เรื่องมันมีอยู่ว่า ชวน หลีกภัย ต่อต้านการซื้อเสียงมาตั้งเริ่มต้นจนถึงเวลานี้ คนต้านไม่ท้อ คนซื้อเสียงก็ไม่เลิก วัฎจักรการเมืองไทย<>พรรคส้มโหมโรงเปิดตัวคณะรัฐมนตรีประชาชน วัดกันหมัดต่อหมัดกับพรรคการเมืองอื่น ๆ <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
การเมืองไม่สุจริตเริ่มที่‘ขายสิทธิ์’
‘ชวน หลีกภัย’ตัวจริงต้านซื้อเสียง
ในการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 18 ของชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย อดีตหัวหน้าพรรคสีฟ้าที่ทั้งตลอด‘ชีวิตการเมือง’ นายชวนนั้น ‘นามสกุลเดียว’ คือ นามสกุล ประชาธิปัตย์ นายชวน ลงเลือกตั้งเป็นสส.สมัยแรกเมื่อปี 2512 และเป็นสสต่อเนื่องเรื่อยมา โดยที่ไม่เคย ‘ฟันหลอ’ หรือ ‘สอบตก’ เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชวน ลงสมัคร สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 ต่อจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และน่าที่จะเดินเข้าสภาไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร อีกครั้งเป็นครั้งที่ 18 ซึ่งยากมากที่ ‘นักการเมืองอาชีพ’ คนไหนจะสามารถทำได้
นายชวน เป็นนักการเมืองคนแรกๆที่ออกมา รณรงค์ต่อต้านการ ‘ซื้อเสียง’ และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง นายชวนก็มักจะเป็นคนแรกที่ออกมา บอกกล่าวถึง ‘ภัยร้าย’ในระบอบประชาธิปไตยตัวจริง นายชวนพูดเรื่อง ‘ซื้อเสียง’ มานาน พูดทุกครั้งและพูดก่อนใคร ที่สำคัญ นายชวน พูดก่อนที่ กกต.จะออกมารณรงค์ซะด้วยซ้ำ
ครั้งหนึ่ง ‘นักเลือกตั้ง’ ถึงกับยกวาทะกรรมมา ‘ต่อต้านการซื้อเสียง’ ของนายชวนว่าเป็น ‘แผ่นเสียงตกร่อง’ แต่ระยะเวลาก็พิสูจน์ให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ‘วงจรอุบาทว์’ ทางการเมือง นั้นเริ่มต้นที่ ‘ตรงนี้’ เพราะเมื่อมีการ ‘ลงทุน’ ก็ย่อมต้องมีการ ‘ถอนทุน’
ล่าสุด นายชวน ยังย้ำถึง ‘ภัยร้าย’ไว้ว่า
‘ปัญหาสำคัญคือ การใช้เงินซื้อเสียงรุนแรงในบางพื้นที่ แต่อย่าลืมว่าบางพรรคไม่ได้สนใจการหาเสียงเพราะจ่ายเงินไปแล้ว การใช้เงินยังคงรุนแรง ผมพยายามปลุกระดมให้ชาวบ้านต่อต้านเรื่องนี้ บอกให้ตัดวงจรอุบาทว์ หากการซื้อเสียง ชนะเป็นรัฐบาล โกงเอาเงินมาซื้อเสียง เวียนอยู่อย่างนี้ ถ้าสามารถตัดวงจรนี้ได้ก็จะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น จึงอยากให้ประชาชนร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการซื้อเสียง เพราะการเมืองสุจริตจะช่วยตัดวงจรอุบาทว์ ทำให้ระบบราชการและการบริหารประเทศมีคุณภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมมากขึ้น’
ช่วงหนึ่งที่ ‘ซื้อเสียง’ ระบาดหนักในพื้นที่ ‘ภาคอีสาน’ หลวงพ่อคูณ ‘เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด’ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา เคยเทศน์สอนชาวบ้านเพื่อช่วยกัน ‘ขจัด’ การซื้อเสียงไว้ว่า
‘ใครให้เงินมึงรับไว้ไม่บาป มึงคนมีบุญเขาเอามาให้ถึงบ้านมึง จะได้ซื้อหอม น้ำตาล น้ำปลา ให้ลูกเมียมึงกิน มึงชอบใครมึงก็ลงคนนั้น กูว่าคนแจกเป็นคนไม่ดี ถ้าคนดีเขาก็ไม่แจก เกิดเป็นคน เลิกกินยาโง่เสียเถิด’
บทความนี้ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2562 แต่ทุกวันนี้ ‘สังคมไทย’ เหมือนจะมองเรื่องนี้เป็น ‘ความปกติ’ ในระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว บางพื้นที่ถึงกับมีการพูดกันว่า ‘เงินไม่มา กาไม่เป็น’
ถ้า ‘ทุนเทา’หรือ ‘คอร์รัปชั่น’ เป็นเรื่อง ‘อุบาทว์’ แล้วละก้อ ‘ซื้อเสียงขายสิทธิ์’ ก็ไม่ต่างกัน
<<<<<>>>>>
แก้เกมปรามาส‘ทำงานไม่เป็น’
พรรคประชาชนโชว์ตัวรัฐมนตรี
