เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘อืดอาด’ยิ่งกว่า ‘เต่าขาหัก’ 2 ปี‘คดีฮั้วสว.’ไปไม่ถึงไหน ,ได้เวลา‘ชัชชาติ’ไขก๊อกผู้ว่าฯ ‘อนุทิน’กับลีลาปราบคอร์รัปชัน

18 พ.ค. 2569 - 06:46

  • 2 ปีผ่านไปกับการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ของกกต.ที่ค่อย ๆ คืบ

  • เลขาฯ กกต.เปรียบเปรยว่าความรู้สึกมักไปเร็วกว่าข้อเท็จจริง

  • หลังมีข้อมูลเรื่องการรับสินบนของหน่วยงานรัฐ รอดูว่ารัฐบาลแก้ปัญหา

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘อืดอาด’ยิ่งกว่า ‘เต่าขาหัก’  2 ปี‘คดีฮั้วสว.’ไปไม่ถึงไหน ,ได้เวลา‘ชัชชาติ’ไขก๊อกผู้ว่าฯ ‘อนุทิน’กับลีลาปราบคอร์รัปชัน

เรื่องมันมีอยู่ว่า   คดีฮั้ว สว.ในมือ กกต.มา 2 ปี มีความคืบหน้าบ้างพอให้เห็น จะลงเอยอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่เลขาฯ กกต.เปรียบเทียบไว้ว่าความรู้สึกไปเร็วกว่าข้อเท็จจริง <> ข้อมูลเรื่องการรับสินบนของหน่วยงานรัฐที่ กกร.และเพื่อนไม่ทนเปิดออกมา กลุ่มหัวแถวก็ออกมาชี้แจง  รอดูท่าทีของหัวเรืออย่างรัฐบาลว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘อืดอาด’ยิ่งกว่า ‘เต่าขาหัก’

2 ปี‘คดีฮั้วสว.’ไปไม่ถึงไหน

อีกประมาณ 2 เดือน สมาชิกวุฒิสภาหรือสว.ชุดปัจจุบันจะครบ 2ปี หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 และแน่นอนว่าเมื่อจะครบ2ปีก็ต้องมี ‘คำถาม’ตามออกมาทันทีว่า ‘คดีฮั้วสว.’คืบหน้าไปถึงไหน

ล่าสุดเหมือนจะได้ยิน ‘เฮียแหวง’ หรือ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมารายงานความคืบหน้าแบบ‘ไม่มีอะไรคืบ’ว่า

‘ขณะนี้ กกต. ได้เริ่มดำเนินการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับสว. ซึ่งถือเป็นสำนวนขนาดใหญ่แล้ว’

‘เฮียแหวง’ บอกด้วยว่า กกต.มีการกำหนดไว้ว่าใน 1 สัปดาห์ การประชุมพิจารณาคำร้อง จะใช้ 1 วันสำหรับการพิจารณาคดีฮั้ว สว.เต็มๆ เช่น กำหนดทุกวันจันทร์ พิจารณาคำร้องคดีฮั้ว สว. ส่วนวันอังคารประชุมเรื่องการบริหารกับสำนวนทั่วไป และมีการประชุมวันพุธอีกวันหนึ่ง ซึ่งที่ประชุม กกต.จะกำหนดเลือกวันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้เวลาประชุม 1 วันเต็มเพื่อพิจารณาคดีฮั้ว สว. เนื่องจากมีเอกสารพยานหลักฐานจำนวนมากที่ต้องใช้เวลา แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จวันใด

ตามข่าวก่อนหน้านี้ มีการระบุว่า ได้มีการทำสำนวนคดี ‘ฮั้วสว.’ ให้กกต.ชุดใหญ่พิจารณาประมาณ 90,000แผ่น

ช่วงที่น่าสนใจ คือช่วงที่ เลขากกต.ระบุว่า

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปรียบเทียบว่า ความรู้สึกของประชาชนไปเร็วกว่าข้อเท็จจริง กรณีคดีฮั้ว สว.ที่จะครบ 2 ปีเร็ว ๆ นี้
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปรียบเทียบว่า ความรู้สึกของประชาชนไปเร็วกว่าข้อเท็จจริง กรณีคดีฮั้ว สว.ที่จะครบ 2 ปีเร็ว ๆ นี้

‘ทั้งนี้การทำงานของ กกต. แม้บางครั้งสังคมอาจรู้สึกว่าการดำเนินการยังไม่เห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีข่าวทุจริตที่เกิดขึ้น บางครั้งเราได้ดำเนินการนำพยานหลักฐานไปที่ศาลแล้ว แต่ความรู้สึกของประชาชนมักไปไวกว่าข้อเท็จจริง’

มีความเป็นไปได้ 3ทางกับคดี ‘ฮั้ว.สว.’คือ

1.สรุปว่า ไม่ผิดไม่สั่งฟ้องทั้งหมด 229 คนซึ่งประกอบด้วย สว.ชุดปัจจุบัน  138 คนและ อีก 91 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง

2.สั่งฟ้องบางส่วน และเฉพาะสว.ไม่เกี่ยวกับ 91 กก.บห.พรรคการเมือง

3.สั่งฟ้องทั้งหมดตามสำนวนที่สอบสวนมา

แต่ก็มี ‘ความเป็นไปได้สูง’ ที่จะ‘ขยายเวลา’ การสอบสวนออกโดยอ้างว่าเป็นสำนวน‘ขนาดใหญ่’

