เรื่องมันมีอยู่ว่า อดีต สส.พรรคประชาชน ประกาศลาออกจากพรรค และตั้งคำถามถึงกลุ่มผู้ก่อตั้งยุคอนาคตใหม่ ว่ายังจำจุดยืนเริ่มต้นทำพรรคการเมืองได้หรือไม่ เพราะเปลี่ยนไปหมดแล้ว<>ฐานะใหม่ทางการเมืองผู้ช่วยหาเรื่อง บก.ลายจุด และไอลอว์ ประกาศล่า เลขาฯ กกต.ถกเรื่องประชามติ <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว
‘ส้มเก่า’ไม่ทนสาวไส้‘ส้มแก่’
ต้องเรียกว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวกันเลยทีเดียว กับการที่ ‘นิว’ น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชั่น X มีเนื้อหาค่อนข้างยาว แต่สาระเข้มข้นอย่างที่สำคัญ
‘นิว’ ออกตัวก่อนเลยว่า ได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ หลังเกิดความศรัทธาจากการที่เห็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและคณะก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่จน ‘นิว’ ตัดสินใจออกมาเล่นการเมือง

‘นิว’ตั้งตำถามถึงการเปลี่ยนไปของพรรคอนาคตใหม่ที่ก่อตั้งเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา จนเป็นพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนในที่สุด ช่วงสำคัญ ‘นิว’ ระบุว่า
‘อยากถามพวกคุณว่า คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหม ว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน ? คุณลืมไปแล้วใช่ไหม ว่าคุณเข้ามาการเมือง เพื่ออะไร ? ที่สำคัญ คุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว ประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้ ผลการตัดสินอยู่ที่ประชาชนค่ะ’
จี๊ดที่สุด ตรงที่ ‘นิว’ ระบุว่า ‘แกนนำท่านหนึ่งบอกว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว’ เอาจริงๆก็อย่าเพิ่งเชื่อ แต่ถ้าดูจาก ‘ความในใจ’ ที่ ‘นิว’เขียนบอกกล่าวสังคมแล้ว ‘มีมูล’อยู่มากทีเดียวที่ ‘แกนนำท่านหนึ่ง’จะวิเคราะห์เช่นนั้น
1ใน การเปลี่ยนไปที่สำคัญของพรรคประชาชน คือ ‘คัดสรร’ คนดีลงสมัครรับเลือกตั้งในรอบนี้ มีหลายเขตเลือกตั้งถูก ‘ครหา’ ว่า เลือกคนจาก ‘ปัจจัย’ อะไรกันแน่ ยิ่งในเขตเลือกตั้งที่ 33 บางพลัด กทม. ยิ่งถูกตั้งคำถามหนัก แม้พรรคจะแก้เกม ส่งคนใหม่ลงสมัครแทน หลังคนเก่าลาออกแต่ก็เกิดสภาพ ‘ขว้างงู ไม่พ้นคอ’
ล่าสุดยังหาคำตอบสุดท้ายไม่ได้ว่า การส่งลองสมัครจะเป็น ‘โมฆะ’ หรือไม่ ได้ยิน แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุถึงเรื่องนี้ไว้ว่า
‘ถ้าพรรคประชาชนทำถูกกฎหมายก็สมบูรณ์ทุกเรื่อง เพียงแต่เจตนาข้างในของเขาเราไม่ทราบ แต่ถ้าดูตัวเอกสารสมบูรณ์ก็ทำได้หมด คือการลาออกนั้นสามารถทำได้โดยการยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือยื่นลาออกที่พรรคก็ได้ แต่ว่าส่วนมากเขาจะมาลาออกที่สำนักงาน กกต. ถ้าหากต้องการให้มีผลทันทีเมื่อยื่น แต่หากยื่นที่พรรคนั้น บางพรรคก็จะเอาใบยื่นลาออกไปเก็บไว้ ไม่รับทราบ ทั้งนี้ใบลาออกก็คงจะอยู่ที่พรรค ซึ่งคิดว่าพรรคก็คงจะทำให้ถูกต้องอยู่แล้ว’
