เรื่องมันมีอยู่ว่า ปูเสื่อรอ....เพราะ‘พูดแล้วทำพลัส’ จ่อจับกุม10 อดีตสส.เอี่ยว‘ทุนเทา’ ,‘อาสุริยะ’เอาคืน‘หลานธนาธร’ ‘ตระกูลจึง’กับ‘ดราม่าหาเสียง’

8 ม.ค. 2569 - 23:45

  • รัฐมนตรียุติธรรมประกาศชัดเตรียมจัดการ อดีต สส.อีกหลายคนที่เกี่ยวข้องทุนเทา

  • การเมืองสายตระกูลจึง อากับหลานยืนอยู่คนละพรรค

  • กระทบกันบ้าง หยอกแบบจริงจัง แต่เมื่อถึงนาทีสุดท้ายก็คุยกันได้

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ปูเสื่อรอ....เพราะ‘พูดแล้วทำพลัส’ จ่อจับกุม10 อดีตสส.เอี่ยว‘ทุนเทา’ ,‘อาสุริยะ’เอาคืน‘หลานธนาธร’ ‘ตระกูลจึง’กับ‘ดราม่าหาเสียง’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  รัฐมนตรียุติธรรม ประกาศเดินหน้าจัดการ อดีต สส.อีกหลายคน เกี่ยวข้องทุนเทา ปูเสื่อรอได้<>การเมืองสายตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ  อากับหลานอาจจะมีปะทะกันบ้าง ก็เป็นสีสันหนึ่งของการหาเสียง  แต่เมื่อถึงนาทีสุดท้าย ก็คุยกันได้ จบสวย<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ปูเสื่อรอ....เพราะ‘พูดแล้วทำพลัส’

จ่อจับกุม10 อดีตสส.เอี่ยว‘ทุนเทา’

ถ้านับจากวันที่ตำรวจไปบุกจับผู้ต้องหาตามหมายจับ 7 ราย และ 1ในนั้นเป็นผู้สมัครสส.กทม.เขต33 บางพลัด ของพรรคประชาชน ตามข่าวที่ตำรวจแถลงออกมานั้นมีการแกะรอยมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568

กรณีที่เกิดขึ้นนั้น ข่าวประเภทจับเพื่อการเมืองนั้นดูจะ ‘เงียบไป’  เพราะข้อมูลหลักฐาน ‘ชัดเจน’ ขนาดพรรคประชาชน ยังสะกิดให้คนของตัวเองลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อชิง ‘ตัดไฟเสียแต่ต้นลม’

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย อธิบายด้วยการหยิบประโยคที่ว่า ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ และบอกว่ากระบวนการทั้งหมด‘หน่วยงาน’ ที่เกี่ยวข้องเขาสืบสวนสอบสวนกันมา เกี่ยวโยงถึงใคร ไม่มีไว้หน้า ไม่มีละเว้นทั้งนั้น

ต้องยอมรับว่า รัฐบาลอนุทิน ทำผลงานไว้ ‘เข้าตา’ ที่เดียว จากกรณี สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม หรือกรณียึดอายัดทรัพย์เครือข่าย ‘เบนสมิธ-ยิมเลียก’ หรือ แม้แต่การ ‘ยกเลิก’  MOU ของกระทรวงดีอี ที่ไม่ชอบมาพากลและเกี่ยวพันกับ ‘ทุนเทา’  แต่เป็นไปในลักษณะ ‘ทำแล้วค่อยมาพูด’ และคนที่พูดก็ล้วนไม่ใช่ฝ่ายการเมือง

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยังทำตามหน้าที่และข้อมูล เตรียมจัดการ 10 อดีตสส. เกี่ยวข้องทุนเทา
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยังทำตามหน้าที่และข้อมูล เตรียมจัดการ 10 อดีตสส. เกี่ยวข้องทุนเทา

แต่แปลก ๆ อยู่นะที่คราวนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกมาหลังถูกรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความกล่าวพาดพิงสรุปความว่า

‘การที่รมว.ยุติธรรมออกมาให้ข่าวว่ายังไม่พบนักการเมืองหรือผู้สมัคร สส. เข้าไปพัวพันกับสแกมเมอร์ หรือเว็บพนัน สะท้อนถึงความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างชัดเจน

มีคำถามของผู้สื่อข่าวท่านหนึ่ง ได้ถามผมว่าในวันนี้ได้มีการพูดถึงผู้สมัครหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. ที่เกี่ยวพันกับยาเสพติดหรือไม่ ในวันนั้นผมจึงตอบไปว่าไม่มี เพราะว่าผมมาเพียงมอบนโยบาย จึงอาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนไป  เหมือนเป็นการไปตัดเป็นประเด็นว่าผมได้ไปยืนยันว่าไม่มีผู้สมัคร สส. หรือ สส. เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์หรือยาเสพติด

