เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘หมอสุภัทร’โดนปลด การเมืองแกล้งหรือ ‘ส้มอมเทา’ , ‘จ่ายตังค์’ได้แบบขอไปที ‘รักษาฟรี’ได้แบบพรีเมียม

27 ม.ค. 2569 - 06:45

  • เขต 2 สงขลา การต่อสู้ของ 3 พรรค ส้ม น้ำเงิน ฟ้า

  • ผู้สมัครพรรคส้ม ยังมีเรื่องถูกปลดออกจากราชการที่ต้องตีความกันอีก

  • ประกันสังคมแตะตรงไหนก็มีปัญหาทุกจุด จนคนที่ถูกบังคับจ่ายเริ่มไม่ทนแล้ว

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘หมอสุภัทร’โดนปลด  การเมืองแกล้งหรือ ‘ส้มอมเทา’ , ‘จ่ายตังค์’ได้แบบขอไปที ‘รักษาฟรี’ได้แบบพรีเมียม

เรื่องมันมีอยู่ว่า  พื้นที่เขต 2 สงขลา  การแข่งขันของ ส้ม น้ำเงิน ฟ้า  เป็นเขตที่ถูกจับตามองมากที่สุดเขตหนึ่งในภาคใต้  เพราะผู้สมัครแต่ละคนมีของกันทั้งนั้น แต่ผู้สมัครพรรคส้มอาจจะเหนื่อยกว่าพรรคอื่น<>ทุกคนที่ถูกบังคับจ่ายเงินประกันสังคม ต้องการให้สะสาง รื้อ จัดการ ความล้มเหลวของระบบประกันสังคมเสียที หลักการดี แต่ปฏิบัติล้มเหลว <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘หมอสุภัทร’โดนปลด

 การเมืองแกล้งหรือ ‘ส้มอมเทา’

เขต 2 จ.สงขลา จัดเป็นพื้นที่ ‘แข่งเดือด’ ของ3พรรคใหญ่ ที่ประกอบด้วย ‘แชมป์เก่า’ ศาสตรา ศรีปาน ที่คราวนี้ย้ายไปสังกัดพรรคสีน้ำเงิน หลังขี่กระแส ‘ลุงตู่’ เข้าสภาในการเลือกตั้งปี 2566 เจอกับ ‘สีส้ม’ ที่ส่ง นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ และ ‘สีฟ้า’ ที่ส่ง จุรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม

เขต2 คือพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ใน 2 ตำบลใหญ่คือ ต.หาดใหญ่ และต.คลองอู่ตะเภา

ล่าสุดเกิดปัญหา กรณี ‘นพ.สุภัทร’ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่ากรรมการ อกพ. กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 22 มกราคม ลงมติ 4 ต่อ 3 ให้ ‘ปลดออกจากราชการ’ กรณีจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงวิกฤตโควิด-19  เมื่อปี 2564

ครั้งนั้นโรงพยาบาลต่าง ๆ ร่วมกันจัดซื้อ ATK รวมประมาณ 2 แสนชุด โดยโรงพยาบาลจะนะ จัดซื้อราว 4 หมื่นชุด ในราคาชุดละ 230 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาที่ สปสช. กำหนดไว้ที่ 450 บาท และต่ำกว่าราคากลางของกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงใกล้เคียงที่ 350 บาท อีกทั้งเป็น ATK เกรดการแพทย์ มาตรฐาน WHO แต่ภายหลังกลับถูก ‘กล่าวหา’ ว่าจัดซื้อผิดระเบียบ แบ่งซื้อ แบ่งจ้าง และซื้อแพง ซึ่งได้ ‘นพ.สุภัทร’ ชี้แจงเป็นเอกสารครบถ้วนแล้วทุกประเด็น

หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ในปี 2566 ‘นพ.สุภัทร’ บอกว่า เขาและเครือข่ายแพทย์ชนบทได้ออกมาคัดค้านนโยบายกัญชาเสรีก่อนจะถูกคำสั่งย้ายจากโรงพยาบาลจะนะไปโรงพยาบาลสะบ้าย้อย และมีการรื้อเอกสารย้อนหลัง จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยหลายสิบเรื่อง โดยประเด็น ATK เป็นเรื่องหลักที่ถูกนำมาพิจารณาในครั้งนี้

ผู้สมัครพรรคสีส้ม บอกว่า เรื่องทั้งหมดถูกส่งให้คณะกรรมการ กพ. ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดส่งผลให้ที่ประชุม อกพ. วันดังกล่าว ‘ยังไม่มีมติทางกฎหมายเกิดขึ้น’ และยัง‘ไม่ถูกปลดออกจากราชการ’ แต่อย่างใด และเชื่อมั่นว่าพลังของประชาชน จะเป็นตัวตัดสินในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ พรรคส้ม เขต 2 สงขลา กับความไม่ชัดเจนเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร แต่เจ้าตัว และพรรค ก็ส่งลงชิงเก้าอีั สส.
นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ พรรคส้ม เขต 2 สงขลา กับความไม่ชัดเจนเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร แต่เจ้าตัว และพรรค ก็ส่งลงชิงเก้าอีั สส.

นพ.สุภัทร นั้นรู้ตัวว่าจะถูกปลดออก  มาตั้งเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เพราะโพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้สังคมรู้เอง  หลังจากนั้นเครือข่ายเอ็นจีโอพวกเดียวกัน ออกมาเคลื่อนไหวให้สังคม Save หมอสุภัทร  

พอมีการยุบสภา  นพ.สุภัทรก็ประกาศลาออกจากราชการ ลงสมัคร สส. เขต 2  สงขลา พรรคประชาชน  เบียด‘ครูไพลิน’ วชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์  ที่เลือกตั้ง ปี 2566  เข้าที่ 2 แพ้  ศาตรา ศรีปาน แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ แค่ 168  คะแนนเท่านั้น   แต่รอบนี้เต็มใจหลีกทางให้ นพ. สุภัทรลงแทน

เรื่องมันมีอยู่ว่า   นพ.สุภัทร รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ตัวเองมีความเสี่ยงที่จะขาดคุณสมบัติ ทำไมยังมาสมัคร   และพรรคประชาชน ‘ก็น่าจะรู้เช่นกัน’   แต่ทำไมให้ นพ. สุภัทรลงสมัครแทน ‘ครูไพลิน’  พอ อกพ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติให้ปลดก็หาว่า   ‘โดนการเมืองเตะตัดขา’  เพราะมีแนวโน้มที่จะชนะเลือกตั้ง จึงต้องสกัดไว้ก่อน

จะมาอ้างว่า ‘ไม่รู้’  เหมือนกรณี ‘ส้มอมเทา’ ที่ผู้สมัคร สส.  พรรคเขต บางพลัด และที่จังหวัดตาก ถูกตำรวจกำลังจับข้อหาฟอกเงิน และพัวพันเว็ปพนัน  ที่พรรคอ้างว่าไม่รู้มาก่อนไม่ได้ เพราะนพ. สุภัทร เป็นคนป่าวประกาศเองตั้งแต่ก่อนยุบสภาว่า  กำลังจะโดนให้ออกจากราชการ

ปัญหาคือ ขณะนี้นพ.สุภัทร ยังมี ‘คุณสมบัติ’ เป็นผู้สมัครหรือไม่

เรื่องนี้ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการกกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องไปดูว่าถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ หากสั่งให้พ้นจากเหตุการณ์ทุจริต  กฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 42 (10) ระบุว่า ‘เคย’ ถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่

อย่างไรก็ตาม การทุจริตประพฤติชอบในวงราชการต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ อย่างไร หรือสั่งให้พ้นจากเหตุอะไร

