เรื่องมันมีอยู่ว่า ถอดรหัสเลือก‘น้ำเงิน’ได้‘ส้ม’ เจาะ10เขตสนาม‘วัดใจ’คนกรุง , ส่องทางลำบาก‘พรรคเคยใหญ่’ ‘พรรคเบอร์เดี่ยว’มีหวังเข้าสภา

5 ก.พ. 2569 - 06:45

  • กระแสเลือกน้ำเงินได้ส้ม กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้ใช้สิทธิที่ยังไม่ตัดสินใจ

  • หากเลือกคายส้ม ต้องไปหาสีฟ้า ที่กำลังออดอ้อนทุกรูปแบบขอคะแนน

  • บทพิสูจน์ความเชื่อหมายเลขพรรค 1-6 จะได้ สส.พรรคละ 1 คน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ถอดรหัสเลือก‘น้ำเงิน’ได้‘ส้ม’ เจาะ10เขตสนาม‘วัดใจ’คนกรุง  , ส่องทางลำบาก‘พรรคเคยใหญ่’ ‘พรรคเบอร์เดี่ยว’มีหวังเข้าสภา

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง  การประเมินทิศทาง และคาดการณ์ต่างๆ เริ่มออกมามากขึ้น กระแส เลือกน้ำเงินได้ส้ม กำลังถูกพูดถึง พรรคตัวแปรอย่างสีฟ้า ก็พยายามทุกรูปแบบในการขอคะแนน เลือกฟ้าเพื่อหยุดส้ม<>เป็นกระบวนการ หรือเป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดการณ์ทำให้การลงคะแนนเลือกพรรค สร้างโอกาสให้พรรคทีได้หมายเลข 1-6 ได้เก้าอี้ สส.ไปพรรคละ 1 คน รอดูผลรอบนี้อีกครั้ง<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ถอดรหัสเลือก‘น้ำเงิน’ได้‘ส้ม’

เจาะ10เขตสนาม‘วัดใจ’คนกรุง

วันก่อนได้ยิน ‘เดอะแบก’ พรรคสีฟ้า อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ‘หยอกการเมือง’ ใส่หัวหน้าทีมไทยแลนด์ ค่ายสีน้ำเงิน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตามประสาคนกินข้าวกันบ่อยไปว่า ระวังกันนะ ‘เลือกน้ำเงินจะได้ส้ม’  

ตามปกติ ‘เดอะหนู’ นั้นเป็นประเภท ‘ชอบสวน’  แต่งานนี้ดูจะมีไมตรีต่อกันพอสมควร โต้ง่ายๆว่า อย่ายุ่งกับพรรคของคนอื่นๆเขา

ที่ อภิสิทธิ์ บอกว่า ระวังนะเลือก ‘สีหนึ่ง’ จะได้อีก‘สีหนึ่ง’ เข้าไปแทนไม่ใช่เรื่อง ‘เกินจริง’ แต่อย่างใด

รู้กันก่อนนะว่า แต่ละพรรคนั้นมีการ ‘สำรวจ’ ของตัวเองในพื้นที่เป้าหมายเป็นระยะๆ สำหรับพรรคสีฟ้ามี ‘ข้อมูล’ ทางวิทยาศาสตร์แบบไม่ต้องใช้ความรู้สึกออกมาว่า ‘หลายสิบเขต’ ในพื้นที่กทม.มีสภาพที่เรียกว่า ‘ตาอิน-ตานา-ตาอยู่’

มีรายงานข่าวที่เชื่อได้ระบุว่า ‘โค้งสุดท้าย’ ก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ มีความเป็นได้ที่จะได้ที่นั่ง สส.ใน 10 เขตเลือกตั้ง ลึกลงไปกว่านั้น ครึ่งหนึ่ง สีฟ้านำโดยมีสีส้มตามมาติดๆ ขณะที่อีกครึ่งนั้น สีส้มนำก็จริงแต่สีฟ้า‘หายใจรดต้นคอ’  

ขณะนี้ ‘สีแดง’ บางพื้นที่นำอยู่ และสู้กับสีส้ม สีน้ำเงิน ส่วนสีน้ำเงินมี 2-3 พื้นที่ ที่นำและมีโอกาสเข้าป้ายปักธง ปัญหาคือใน 10 เขตที่ฟ้าชิงกับส้มนั้นมีน้ำเงินเป็น ‘ตัวแปร’  และว่ากันว่าหากคะแนน ‘เท’ ไปที่น้ำเงิน ‘ส้ม’ จะชนะมาที่ 1 ในเขตนั้น

แม่บ้านพรรคสีฟ้า ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รู้ดี และแน่นอนว่า อภิสิทธิ์ ย่อมรู้ข้อมูลนี้เช่นกัน ปฏิบัติการที่เรียกว่า ‘ทางเลือกที่ปลอดภัย’ จึงเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่ง ‘คลิปขายตรง’ แบบโค้งคำนับพร้อมกับชู ‘กาน้ำใบใหญ่สีฟ้าทั้ง2ใบ’  จึงเกิดขึ้น

 อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับความพยายามทุกวิธีในการขอคะแนนเสียง กาสีฟ้าทั้ง 2 ใบ คือข้อความที่เขากำลังบอกคนที่ยังไม่ตัดสินใจ
อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับความพยายามทุกวิธีในการขอคะแนนเสียง กาสีฟ้าทั้ง 2 ใบ คือข้อความที่เขากำลังบอกคนที่ยังไม่ตัดสินใจ

 สำหรับกทม.คะแนนพรรคค่ายสีฟ้านั้นหวังคะแนนพรรคแต่ที่หวังมากกว่าคือ ‘คะแนน’ เขตเลือกตั้ง ว่ากันว่า 10 เขตของประชาธิปัตย์ ที่มีคะแนนสูสีนั้นมีดังนี้ เขต 1,เขต 2 ,เขต 3,เขต 4 ,เขต 6 ,เขต 9 ,เขต 21 ,เขต 23 ,เขต 31 และเขต 33

การเลือกตั้งในปี 2566 นอกจากกระแส ‘มีลุงไม่มีเรา’  ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ คะแนนกลุ่มการเมืองในทาง ‘อนุรักษ์นิยม’ นั้น ‘เสียงแตก’  หากคราวนี้เกิด สภาพนั้นขึ้นอีกครั้ง รับรอง สนามกทม.จะ ‘สีส้ม’ อีกครั้ง

<<<<<<>>>>>> 

ส่องทางลำบาก‘พรรคเคยใหญ่’

‘พรรคเบอร์เดี่ยว’มีหวังเข้าสภา

หาก ‘จัดกลุ่ม’ พรรคการเมืองที่กำลัง ‘หาเสียง’ กันในตอนนี้ น่าจะแบ่งได้เป็น ‘4 กลุ่ม’  กล่าวคือ

กลุ่มที่ 1 พรรคชิงธงตั้งรัฐบาล ระหว่างภูมิใจไทย กับพรรคประชาชน

กลุ่มที่ 2พรรคตัวแปร ที่ประกอบด้วย1.พรรคเพื่อไทย 2.พรรคประชาธิปัตย์และ3.พรรคกล้าธรรม

กลุ่มที่3 พรรคเคยใหญ่ หรือพรรคที่คาดว่าจะได้เก้าอี้แต่จะไม่มากคือไม่เกินเลข2หลัก ที่ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ, พรรครวมไทยสร้างชาติ ,พรรคประชาชาติ,พรรคไทยสร้างไทย พรรคโอกาสใหม่,พรรคไทยภักดี,พรรคเศรษฐกิจ

กลุ่มที่4 พรรคการเมืองที่จะได้ ‘อานิสงส์’ จากการได้เบอร์พรรคแบบ‘เลขตัวเดียว’ พูดง่าย ๆ ก็คือพรรคที่ได้เบอร์1ถึงเบอร์6

พรรคเพื่อไทยจับได้หมายเลข 9  ถึงเป็นเลขตัวเดียว แต่ก็ยังไม่อยู่ในเซฟโซนที่หมายเลข 1-6  เลือกตั้งครั้งนี้ต้องรอดูพิสูจน์ผลอีกครั้ง
พรรคเพื่อไทยจับได้หมายเลข 9 ถึงเป็นเลขตัวเดียว แต่ก็ยังไม่อยู่ในเซฟโซนที่หมายเลข 1-6 เลือกตั้งครั้งนี้ต้องรอดูพิสูจน์ผลอีกครั้ง

การเลือกตั้งปี 2566 พรรคที่ได้เบอร์ 1-6 ล้วนได้สส.แบบบัญชีรายชื่อมาพรรคละ 1 คน ด้วยเหตุผลเพราะ ‘ชาวบ้าน’ เลือกสส.เขตแล้วจำเบอร์พรรคไม่ได้ เลย ‘กากบาท’ ที่เลขตัวเดียวเพราะง่ายดี

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ 6 พรรคที่ได้เลข 1 ถึงเลข 6 นั้น ‘มีสิทธิ์’ อย่างสูงที่จะได้สส.เข้าสภาพรรคละ 1 คน ประกอบด้วย

เบอร์ 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี

เบอร์ 2 พรรคเพื่อชาติไทย

เบอร์ 3 พรรคใหม่

เบอร์ 4 พรรคมิติใหม่

เบอร์ 5 พรรครวมใจไทย

เบอร์ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)

กรณีเบอร์6 รทสช.นั้น แม้จะได้แรงส่งจากการได้เลข 6 แต่บรรดาแกนนำพรรคก็มี‘ฐานเสียง’อยู่เหมือน โอกาสน่าที่จะ1-2-3 แต่จะไม่เกิน5

ความไม่ปกตินี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าจะบอกว่า ถ้าทำกฎหมายกำหนดให้ ‘เบอร์เดียว’ ทั่วประเทศทั้งคน ทั้งพรรค พรรคเลขตัวเดียวมันจะ‘หมดความหมาย’ ไปในทันที

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์