เรื่องมันมีอยู่ว่า คลิปซื้อเสียงก็เริ่มออกมาทำงานในช่วงก่อนเลือกตั้ง ทุกพรรคประกาศไม่ซื้อเสียงทำสัญญาร่วมกัน แต่ในความเป็นจริง การซื้อเสียงไม่เคยหายไปในทุกการเลือกตั้ง<>ข่าวลือ ข่าวปล่อยจะมากันช่วงนี้ น่าจะโดนกันทุกพรรค รวมถึงการเบิกจ่ายงบประหลาดต่าง ๆ ถ้าไม่จริงก็ไม่ต้องกลัว <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
คืน‘หมาหอน’-คลิปซื้อเสียง
ใบเหลือง-ใบแดงมากี่โมง?
คำว่า ‘คืนหมาหอน’ เป็นภาษาการเมืองที่ใช้อธิบาย ‘การซื้อเสียง’ ซึ่งในอดีตมักก็จะทำกันหลัง ‘ยุติการหาเสียง’ ในเวลา 18.00 น.ของวันสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งทั่วประเทศ ปัจจุบัน ‘คืนหมาหอน’นั้นกลายเป็นตำนาน แต่การ ‘ซื้อเสียง’ ยังมีอยู่ และเปลี่ยนแปลงไปตาม ‘สภาพสังคม’ เข้าตำรา ‘เชื้อชั่วไม่มีวันตาย’
เมื่อปี 2540 ในอัลบั้ม ‘เส้นทางสายปลาแดก’ ของวง ‘คาราบาว’ มี 1 เพลงในอัลบั้มนี้ชื่อเพลงว่า ‘คืนหมาหอน’ เนื้อหาบรรยายไว้ได้ แบบ‘แสบๆคันๆ’ ไม่น้อยทีเดียว
การจัดการ ‘ซื้อเสียง’ ช่วงหลัง ๆ กกต.มักจะใช้วิธีการที่เรียกว่า ‘โจรจับโจร’ คือผู้สมัครจับผู้สมัครด้วยกันเอง ส่วนที่ กกต.ประกาศแจก ‘1 ล้านบาท’ ให้ผู้แจ้งเบาะแสเพื่อนำไปสู่ ‘ตัวการ’ ซื้อเสียงนั้น ในทางปฏิบัติแล้ว ‘ยากถึงยากมาก’
ล่าสุด พันธ์เทพ เสาวโกศล รองผู้ว่าฯขอนแก่น ออกมาบอกว่าเห็น ‘คลิปการซื้อสิทธิขายเสียง’ แล้วและสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า เกิดขึ้นที่เขตเลือกตั้งที่ 9 จ.ขอนแก่น
‘จากหลักฐานที่พบ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. อยู่แล้วที่จะดำเนินการ ไม่ว่าจะมีบุคคลผู้ร้องหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความปรากฏต่อกกต.ได้’
เขต 9 ขอนแก่น ประกอบด้วย อ.พล อ.แวงน้อย และอ.แวงใหญ่ เขตนี้ แข่งเดือดกัน 3 พรรค ระหว่างแชมป์เก่าที่สวมเสื้อแดง แต่ปัจจุบันย้ายไปสังกัดพรรคสีน้ำเงิน กับพรรคสีแดงและ พรรคสีส้ม
ถ้าได้ฟังในคลิปจะพบว่า มีการพูดถึง ‘เบอร์2’ ไว้ด้วยนะจะบอกให้ คำถามที่ตามมาคือ แล้ว กกต.จะมี ‘ขนมจีนน้ำยา’ ในการจัดการหรือไม่
หลายต่อหลายคนเชื่อว่า ‘ก่อนหย่อนบัตร’ สังคมไม่น่าจะได้เห็น ‘ใบเหลือง-ใบแดง’ จากกกต.แต่หลังการนับคะแนนซึ่ง กกต.มีเวลาตามกฎหมายในการ ‘รับรอง’ ผลการเลือกตั้ง 60 วัน ‘เชื่อขนมกิน’ ได้เลยว่า อย่างไรเสีย ‘ใบเหลือง-ใบแดง’ ยังไงก็ ‘ต้องมี’ แต่จะ ‘กี่โมง’ เท่านั้นเอง
<<<<<>>>>>
ข่าวแปลกๆ‘โค้งอันตราย’เลือกตั้ง
จับตา‘ถลุง’งบสิ่งแวดเล้อม‘2พันล้าน’
ก่อนถึงวัน ‘ยุติ’ การหาเสียงของพรรคการเมืองเวลา 18.00 น.วันที่ 7 กุมภาพันธ์ แต่ละพรรคมีอะไรไม้เด็ดก็ต้องงัดออกมาใส่กันให้หมด
แต่แปลกนะ ‘โค้งสุดท้าย’ มักจะมีข่าวแปลก ข่าวลอยหลุดออกมา มีตั้งแต่ข่าว ‘เครื่องบิน’ ของแกนนำพรรคใหญ่คนหนึ่งที่ราคาตลาดกับราคาที่แจ้งป.ป.ช.ไม่ตรงกัน ไปจนถึงข่าว ‘ขนเงิน’ ของ ‘ทุนเทา’โดยการบัญชาการของแกนนำที่ใหญ่สุดมาสู้กระแสในพื้นอีสายใต้ เรื่อยไปจนถึงข่าวเตรียมขาย ‘กิจการ’ธุรกิจหลายหมื่นล้านบาทของตระกูลที่เวลานี้เป็น‘ผู้นำจิตวิญญาณ’ของพรรคการเมืองหนึ่ง