‘ไม่รู้ ไม่เคยชมตัวเอง’ , ‘ท่านก็พูดถูก’ เป็นคำตอบสั้นๆของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังถูกสื่อตั้ง 2 คำถามจากพรรคคู่แข่งแย่งคะแนนอันดับ 1 อย่างพรรคประชาชน. 2 คำถามที่ว่านั้นคือ
1.‘เท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกแคมเปญหาเสียงวันก่อนว่า ‘จะเป็นนายกฯที่ดีกว่านายกฯที่ผ่านมา’
2. ‘เอก’ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ‘วัน สต็อป เซอร์วิส’ ของพรรคประชาชน ที่วันนี้มาในฐานะ ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ได้ออกมาขอ ‘โอกาส’ จากประชาชนเพื่อให้พรรคประชาชน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว โดยระบุว่า ‘ถ้ารอบนี้ทำไม่ได้ 4 ปีข้างหน้าไม่ต้องมาเลือกแล้ว’
เหมือนพรรคประชาชนกำลัง ‘เปรียบเทียบ’ กับพรรคภูมิใจไทย ในฐานะที่เป็นรัฐบาลอยู่ในตอนนี้ ทั้งขอโอกาส ทั้งถ้าได้เป็นดีกว่าแน่ ซึ่งมีลักษณะของ ‘ความท้าทาย’ ในการตัดสินใจของประชาชนอยู่ไม่น้อย
เหลืออีก 30 กว่าวันนิดๆ ฉากใหญ่ ที่น่าจะเป็น ‘ยกที่ 2’ ของพรรคประชาชน อยู่ที่การโชว์ความเป็นรัฐบาล เพื่อเรียกความเชื่อมั่น หลังถูกปรามาส ทางการเมือง จากพรรคอย่างประชาธิปัตย์ที่เสนอ ทีมงานที่ชื่อว่า ‘คนทำเป็น’ ขณะที่ภูมิใจก็โชว์ ว่าที่รัฐมนตรี 3 กระทรวง อย่างต่างประเทศ ,คลังและพาณิชย์ ซึ่ง ‘เข้าตา’ ประชาชนอย่างยิ่ง
ถือว่า ‘ผิดคาด’ที่พรรคประชาชน เสนอว่าที่รัฐมนตรีจาก ‘รั้วธรรมศาสตร์’ คนวงในของพรรคอย่าง รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์

ดูประวัติกันคร่าวๆซักนิด รศ.ดร.มุนินทร์
เกิดวันที่ 15 สิงหาคม 2522 ที่จ.พัทลุง เริ่มต้นการศึกษาในระดับมัธยมที่โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายกฎหมายอย่างโดดเด่นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้รับรางวัลเรียนดีทุนสัญญา ธรรมศักดิ์ และสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 คะแนนสูงสุดของรุ่น จนได้รับพระราชทานรางวัลเรียนดีทุนภูมิพลและรางวัลพระยานิติศาสตร์ไพศาล
ระหว่างให้สัมภาษณ์ ‘เปิดใจ’ กับ สุทธิชัย หยุ่น ที่ถอดหมวกสื่อภาพดี เป็นกลาง ไปรับจ้างเป็นพิธีกรให้เพจ The Professional ของพรรคประชาชน ช่วงหนึ่ง‘ว่าที่’ รมว.ยุติธรรม ของพรรคประชาชนระบุว่า
‘ผมคิดว่ามี 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ อุดมการณ์ของพรรค ความแน่วแน่ ซึ่งถูกพิสูจน์มาระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าไม่เคยเป็นฝ่ายบริหารมาก่อน แต่นโยบายของพรรคประชาชนมีความสม่ำเสมอและสอดคล้องกันตั้งแต่แรก ถ้าย้อนกลับไปดูตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชน อุดมการณ์หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมมันมีความสอดคล้องต้องกัน ก็คือความต้องการที่จะปฏิรูป เหตุผลประการที่ 2 คือ ในบรรดาพรรคการเมืองหลักทั้งหมด นี่เป็นพรรคเดียวที่ยังไม่เคยมีอำนาจบริหาร’
สุทธิชัยถามว่า ยังไม่เคยบริหารแล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าดีจริง?
‘เพราะว่าพรรคอื่นเคยบริหารมาแล้ว แต่เราไม่เห็นการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น นี่คือพรรคเดียวที่ยังไม่เคยมีอำนาจบริหาร และผมก็เชื่อว่าเขาจะทำได้’
ถือว่า ‘ถูกทาง’ แล้วที่จะบอกสังคมก่อนว่า หากพรรคการเมืองได้เป็น รัฐบาลหน้าตาและคุณสมบัติรัฐมนตรีจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่เอะอะ อะไรก็ตาม‘โควตา’ ตะพึดตะพือ
แต่ที่น่าจะ ‘ผิดหวัง’ อยู่ตรง ‘ทีมความมั่นคง’ ซึ่งว่ากันว่าจะเป็น ‘จุดชี้ขาด’ ของการเลือกตั้งในครั้งนี้ พอๆกับทีมเศรษฐกิจ ที่ผู้คนคาดหวังว่า ‘มาปุ๊บ ทำงานปั๊บ’