อย่าลืมว่า หาก กกต.สั่งฟ้องแล้วเรื่องไปถึงศาล หากผู้ที่ถูกฟ้องอยู่ระหว่างทำหน้าที่ก็จะต้อง ‘หยุดปฏิบัติหน้าที่’ และถ้าเป็นการ ‘สั่งฟ้อง’ ทั้งหมด ซึ่งจะมีทั้งสว.เกินครึ่งสภา และ 91คนที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ซึ่ง‘ตรงนี้’ จะมีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีอีก 5-6 คนเข้าไปเกี่ยวข้อง

ถ้าไปถึง ‘จุดนั้น’ การเมือง ‘เกิดการหยุดชะงัก’ทันที

เห็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศจับมือกับ ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ เตรียมลงพื้นที่ ‘เขากระโดง’

เชื่อเลยว่า เดี๋ยวอีกซักพักจะ ‘ขยับขยาย’ มาที่คดี ‘ฮั้วสว.’

<<<<<<>>>>>> 

ได้เวลา‘ชัชชาติ’ไขก๊อกผู้ว่าฯ

‘อนุทิน’กับลีลาปราบคอร์รัปชัน

วันที่18 พฤษภาคมนี้ เวลาประมาณซัก 17.00 น.การ ‘ลาออก’ จากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก่อนที่จะครบวาระ 4 ปี  ในวันที่ 21 พฤษภาคมจะมี ‘ผลบังคับใช้’ หลังยื่นหนังสือลาออกไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เหตุผลก็ไม่มีอะไร ‘มากไปกว่า’ เกรงจะ ‘ติดขัด’ ข้อกฎหมาย เพราะการรักษาการผู้ว่าฯกทม.ไปพร้อม ๆ กับการเป็น ‘ผู้สมัคร’ ก็เป็นอะไรที่น่าหมิ่นเหม่ต่อการถูกร้องเรียนอยู่มาก และที่สำคัญน่าจะการดีกับ ‘ทุกฝ่าย’ เมื่อไม่ให้ ‘ได้เปรียบเสียเปรียบ’  แม้ใครต่อใครจะบอกว่า ‘ผู้ว่าฯกทม.’รอบนี้ไม่คึกคัก เพราะ ‘ชัชชาติ’ นอนมา  แต่หาก ‘ลงลึก’ ก็จะพบว่า การต่อสู้ทางการเมืองนั้น ‘เข้มข้น’ กว่ารอบที่แล้วซะด้วยซ้ำ

พูดถึงกทม.แล้วต้องบอกว่า ‘รอบนี้’ หลุดผลสำรวจเรื่องคอร์รัปชันของ ‘กกร.และเพื่อนไม่ทน’ ไปได้อย่างไรกัน

ได้ยิน กรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เชิงเชื้อเชิญ ให้สังคมไทยติดตาม การแก้ไขปัญหา ‘คอร์รัปชัน’ ของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยไว้ว่า

‘ในฐานะนายกรัฐมนตรี สามารถแสดงออกได้ 2 แนวทาง ประมาณนี้ แนวที่ 1 เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องความรู้สึกที่สะสมมาจากในอดีต ถ้าหน่วยงานเขาฟ้องผู้ทำแบบสำรวจก็ช่วยไม่ได้นะ กล้ากล่าวหาก็ต้องพร้อมรับผิดชอบ หรือ แนวที่ 2  ขอยอมรับว่าการทุจริตในหน่วยราชการยังเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคต่อประเทศ ขอขอบคุณสำหรับแรงกระตุ้นจากภาคเอกชนให้ผมได้ตื่นตัว ผมจะกำชับทุกกระทรวง กรม กอง พร้อมมีมาตรการป้องกัน และในอีก 6 เดือนข้างหน้า ขอให้มาสำรวจอีกครั้ง ผมยืนยันว่าจะต้องดีขึ้น’

โพสต์ของนายกรณ์ ระบุว่า ‘ขอให้ประชาชนคนไทยลองตามข่าวดูเอาเองครับว่า นายกฯ ของเราไปแนวไหน!? ’

ในผลสำรวจของ กกร.และเพื่อนไม่ทน นั้นไม่ใช่มีแต่ ‘การรับสินบน’ เท่านั้น แต่ยังมีเรื่อง ‘การเรียกเอาสินบน’ อีกด้วย   อันนี้ ‘น่าห่วง’ อย่างยิ่งเพราะสะท้อนให้เห็นถึง ‘กลไก’ ปราบปรามทุจริตที่ไร้ประสิทธิภาพ และไม่มีใคร ‘เกรงกลัว’ แต่ที่ ตกใจคือ ‘คนให้หรือคนจ่าย’ ไม่ไว้ใจที่จะไปเรียกร้องเพื่อแก้ไขปัญหา

ดูเหมือนรัฐบาล อนุทิน จะมีกลไกที่เรียกว่า ร่างพ.ร.บ.อำนวยความสะดวก เพื่อลดขั้นตอนราชการและลดการใช้ดุลพินิจในการพิจารณา แต่นั่นก็แค่ ‘ส่วนหนึ่ง’  เพราะหัวใจของเรื่องนั้นน่าจะอยู่ที่ ป.ป.ช.ที่เป็น ‘หน่วยงาน’  หลักในการแก้ไขปัญหาที่ วันนี้กำลังได้ถูกสังคม ‘ตั้งคำถาม’ ถึงการทำหน้าที่

ดูเหมือนการแก้ไข ‘คอร์รัปชัน’ มันจะ ‘ยากกว่า’ การเพราะพันธุ์ไดโนเสาร์ อย่างที่ ‘พี่เต้ พระราม7’แกบอกไว้ซะแล้วสิ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์