เรื่องมันมีอยู่ว่า พรรคภูมิใจไทยคงโล่งหู โล่งคอ ได้ระยะหนึ่งในช่วงนี้ หลังมติ กกต.ออกมาแบบไม่เห็น‘ช้าง’ ลูกต่อเนื่องของคดีนี้กำลังตามมา ทั้งจากพรรคส้ม และไอลอว์ ที่มาแพคคู่ ตามจี้ติดอีกครั้ง <> พรรคส้มที่ทดสอบพลังเลือกตั้งท้องถิ่นอีกครั้งที่สนามจังหวัดนนทบุรี เวทีนี้อาจซ้ำรอยเวทีผู้ว่าฯ กทม. แยกฐานการเมืองออกชัดเจน ส้มรอด หรือ ส้มร่วง วันที่ 20 กันยายนนี้รู้ผล<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
ก็แค่‘หายใจ’ได้ทั่วท้อง
แต่ยัง‘ไม่พ้น’ขีดอันตราย
แม้จะยัง‘ฝุ่นตลบ’กับมติกกต.ในคดีฮั้วสว. แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ ‘ภูมิใจไทย’ กลายสภาพเป็น ‘พยัคฆ์ติดปีก’ เต็มที่ก็แค่‘หายใจได้ทั่วท้อง’ หลัง ‘ผุดลุก ผุดนั่ง’กว่า 2 เดือน
ระหว่างที่พรรคประชาชน ที่งานนี้มี ‘ไอติม’พริษฐ์ วัชรสินธุ์ ถือธงนำหน้า ที่มาพร้อม ‘มือพลีชีพ’อย่าง ‘ยิ่งชีพ ไอลอว์’ ที่เกียร์ถอยหลังไม่มี ทั้งคู่ยังคงเดินหน้า ‘แฉ’ ผ่านสังคม ถึงความไม่ปกติ ในกระบวนการ‘ได้มาซึ่งสว.’ และน่าจะมีผลไปถึงวันที่ กกต.ทำสำนวน ‘ส่งฟ้อง’ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไม่มากก็น้อย
แต่ที่ต้อง ‘ปูเสื่อรอ’ ต้องงานเสวนาที่บางคนเรียกว่านัด ‘หยุดโลก’ ที่ราชบัณฑิตยสภาจัดเสวนาประจำปี ‘คดีฮั้ว สว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้‘ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่สํานักงานราชบัณฑิตยสภา
4 วิทยากรที่เข้าร่วมล้วน ‘ตัวตึง’ ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ , นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา , นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป.ป.ช. และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ผู้เห็น ‘ช้างทั้งตัว’
ส่วนการเดินหน้า ‘เอาผิด’ กกต.ผ่านตัวเลข ‘157’ ก็ยังจะได้เห็นกัน หลังจากนี้ ขณะที่สว.สำรอง ส่วนหนึ่งฟ้องตาม พ.ร.ป.สว.มาตรา 44 กับอีกส่วนฟ้อง 2 สว. ในข้อหา ‘สมัครผิดกลุ่ม’ ทั้ง2กรณีอยู่ในระบบ ‘รับเรื่อง’ แล้ว ส่วนกกต.เองก็เดินหน้าเรียกสำนวนจาก‘คณะที่26’ ในกรณี ‘จูปิเตอร์’ ที่ยัง ‘สอบสวน’ อยู่
แต่สำหรับรัฐบาลสีน้ำเงิน ซึ่งยืน ‘กระต่ายขาเดียว’ มาโดยตลอดว่า ‘ไม่เกี่ยวข้อง’ นั้น ‘ชิงจังหวะ’เร่งผลงานเพื่อให้เป็นรูปธรรมทันที ท่าทีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยที่ ‘ห้าวเป้ง’กับปัญหา ‘นอมินี’ ต่างชาติ หรือที่ชัดไปกว่านั้นคือ ‘ปัญหายิว’ หลังใช้อำนาจ ‘เนรเทศ’ 2ชาวต่างชาติ ไปก่อนที่ม๊อบ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’จะก่อตัวสะท้อนว่าผลงานที่เข้าตาจะสามารถกลบ ‘เสียงด่า’ที่เข้าหูได้
แต่แค่นั้นยังไม่พอที่จะเรียก‘ความเชื่อมั่น’ที่ถูกสั่นคลอนไปก่อนหน้านี้อย่างมาก ให้กลับมาได้ เพราะอย่างเดียวที่จะเรียก ‘ศรัทธา’ให้คืนมาคือ ‘เนื้องาน’ ของบรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลที่ยังอยู่สภาพ ‘โลกลืม’
คมนาคมที่‘รองพิพัฒน์’ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ดูแลออกข่าวความคืบหน้ากรณี‘ตั้วร่วม’ทันที หลังสัญญาว่า 1 มกราคม 2570 ค่ารถไฟฟ้าจะไม่เกิน 45บาท ขณะที่ ‘คลัง’ ก็ขานรับ ‘2 เดือนไทยช่วยไทยพลัส เฟส2’ แบบ 60:40 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้
ส่วนเวทีสภาเชื่อว่า จังหวะต่อไปที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลและ‘เสียงข้างมาก’ในสภาผู้แทนฯ จะเดินหน้าคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติ หวังดึงพรรคประชาชนมาร่วมวง ‘เปลี่ยนกระแส’เพราะรู้ว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่ง ‘แก้ได้’ นั้นคนละเรื่องเดียวกับคำว่า ‘ได้แก้’
เข้าเดือนตุลาคมมี ‘งานช้าง’ อย่างการประชุม IMF และ World Bank รออยู่ เดือนพฤศจิกายนก็เตรียมการขั้นสุดท้ายก่อน ‘พระราชพิธีพระบรมศพ’ ในช่วงต้นเดือนธันวาคม จากนั้นก็เข้าช่วง‘ปีเก่า-ปีใหม่’
ถ้าไม่มีอะไร ‘ฟ้าผ่า’ รัฐบาลก็น่าจะประคองตัว ผ่าน 1 ปีไปได้แบบ‘สะบักสะบอม’ มีทั้ง ‘แผลถลอก’และ ‘แผลช้ำ’ เต็มตัว
<<<<<>>>>>
19 กันยายน‘2 ทศวรรษ’คสช.