ต้องตามดูว่าเมื่อ กกต.ประกาศรายชื่อ ผู้มีคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 7 มกราคมนี้ หากยังมีบุคคลใดไม่เห็นด้วยกับรายชื่อผู้สมัครตามประกาศ สามารถยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้สมัครได้
มีร้อง‘คัดค้าน’ แน่ๆไม่เชื่อคอยดู
<<<<<>>>>>>
‘ผู้ช่วยหาเสียง-ผู้ช่วยหาเรื่อง’
ชิงตั้งรัฐบาล-ชิงผ่านประชามติ
น่าจะเป็น ‘ครั้งแรก’ในรอบ 25 ปีหากนับตั้งแต่ปี 2544 ที่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เรื่อยมาจนมีพรรคเพื่อไทยที่ ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีบทบาทโดยตรงกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคคนเสื้อแดงในครั้งนี้
เดิมมีข่าวว่า หากไม่มีคดีชั้น 14 ‘ติดคุกทิพย์’ ทักษิณ นี่แหละจะเป็น ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้ทำได้ของพรรคเพื่อไทย
พูดถึง ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ มี 2 พรรคที่มีความโดดเด่น นั่นคือพรรคเพื่อไทยที่มี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นหัวหอก ขณะที่พรรคประชาชน นั้นมีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวขาย กรณีณัฐวุฒิ นั้นลุ้นร่างกม.นิรโทษกรรม ส่วนธนาธร ก็ซ้อมหาเสียงเพื่อรอวันพ้นการถูกตัดสิทธิ์การเมืองในเดือน กุมภาพันธ์ปี2572
แต่ขณะนี้สังคมไทย กำลังมีผู้น่าจะถูกเรียกว่า ‘ผู้ช่วยหาเรื่อง’ ซึ่งเรื่องในที่นี้ ก็มักจะเป็นเรื่องที่สังคมสงสัยและพรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้งก็อยากจะรู้

‘บก.ลายจุด’ สมบัติ บุญงามอนงค์ เจ้าของสโลแกน ‘วันอาทิตย์สีแดง’ ก่อน ‘วันศุกร์สีฟ้า’ ก็ออกมาตามหา ‘เลขาแหวง’ หรือ แสวง บุญมี เพราะ ‘ข้องใจ’ กับการทำประชามติของกกต.โดยเฉพาะการใช้สิทธิ ‘นอกเขต’ งานนี้ไม่ได้มาคนเดียวเพราะมี ‘ไอลอว์’ หรือ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ มาด้วยอีกคน
อย่างที่รู้กัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นคือ ‘สุดยอดปรารถนา’ ของพรรคประชาชน และ ทั้ง ‘สมบัติ-ยิ่งชีพ’ ก็มีเป้าหมายอยู่ที่ ‘ประชามติ’ เป็นสำคัญไม่ต่างกัน
เมื่อฝ่ายหนึ่งออกมาอย่างนี้ เชื่อเลยว่าอีกฝ่ายอย่าง ‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน’ ที่มีบทบาทสำคัญและแสดงออกขัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สามารถทำได้ ‘รายมาตรา’โดยไม่ต้องมาร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่
‘ผู้ช่วยหาเสียง’น่าจะมีภารกิจอยู่ที่การเลือกตั้ง แต่‘ผู้ช่วยหาเรื่อง’ นั้นมีจะมีภารกิจสำคัญคือ การผ่านหรือไม่ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเพราะ ‘พรรคการเมือง’ ทำได้แค่แสดงจุดยืน ส่วนการรณรงค์ให้ความรู้อยู่ที่ กกต.และภาคสังคม ภาคประชาชนเป็นหลัก
บอกได้คำเดียว ‘ฝุ่นการเมือง’ เริ่มตลบอบอวลเข้มข้นขึ้นทุกขณะ


