เรืองมันมีอยู่ว่า จาก‘สภาล่าง’ถึง‘สภาสูง’ กกต.กับเทศกาล‘ปล่อยผี’ , ส่องสูตรผสมครม.‘หล่อกว่าเดิม’ มือโปร-บ้านใหญ่‘ลูกเทพ’พรึ่บ

13 มี.ค. 2569 - 06:45

  • ยังรักษาระดับความไม่น่าเชื่อถือได้ต่อเนื่องคงเส้น คงวา

  • กรรมการร่วมกกต.และดีเอสไอมีมติ 5 ต่อ 2 คดีฮั้ว สว.ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่มีมูลความผิด

  • 3 กลุ่มอำนาจในภูมิไจไทย มือโปร บ้านใหญ่ และลูกเทพ

เรืองมันมีอยู่ว่า จาก‘สภาล่าง’ถึง‘สภาสูง’ กกต.กับเทศกาล‘ปล่อยผี’ , ส่องสูตรผสมครม.‘หล่อกว่าเดิม’  มือโปร-บ้านใหญ่‘ลูกเทพ’พรึ่บ

เรื่องมันมีอยู่ว่า  คดีฮั้ว สว.ที่ค้างคากันมานานก็จบแบบดื้อ ๆ  กรรมการร่วมกกต.และดีเอสไอมีมติ 5 ต่อ 2  คดีฮั้ว สว.ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่มีมูลความผิด <> จัดสรรตำแหน่งในภูมิใจไทยเรียบร้อย มี 3 กลุ่มอำนาจคือ มือโปร  บ้านใหญ่  และลูกเทพ เป็น ครม.หล่อ ๆ  ตามที่ประกาศไว้ <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

จาก‘สภาล่าง’ถึง‘สภาสูง’

กกต.กับเทศกาล‘ปล่อยผี’

หลังปรากฏข่าวว่า พรรคฝ่ายค้าน เตรียมใช้ข้อมูลในการสอบสวนคดี ‘ฮั้วสว.’ซึ่งบัดนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกกต.มาตั้งคำถามถึงคุณสมบัติ รัฐมนตรีในรัฐบาล ‘หนูพลัส’  ในกรณี ‘มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์’

ก็ปรากฏรายงานข่าวตามออกมาทันทีว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณาสำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างกกต.และดีเอสไอ ที่มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิด 229 ราย ประกอบด้วย ส.ว. 138 ราย และสมาชิกพรรคการเมืองรวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 91 ราย

ข่าวว่า ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่า ‘ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่มีมูลความผิด’ ขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียง ‘เห็นควรชี้มูล’บุคคล รวม 134 คน โดยอยู่ในกลุ่ม 138 ส.ว.

ตามขั้นตอน คณะที่ 36 ต้องสรุปสำนวนส่งมายังกกต.ชุดใหญ่ เพื่อที่จะมี ‘มติ’ ในขั้นตอนสุดท้ายต่อไป

กรณี ‘ฮั้วสว.’ ปรากฏเป็นข่าวครึกโครม ด้วยเพราะมีความ ‘แปลกสารพัด’ ในกระบวนการได้มา กกต.เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักใหญ่ กว่าจะเดินหน้าสอบสวน จนที่สุด ดีเอสไอในสมัยรัฐบาลแพทองธาร ได้รับเรื่องมาสอบสวน ท่ามกลางการยื่นให้ตรวจสอบว่ามี ‘ฝ่ายการเมือง’ แทรกแซงหรือไม่ และสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ‘ไม่มีฝ่ายการเมืองแทรกแซง’

ระหว่าง ดีเอสไอสอบสวนกกต.ได้ร่วมทำคดีจนตั้งคณะทำงานร่วมชุดที่26 จนนำมาซึ่งข้อสรุป แต่จนแล้วจนรอด กกต.ในฐานะผู้ดูแลจัดการเรื่องการได้มาซึ่งสว.ก็ยังมี ‘ขั้นตอนภายใน’ จนสว.สำรองหรือผู้สมัครสว.บางส่วน นำเรื่องไปร้องศาลอาญา กล่าวหากกต.ตามมาตรา 157 และศาลจะนัดฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 20 เมษายน ที่จะถึงนี้

ถือเป็นความ ‘แปลกประหลาด’ เป็นอย่างยิ่งว่า จู่ๆ ผลสรุป‘เบื้องต้น’ ก็ปรากฏออกมา แม้จะรอให้ กกต.ชุดใหญ่ ‘ชี้ขาด’ ก็ตาม แต่งานเข้าทำนอง ‘ปล่อยผี’ อีกแล้วครับท่าน

การเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากกต.ก็ปล่อยผี ‘สภาล่าง’ ไปแล้ว แม้จะบอกว่ายังมี ‘อำนาจในการสอบสวน’ และ ‘วินิจฉัย’  แต่หากดูจาก คดี ‘ฮั้วสว.’ ที่ใช้เวลา 1 ปีกว่าๆ กลับปรากฎว่า ‘จับมือใครมาดมไม่ได้’  

ไม่อยากจะเชื่อนี่คือ กกต.องค์กรอิสระ ที่ถูกสังคมคาดหวังว่า จะทำให้การเลือกตั้งอย่างน้อย ‘สภาสูง-สภาล่าง’ โปร่งใสยุติธรรม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมั้งหมดก็ยังต้องรอ ‘7 อรหันต์กกต.’ ชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย

การเลือกตั้ง ‘สภาล่าง’ รู้กันลึกๆว่า เป็นอย่าง‘โปร่งใส’ หรือ ‘ยิงกันสนั่น’ แต่นี่ ‘สภาสูง’ องค์กรที่จะคัดกรอง ‘องค์กรอิสระ’ ซึ่งมี ‘ความแปลกสารพัด’ แต่กลับจะบอกว่า ‘ไม่มีมูล’

ที่ใครต่อใครบอกว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ นั้น ‘น่ากลัว’ กว่า ‘ระบอบทักษิณ’ น่าจะเริ่มมี ‘เค้าลาง’ ของความจริงขึ้นมาแล้วล่ะครับ

<<<<<>>>> 

ส่องสูตรผสมครม.‘หล่อกว่าเดิม’

มือโปร-บ้านใหญ่‘ลูกเทพ’พรึ่บ

สรุปว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจะมี 291 เสียงจากทั้งหมด 13 พรรค ในจำนวนนี้เป็น ‘พรรค 1 เสียง’ ถึง 9 พรรค

ความน่าสนใจของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ที่ครม.ซึ่งว่ากันว่า จะมีหน้าตาตามที่ นายกฯว่าคือ ‘หล่อกว่าเดิม’  แต่หากดูข่าวสารด้านโผครม.แล้วจะพบว่า ‘พรรคสีน้ำเงิน’ ผสมสูตรครม.ได้น่าสนใจไม่น้อยที่เดียว

เอาเฉพาะพรรคหลักอย่างพรรคภูมิใจไทย จะประกอบด้วย ‘3 ส่วน’ หลัก คือส่วนแรก มืออาชีพหรือที่เรียกว่า ‘โควตากลาง’ หรือ ‘ทีมไทยแลนด์’ หรือ ‘มือโปร-มืออาชีพ’ที่เป็น ‘จุดแข็งจุดขาย’ มาตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา อย่าง ‘สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี’ ไปจนถึงดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งจะดูเรื่อง กฎหมายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น ‘ด้านหลัก’

ขณะที่ กลาโหมกับยุติธรรมนั้นหาความลงตัวไม่ได้ สุดท้ายเลยไปจบลงที่ ‘คนกันเอง’พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ที่กระทรวงกลาโหม และพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ที่กระทรวงยุติธรรม

ส่วนที่ 2 จะเป็นบรรดา ‘บ้านใหญ่’ ที่ย้ายเข้ามาร่วมชายคา ‘หมู่บ้านอนุทิน’ ไล่เรียงตั้งแต่ ชลบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม เพชรบูรณ์ อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

ขณะที่ในรายของ ‘เอกนัฏ พร้อมพันธุ์’ ว่าที่รมว.พลังงานก็จัดอยู่ในส่วน ‘บ้านใหญ่’ เช่นกัน

ว่ากันว่า ‘ส่วนบ้านใหญ่’ คือส่วนสำคัญ ที่พาพรรคได้รับชัยชนะ และเสริมกระแสผ่าน ‘มือโปรมืออาชีพ’ ที่ขายได้ก่อนหน้า

ส่วนสุดท้าย ซึ่งน่าสนใจยิ่ง ส่วนนี้บางฝ่ายเรียกว่า ‘กลุ่มลูกเทพ’ ขณะที่บางฝ่ายเรียกว่า ‘กลุ่มบังเกิดเกล้า’ ว่ากันว่า ‘กลุ่มนี้’ ส่วนใหญ่จะ ‘ลูกคนนั้น หลานคนนี้’ และอยู่กับพรรคมาก่อนหน้านี้และมีผลงานในพื้นที่ ‘เข้าตา’ อาทิ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี,วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล,พลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา,สุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ,สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ  นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร ,แนน บุณย์ธิดา สมชัย สสอุบลราชธานี,สรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไชยชนก ชิดชอบ เริ่มก่อร่าง สร้างบารมีทางการเมือง เริ่มจาก กลุ่มลูกเทพ ที่รวมคนรุ่นใหม่  และเป็นความหวังในการสานต่อจากคนรุ่นเก่า
เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไชยชนก ชิดชอบ เริ่มก่อร่าง สร้างบารมีทางการเมือง เริ่มจาก กลุ่มลูกเทพ ที่รวมคนรุ่นใหม่ และเป็นความหวังในการสานต่อจากคนรุ่นเก่า

‘กลุ่มลูกเทพ’นี้ คือ ‘อนาคตการเมือง’ ในวันข้างหน้าของพรรคสีน้ำเงิน ภายใต้การนำของเลขาธิการพรรคที่ชื่อ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’

ทั้ง 3 ส่วนนี้ เมื่อถูกจัดเรียง จัดวาง ‘แรงกระเพื่อม’ ภายในที่แม้จะมี แต่ก็ไม่ปรากฏออกมาเพราะ พรรคสีน้ำเงินเขาขึ้นชื่อเรื่อง ‘ไม่แตกแถว’ และ ‘คำไหนคำนั้น’

ขณะที่ ‘พรรคร่วม’ อย่างพรรคเพื่อไทย จะได้รับการจัดสรร ‘5 กระทรวง’ ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรฯ,กระทรวงศึกษาธิการ ,กระทรวงการอุดมศึกษาฯ,กระทรวงแรงงานและ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ

การจัดสรรรัฐมนตรี รอบนี้ของพรรคภูมิใจไทย จึงถือว่า ‘ตอบโจทย์’ ทั้งมิติการบริหารและมิติทางการเมือง งานนี้จะ ‘ยกนิ้ว’ ให้ใครไปไม่ได้ นอกจาก ‘ครูใหญ่’แห่งบุรีรัมย์ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์