คาดว่าในเร็วนี้อาจจะมีการเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้สมัครสส.หรือ อดีต สส. ที่ไปเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ และผมมีฐานข้อมูลของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้หลายราย’

รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ที่สืบสวนแล้ว พบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์นั้นมีประมาณ 10 ราย ทั้งนี้การสืบสวนเชิงลึกดังกล่าวจะเป็นการบูรณาการข้อมูลทั้งตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอที่จะทำงานร่วมกันให้มีความคืบหน้าต่อสาธารณชน

เมื่อรมว.ยุติธรรม พูดอย่างนี้แล้ว  ก็ทำตามสโลแกนที่หาเสียงไว้ว่า ‘พูดแล้วทำ’ งานนี้บอกได้คำเดียว ‘ปูเสื่อ’ซิครับ จะรออะไร

<<<<>>>>> 

‘อาสุริยะ’เอาคืน‘หลานธนาธร’

‘ตระกูลจึง’กับ‘ดราม่าหาเสียง’

การเมืองไทยวันนี้ นอกจาก‘ตระกูลชิน’  ที่ผลักดัน ‘ทายาท’ให้เดินบนถนนการเมืองมา ‘ไม่ขาดสาย’ อีกตระกูลที่ดูเหมือนจะเดินตามคือตระกูล ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ ที่แม้วันนี้ ‘อากับหลาน’ จะอยู่กันคนละพรรค แต่ใครต่อใครก็เชื่อว่า หากมีโอกาสได้ร่วมงานกัน มันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไร

‘เดอะซัน’ หรือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เริ่มเดินแบบถนนการเมืองกับพรรคกิจสังคมเป็นครั้งแรกเพราะสนิทสนมกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน  มาปุ๊บก็นั่งเก้าอี้ รมช.อุตสาหกรรมทันที จากนั้นก็เลื่อนชั้นการเมืองมาตามลำดับ

เพราะ ‘คนในวง’ รู้ว่า สุริยะนั้น ใหญ่โตในวงการธุรกิจขนาดไหน ครั้งร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย เคยนั่งเก้าอี้เลขาธิการ วันหนึ่งเคยออกไป แต่วันนี้กลับมาอยู่พรรคเพื่อไทยในฐานะ ผอ.เลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

บนเวทีปราศรัยหาเสียง ลานคนเมือง กทม.วันก่อน ‘สุริยะ’ สร้างความฮือฮาด้วยการ ‘ฟาดกลับ’หลานชาย อย่างธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไปหาเสียง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานีวันก่อน ‘พาดพิง’ว่า

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีศักดิ์เป็นอาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  อยู่คนละพรรค คิดคนละอย่าง กระทบกันบ้าง  แต่สุดท้ายก็คุยกันได้
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีศักดิ์เป็นอาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยู่คนละพรรค คิดคนละอย่าง กระทบกันบ้าง แต่สุดท้ายก็คุยกันได้

‘หากยังคงไว้ใจคนเดิม ๆ ให้บริหารประเทศต่อไป บางคนเป็นรัฐมนตรีมายาวนานหลายยุคหลายสมัย ไม่สามารถทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปได้มากกว่านี้’ 

งานนี้ ‘สุริยะ’ เลยได้ที ‘เอาคืน’ พอหอมปากหอมคอว่า

‘ตลอดเส้นทางการเมืองมา 25 ปี ผมเป็นนักทำ  แต่เป็นนักทำที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเป็นนักทำงานยาก ซึ่งเป็นงานที่ท้าทาย หากเป็นงานง่ายๆ ผมไม่ทำ และทุกงานที่ผมตั้งใจ ไม่เคยล้มเหลว ซึ่งทำการเมืองมา 25 ปี นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมือง ผมก็ทำให้หลานมันดูครับ’

รู้กันว่า พ่อธนาธร ที่ชื่อพัฒนา นั้นเป็น ‘พี่ชายแท้ๆ’ ของสุริยะ ส่วนอีกคนที่มีบทบาทและดูแลกทม.ในพรรคเพื่อไทยชื่อ พงศ์กวิน นั้นเป็น ลูกชาย ‘โกมล’ ซึ่งเป็นพี่น้องแท้ๆกับ ‘พัฒนา’และ‘สุริยะ’

เห็นเหน็บกันคนละดอกสองดอกอย่างนี้ ถามว่าโอกาสร่วมงานการเมืองด้วยกันนั้นจะได้หรือไม่

ก็อย่าสงสัยกันไปเลยเพราะการเมือง เวลาเลือกตั้งก็ย่อมโจมตีกันเป็นของธรรมดา

ยังไง ‘เลือดมันย่อมข้นกว่าน้ำ’ ก็แค่ดราม่าสร้าง ‘สีสัน’ อย่าเพิ่งไปคิดอะไรมาก

<<<<>>>>> 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์