ายค้านในฝัน’ แบบที่ว่านี้ ดูเหมือน ‘ฝ่ายค้าน’ อย่างสีส้มผสมสีฟ้าและสีเขียวน่าจะ ‘เข้าเค้า’ ที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์