เรื่องมันมีอยู่ว่า การพ่ายในพื้นที่เชียงใหม่เมืองหลวงของคนเสื้อแดงในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของพรรคตระกูลชิน ที่ไม่สามารถดึงกลุ่มสนับสนุนเดิมไว้ได้<>ชวน หลีกภัย ว่าที่ สส.ตรัง ประชาธิปัตย์ ครองตำแหน่ง สส.18 สมัยที่ไม่สอบตกแม้แต่ครั้งเดียวจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แนะกลยุทธ์ป้องกันซื้อเสียง ‘กินเหยื่อ ไม่กินเบ็ด’<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เมื่อ‘คนตาบอด’จูง‘คนตาดี’
ถึงเวลา‘เพื่อชินวัตร’ ขาลง
การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคสีแดงอย่างพรรคเพื่อไทย ‘ชีช้ำกะหล่ำปลี’ กว่าใครๆเพื่อน แม้จะถูกคาดหมายว่า แค่การ‘รักษา’ ของเดิมเอาไวให้ได้มากที่สุด ก็ ‘สุดยอด’ แล้ว แต่แกนนำวงในประเมินกันว่ายังไงเสีย ‘ขาลง’ นั้นมาแน่ เพียงแต่ละ ‘ลงลิฟท์’ หรือจะ ‘ลงบันได’ เท่านั้นเอง
การมาของ ‘อ.เชน’ หรือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ พรรคเพื่อไทย ‘ตีฟู’ แต่เป็นเพราะการมาของ ‘วงศ์สวัสดิ์’ คือการการันตีว่า พรรคเพื่อไทยจะยัง ‘อบอุ่น’ อยู่เสมอ
จ.เชียงใหม่ พรรคสีแดงแพ้แบบ ‘หมดสภาพ’ ส่วนอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือ พรรคเพื่อไทยก็‘หายไปเยอะ’ จะมีก็แต่จ.เชียงราย ที่ ‘สีแดง’ ได้มา 2 เขต เขตหนึ่งของ ‘จงสุทธนามณี’ กับอีกเขตของ ‘ติยะไพรัช’ ส่วนที่เหลือเป็นของ ‘สีน้ำเงิน’ กับ ‘สีเขียว’ ของพรรคกล้าธรรม

จ.เชียราย เฉพาะเขต 3 กับเขต 4 ของตระกูล ‘เตชะธีราวัฒน์’ อย่างวิสาร และวิสาระดี ที่ว่ากันว่า‘เหนียวแน่น’ ยังต้องพ่ายแพ้
วิสาระดีหรือ ‘ยิ้ม’ นั้นคือ ภรรยาของ ‘หนิม’ หรือ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มันจึงสะท้อนถึงคะแนนของพรรคเพื่อไทยในภาคเหนืออย่างแท้จริง
ส่วนที่ จ.สุโขทัย ของ ‘เทพสุทิน’ ซึ่ง ‘เปลี่ยนถ่าย’ เป็นคนรุ่นใหม่ ไปแล้วนั้นสามารถ ‘เอาตัวรอด’มาได้แบบเกือบยกจังหวัด
ถ้าไม่มี ‘เชียงราย-สุโขทัย’ พรรคเพื่อไทยน่าจะดู ‘ไม่จืด’ กว่านี้อีกหลายเท่า
ตัวบุคคลอย่าง ‘อ.เชน’ นั้นขายไม่ได้ แต่มาเพราะ ‘นามสกุล’ ดังและถูก ‘ตีฟู’ เพื่อการขายกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่นโยบายพรรคสีแดงนั้น ‘ขายของเก่า’ ซึ่งไม่สามารถ ‘กลบแผลใหม่’ ที่เป็นความล้มเหลวของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ ลงได้
ยิ่ง ‘สังคม’ กำลังเคลื่อนไหวเรื่อง ‘รักชาติ’ พรรคเพื่อไทยก็อยู่ในสภาพ ‘น้ำท่วมปาก’ หรือแม้แต่การกวาดล้าง ‘สแกมเมอร์’ อย่าง ‘ยิม เลียก-เบน สมิธ’ บทบาทเพื่อไทยนั้นตกอยู่ในสภาพ ‘เฉย’กว่าที่ควรจะเป็น