20 กันยายน‘ชี้ชะตา’พรรคส้ม
มาไม่ค่อยถี่ แต่มาทุกทีที่เกี่ยวข้องกับคำว่า ‘ประชาธิปไตย’ ได้ยิน ‘ผู้นำจิตวิญญาณ’ พลพรรคสีส้ม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า รำลึกความหลัง ในโอกาสครบ ‘2 ทศวรรษ’ เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ไว้ว่า วันเสาร์นี้ (19 กันยายน) จะครบรอบ 20 ปีการรัฐประหาร 19 กันยา 2549 โดยคณะรัฐประหารที่ชื่อว่า ‘คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ (คปค.) ซึ่งมีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าคณะ
‘รัฐประหาร 2549 ไม่สามารถจัดการการเมืองให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของผู้มีอำนาจได้ จึงเกิดรัฐประหาร 2557 ตามมาอีก และเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นพันธนาการสังคมไทยอยู่ในเวลานี้ หลังจากนั้นไม่นานผมได้ออกจากแวดวงธุรกิจเข้าสู่การทำงานการเมือง พร้อมกับ เพื่อน ๆ ร่วมอุดมการณ์ได้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ 1ในภารกิจสำคัญคือการ‘หยุดวงจรรัฐประหาร’ และนโยบายสำคัญคือการปฏิรูปกองทัพ ให้มีประสิทธิภาพ ,ทันสมัย ,เคารพสิทธิมนุษยชน’
จากนั้น‘ธนาธร’ ก็เข้า‘เป้าประสงค์’ ว่า
‘ระหว่าง 19 - 20 กันยายนที่หอศิลป์ กทม.จะมีสัมมนา‘ภาพจำที่(ไม่)คุ้นเคย: บาดแผล รัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมที่หายไป’ เนื่องในวาระ 50 ปี 6 ตุลา และ20 ปี 19กันยา’
19 กันยายน นั้นเรื่องหนหลังซึ่งทุกปีไม่เฉพาะครบ 20 ปี การเสวนาแบบนี้ก็มีเป็นปกติ เพื่อ ‘หล่อเลี้ยง’ ประชาธิปไตยในแบบที่ตัวเองเรียกร้อง

แต่วันที่ 20 กันยายน ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ นี่ซิ ‘น่าระทึกใจ’ กว่า เพราะมีการเลือกตั้งซ่อม นายก อบจ.นนทบุรี ที่ ‘ฝากหนึ่ง’คือ ‘กลุ่มผึ้งหลวง’ มรดกการเมืองที่ ‘นายกเด’ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ทิ้งไว้ กับพรรคประชาชนที่ส่ง ‘เดชรัฐ สุขกำเนิด’ ลงชิงชัย ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะ ‘ปักธง’ ท้องถิ่นซึ่งเป็นอีกหนึ่งความปรารถนาของพรรคส้มลงให้จงได้
ถึงตรงนี้ยัง ‘ดูยาก’ แต่หากดูบรรยากาศหาเสียง มันช่างคล้ายๆกับ‘โค้งสุดท้าย’ ครั้งศึกชิง ผู้ว่ากทม.ยังไงชอบกล
นนทบุรีมี ‘ธรรมชาติการเมือง’ ไม่ต่างอะไรกับกทม.ที่แยก ‘ระดับการเมือง’ ออกจะ ‘ส้มร่วง’ หรือ ‘ส้มรอด’ ไม่น่าจะเกิน 2 ทุ่มของวันที่ 20 กันยายนน่าจะได้ ‘รู้กัน’