คำว่า‘เคย’นั้นจะเคยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ถ้า ‘เคย’ ปุ๊บ ก็เข้าลักษณะต้องห้ามทันที อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะนับหลังจากที่มีการลงนามในคำสั่งนั้นอย่างเป็นทางการก่อน หากบอกว่าเป็นมติ แต่ยังไม่มีการลงนามคำสั่งก็ยังไม่นับ

กรณีเช่นนี้ น่าจะเป็นหน้าที่ของ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตที่จะยื่นเรื่องต่อ ‘ศาลฎีกา’ ในการพิจารณาถอนจากการเป็นผู้สมัครสส. เป็นอำนาจที่จะยื่นได้เลย ถือว่าเหตุปรากฏ และกฎหมายเขียนว่า ‘ก่อนวันเลือกตั้ง’

ทั้งนี้ ‘หาก’ ได้รับเลือกตั้ง แต่กรณีนี้หมายความว่า เป็น‘ลักษณะต้องห้าม’ ที่เกิดขึ้น ก็ยังเป็นอำนาจของกกต.ที่จะ ‘รับรอง’  หรือ ‘ไม่รับรอง’

ความจริงแล้ว ‘ผลการสอบสวน’  กับ ‘ผลการเลือกตั้ง’  นั้น ‘คนละเรื่อง’ กัน เหมือนที่ต้องแยกให้ออกระหว่าง ความเป็น ‘หมออาสา’  กับ ‘การจัดซื้อจัดจ้าง’  ตามระบบระเบียบราชการ

‘ตาอิน’สู้กับ ‘ตานา’ งานนี้มี ‘ตาอยู่’ แน่นอน

<<<<<>>>>>> 

‘จ่ายตังค์’ได้แบบขอไปที

‘รักษาฟรี’ได้แบบพรีเมียม

เห็นบทความของศ.นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ โพสต์ผ่านFB ประเด็น ‘กองทุนประกันสังคม’แถลงข่าวผลตอบแทนกว่า 8 หมื่นล้านบาท อ่านแล้วต้องบอกว่า ‘เจ็บๆคันๆ’ตรงใจใครต่อใคร ‘เสียยิ่งนัก’

เป็น‘ตลกร้าย’ และ ‘ขำไม่ออก’ อย่างที่ นพ.ชวลิตว่าจริงๆ ‘หัวใจสำคัญ’ ที่นพ.ชวลิตได้ชี้คือ ‘คุณภาพชีวิต’ ของคนจ่ายเงินครับ

นพ.ชวลิตยกกรณี ‘บัตรทอง’ ที่รักษาฟรี ตอนนี้เขามีนโยบาย ‘Cancer Anywhere’ (มะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้) เป็นมะเร็งปุ๊บ เดินเข้าโรงพยาบาลศูนย์ โรงเรียนแพทย์ ที่มีอาจารย์หมอระดับท็อป มีเครื่องมือล้ำยุค ได้ทันทีแบบไร้รอยต่อ

แต่พอกล้องแพนมาที่ฝั่ง ‘ประกันสังคม’ กลุ่มคนที่ถูกหักเงินเดือนไปทุกเดือน กลับต้องเจอกับสิทธิ ‘SSO Cancer Care’ ที่ชื่อคล้ายกัน แต่คุณภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว

นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ พูดถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้ตรงเป้า และสะท้อนความรู้สึกของคนถูกบังคับจ่ายได้เป็นอย่างดี
นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ พูดถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้ตรงเป้า และสะท้อนความรู้สึกของคนถูกบังคับจ่ายได้เป็นอย่างดี

‘ผู้ประกันตน’ส่วนใหญ่ ติดล็อกอยู่กับ ‘โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลาง’ ตามสิทธิ หรือถ้าเลือกได้ตามรายชื่อของ SSO Cancer Care ก็เทียบไม่ได้กับ Cancer Anywhere อยู่ดี ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า หลายแห่งไม่มีศักยภาพพอที่จะรับมือกับโรคมะเร็งที่ซับซ้อน