สิ่งสำคัญคือ กลยุทธ์เพื่อไทย รอบนี้ เน้นการขายแข่ง ทั้งที่ ข้อเท็จจริงนั้นคือ พรรคเพื่อไทยเป็นได้แค่ตัวแปรร่วมรัฐบาล และเมื่อเป็นเช่นนั้น ‘จุดแข็ง’ อย่าง ‘ภาคเหนือ’ และ ‘ภาคอีสาน’ จึงต้องตรึงให้แน่น แต่พรรคกลับเน้น ‘ภาพและเสียง’ ผ่านเวทีดีเบตซะมากกว่า ‘ขุนพลเมืองเหนือ’ กับ ‘ขุนศึกแดนอีสาน’ พรรคเพื่อไทย แทบไม่ให้ความสำคัญ
ว่ากันว่า พรรคเพื่อไทยยามนี้ไม่ต่างอะไรกับการเอา ‘คนตาบอด’มาจูง ‘คนตาดี’ ได้มาเท่านี้ก็ต้องถือว่า‘น่าพอใจ’ แล้ว
แต่ที่ ‘น่าสนใจ’ ไปกว่านั้นคือ จากนี้ไปจะถูก ‘สีน้ำเงิน’กับ ‘สีเขียว’ กินต่อไปได้อีกกี่มากน้อย
<<<>>>>>
‘กินเหยื่อ ไม่กินเบ็ด’สูตรเด็ด‘ชวน’
ตำนานเมืองตรังกับสส.‘สมัยที่18’
เมืองหมูย่าง หรือ จ.ตรัง 1ใน 14 ภาคใต้ที่ ‘แข่งเดือด’ ระหว่าง ‘สีน้ำเงิน’กับ ‘สีฟ้า’ หรือหากพูดลงไปให้ลึกกว่านั้น การต่อสู้ทางการเมืองของคนเคยอยู่บ้านเดียวกัน
เลือกตั้งรอบนี้ ‘สีน้ำเงิน’ หวัง ‘ปักธง’ ที่จ.ตรัง หากจำได้ ภาพ ‘ครูใหญ่’ แห่งบุรีรัมย์ บินไปจ.ตรัง โดยมี สส.ค่ายสีฟ้าซึ่งกำลัง‘ร่วมหอลงโรง’ ใสเสื้อทีมฟุตบอลประจำ.บุรีรัมย์ให้การต้อนรับ
จ.ตรังมี 4 เขตเลือกตั้ง เดิมถูกคาดหมายว่า จะสีน้ำเงินยกจังหวัด แต่จากปรากฏการณ์การน้ำท่วม
อ.หาดใหญ่และหลายพื้นที่ภาคใต้ ประกอบกับการ ‘คืนรัง’ ของ ‘เดอะมาร์ค’ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระแส ‘สีฟ้า’ จึงก่อตัว และแน่นอนว่า จ.ตรัง คือจังหวัดที่ ‘ฟ้าฟีเวอร์’ อย่างมากๆ
รับรู้กันไปทั้งประเทศว่า จ.ตรังเป็นที่ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ที่ชื่อ ชวนหลีกภัย ‘สีสัน’ สำคัญที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อยู่ที่ ‘รถหาเสียง’ 2 คัน. คันหนึ่งเป็น ‘รถจิ๊ป’ ของนายชวน ที่ใช้รณรงค์หาเสียงตั้งแต่ครั้งลงสมัครครั้งแรกในปีพ.ศ.2512 ขณะที่อีกคันคือ ‘รถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ’ สีฟ้า ของ ‘โกตาล’ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่รับมรดกมาจาก ‘บิดา’ ซึ่งเป็นหัวคะแนนสำคัญของนายชวนมาในอดีต
ผลปรากฎว่า จาก 4 เขต เลยเกิดสภาพ‘คนละครึ่ง’ โดย 2 เขตเป็น ‘สีฟ้า’ อีก 2 เขตเป็น ‘สีน้ำเงิน’ แต่ จ.ตรังรอบนี้กลับมี สส.สีฟ้า 4 คนเพราะทั้ง ‘นายหัวชวน’ และ ‘โกตาล’ ต่างตบเท้าเข้าสภาในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ
สำหรับ ‘นายหัวชวน’ แล้ว การเดินเข้าสภาครั้งนี้ จะเป็นการทำหน้าที่ สส.ครั้งที่ 18 หรือสมัยที่18ติดต่อกัน ซึ่งไม่น่าที่จะมีใครมาทาบสถิติ ‘ความไว้วางใจ’ เหมืนอย่างที่ ‘นายหัวชวน’ ได้รับจากคนทั้งภาคใต้ และคนจ.ตรัง

จะ ‘ชนะเลือกตั้ง’ ต้อง ‘ชนะการซื้อเสียง’ นายชวนบอกไว้อย่างนั้น แถมให้ ‘กลเม็ด’ ไว้แบบที่ กกต.ต้องรับไม้ไปสานต่อ หากหวังขจัด ‘ซื้อเสียง’ ซึ่งเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมืองไว้ว่า ‘กินเหยื่อแต่อย่ากินเบ็ด’
ถือเป็น ‘สูตรเด็ด’ ของสส.18 ที่ชื่อ ‘ชวน หลีกภัย’ ครับพ่อแม่พี่น้อง