ขณะที่อีกข่าวหนึ่งซึ่งจริง ๆ แล้วปรากฏออกมาก่อนหน้านี้ แต่ที่สุดแล้วมีการยื่นเรื่องให้กรรมาธิการ ของสว.ตรวจสอบ และเพราะน่าจะ‘รู้พุง รู้ไส้’ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี
ทันทีที่ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ เข้าร้องเรียนกมธ.วุฒิสภา ที่มี ชีวะภาพ ชีวะธรรม สว.ซึ่งอดีตมีฉายา ‘มือปราบพยัคฆ์ไพร’อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นประธาน หลังใช้เวลาอยู่พอสมควรเบื้องต้นก็พบว่า มีการเบิก-จ่ายเงินในกองทุนสิ่งเเวดล้อมวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาทไปใช้ในโครงการเร่งด่วนเพื่อจัดทำเเนวเขตพื้นที่ป่า ระหว่างปี 2552-2554 ‘ส่อ’ไปในทางมิชอบ

กรณีนี้ ป.ป.ช.เคยรับเรื่องไว้ตรวจสอบเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่าน งานนี้ ‘อธิบดีเอี้ยง’ ดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเคยเป็น 1ในกรรมการตรวจรับ ชี้แจงว่า หลังเข้ามารับตำเเหน่งได้ตรวจพบความไม่ชอบมาพากล จึงทำหนังสือเวียนไปสอบถามหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ‘รู้หรือไม่ว่า’ กระทรวงฯ มีโครงการเร่งด่วนจัดทำเเนวเขตป่าไม้ ผลสรุปคือ ‘ไม่มีใครรู้’
จากนั้นก็พยายามทักท้วงไม่เห็นด้วย จนกระทั่งถูกย้าย ต่อมาก็ทราบว่าหมุดเเนวเขตป่าไม้ที่ตั้งงบประมาณสูงถึงกว่า 2.2 พันล้านบาท ตรวจสอบพบว่าจนถึง ‘วันนี้’ ยังทำได้ไม่ ‘ถึงครึ่ง’ กระทั่งปี 2557 ได้นำเรื่องไปยื่น‘กรมสอบสวนคดีพิเศษ’ หรือ ‘ดีเอสไอ’ เเต่เรื่องก็เงียบหายไป
‘ตั้งแต่ผมมารับตำแหน่งอธิบดี มีการเบิกเงินมาแล้วเป็นงวดที่ 4 ผมมาเป็นอธิบดีก็ความแตก บริษัทก็ส่งหนังสือมาถึงผมให้ผมเบิก เงิน ผมบอกเฮ้ยผมไม่เบิกหรอก ไม่เบิกไม่พอ ผมจะยื่นให้ DSI ด้วย เพราะผมรู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีที่สุดในนั้น จุดประสงค์โครงการนี้คือการเข้าไปแก้ปัญหาราษฎรบุกรุกที่ดินป่าสงวน แต่นี่ไปทำภูเก็ตก่อน ไปทำที่จันทบุรีในสนามกอล์ฟก่อน และไปทำเชียงใหม่ก่อน เอาของดีๆที่มีปัญหาสนามกอล์ฟต่างๆ เอามาทำ แล้วเงิน 2,000 กว่าล้านบาท ไปอยู่ที่ไหน’
ด้านชัยวัฒน์ ให้ข้อมูลไว้ว่า การเบิกจ่าย เเละตรวจรับงาน มีทั้งหมด 10 งวด เเต่งวดท้าย ๆ กลับปรากฏชื่อคนตรวจรับไม่ใช่ระดับอธิบดี เเต่เป็นผู้อำนวยการสำนัก ซึ่งไม่สามารถตรวจรับหรือเซ็นเบิกจ่ายเงินเป็นร้อยล้านได้ ที่น่าสนใจก็คืองวดที่ 9 กับงวดที่ 10 ห่างกันราว 2 ปี คือวันที่ 29 ธันวาคม 2554 และวันที่ 18 กันยายน 2555 เเต่ทำไมถึงเบิกจ่ายวันเดียวกันคือ 21 มกราคม 2556 รวมเกือบ 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อพิรุธอย่างยิ่ง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ขณะนี้ เหลือเงินอยู่ในกองทุนสิ่งแวดล้อมไม่ถึง 150 ล้านบาท ดูไปดูมางานนี้เข้าข่าย ‘ผลาญภาษี’ อีกแล้วครับท่าน
ส่วนจะเกี่ยวอะไรกับ‘บางพรรค’ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่นั้น ‘หลัง’การเลือกตั้งได้รู้กันแน่