ประโยคเด็ดคือนพ.ชวลิต ระบุว่า ‘คนจ่ายตังค์ ได้บริการแบบขอไปที ส่วนคนรักษาฟรีได้บริการระดับพรีเมียม’

‘เรียน คณะกรรมการประกันสังคมผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนที่ท่านจะออกมาอวดอ้างตัวเลขผลกำไร 8 หมื่นล้านในครั้งต่อไป หมออยากให้ท่านลองวางตัวเลขบัญชีลง แล้วหันมาดู‘บัญชีชีวิต’ ของผู้ประกันตนบ้าง การบริหารเงินให้งอกเงย มันเป็นหน้าที่พื้นฐานครับ ไม่ใช่เรื่องวิเศษอะไร แต่การบริหาร ‘สิทธิการรักษา’ ให้สมศักดิ์ศรีกับเงินที่ประชาชนจ่ายไป นั่นต่างหากคือ ‘ฝีมือ’ ที่แท้จริง

หมอว่ามันเป็นความภูมิใจที่ ‘ผิดที่ผิดทาง’ ไปหน่อย. ช่วยทำสิทธิประกันสังคมรักษามะเร็ง ให้ดีกว่า หรืออย่างน้อยก็ ‘เท่าเทียม’ กับสิทธิบัตรทองให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องตัวเลขกำไร

แบบนั้น... มันถึงจะดู ‘สง่างาม’ สมกับที่เป็นผู้บริหารเงินกองทุนของประชาชนครับ’

ถึงตรงนี้ ‘ประกันสังคม’ แตะไปตรงไหนก็มี ‘กลิ่นไม่ดีติดมือ’ มาแน่อน  2 กรณี ‘ล่าสุด’ ยิ่งสะท้อนถึง‘สภาพเน่าใน’อย่างเห็นได้ชัด

กรณีแรก มีข่าวว่า ประกันสังคมควักเงิน 35 ล้านบาท ‘ตัดสูท’ ราวๆ 7,000 ตัวแจกจ่าย นัยว่าเมื่อสร้างภาพของความน่าเชื่อถือ

ขณะที่กรณีต่อมา ‘Web App ประกันสังคม’ เกิดล่มขึ้นมาใช้งานไม่ได้ ว่ากันว่า กระทบกับผู้ประกันตนที่ขอรับเงินชดเชยจากกรณี ‘ว่างงาน’ หลักแสนคน

บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ อดีตปลัดกระทรวงเคยออกมายืนยันว่า โครงการพัฒนา Web App ซึ่งใช้งบประมาณ 850 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการผู้ประกันตน ทั้งหมดผ่านการอนุมัติจากคณะทำงานและบอร์ดประกันสังคม พร้อมพร้อมให้ ‘ตรวจสอบ’ ทุกขั้นตอน

‘รูปธรรม’ แรก หลังมีรัฐบาลที่มีจากการเลือกตั้ง รมว.แรงงาน ควรจะต้องมีสเปกที่ ‘รู้และเข้าใจ’ งานด้าน ‘ประกันสังคม’

เวลานี้ดูเหมือนทุกพรรคการเมือง มีแนวคิดตรงกันว่า ต้อง ‘เอาออกจากระบบรายการ’ ถึงจะทำให้ ‘ประกันสังคม’ มีประสิทธิภาพและโปร่งใสอย่างแท้จริง

ถือเป็นเรื่องที่ต้องรีบ ‘ลงมือทำ’   กันให้ได้  เรื่อง ยิ่งกว่าไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซะอีก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘หมอสุภัทร’โดนปลด การเมืองแกล้งหรือ ‘ส้มอมเทา’ , ‘จ่ายตังค์’ได้แบบขอไปที ‘รักษาฟรี’ได้แบบพรีเมียม