เรื่องมันมีอยู่ว่า กกต.ต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ กับความเชื่อถือให้กลับคืนมา แต่สภาพการณ์ของ กกต.ในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งพัวพัน ยุ่งเหยิงไปหมด อย่าปล่อยให้รอนาน <>พรรคภูมิใจไทย มีไพ่ในมือให้เลือกเล่นหลายหน้า เอาสีเขียว หรือ สีฟ้า เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่เอาทั้งสอง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
กกต.กำลังอยู่ในสภาพ‘ลิงแก้แห’
จากคดี‘ฮั้วสว.’ถึงจัดเลือกตั้งสส.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ‘กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ได้ไหม’สำรวจระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
หัวข้อสำคัญคือ ความสามารถของกกต.ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง
ร้อยละ 58.28 ระบุว่า ‘จะไม่สามารถ’ ลงโทษใครได้เลย
ร้อยละ 28.93 ระบุว่า ‘อาจจะ’ ลงโทษได้บ้างบางกรณี
ร้อยละ 11.32 ระบุว่า ‘จะสามารถลงโทษได้แน่นอน’
ผลสำรวจของนิด้ากำลังจะบอกว่า ‘ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ’ ในการจัดการเลือกตั้ง หรือพูดแบบชาวบ้านก็ต้องพูดว่า ‘ไม่เชื่อ’ ว่ากกต.จะมี ‘น้ำยา’ จัดการการทุจริตได้
กกต.ชุดแรกสมัย‘ยุวรัตน์-สวัสดิ์-โคทม’ เลยลั่นวาจาไว้ว่า จะไม่ปล่อยให้คนโกงคนซื้อเสียงคนทุจริตการเลือกตั้ง ‘เหยียบ’ บันไดสภาได้
แต่กกต.ชุดปัจจุบัน ‘ลำพัง’ แค่การจัดการ ‘เลือกตั้ง’ ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะ‘เอาตัวรอด’ หรือไม่เพราะแค่การประกาศผลคะแนน400เขตเลือกตั้งชนิด ‘โปร่งใสตรวจสอบได้’ ยังไม่เกิดขึ้น ขณะที่การจัดการ ‘การซื้อเสียง’ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 7 วัน ‘ใบเหลือง ใบแดง’ยังไร้วี่แววจะได้เห็น
ถึงนาทีมีการฟ้องคดี ‘บาร์โค้ด’ กันแล้วที่ศาลปกครอง ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีการฟ้องในกรณี ‘เสียสิทธิ’ลงประชามติ แต่ที่สุดศาลปกครองวินิจฉัยว่าเป็นการทำงานที่ขอบของกกต.ขณะที่เริ่มมี ‘บางส่วน’โดยเฉพาะคามเคลื่อนไหวของ ‘คุณหญิงหน่อย’ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่กำลังฮึ่มๆจะฟ้อง ‘อาญา’ กับกกต.

พูดถึงการฟ้องร้อง กกต.ต้องไม่ลืมว่า ในกรณี ‘ฮั้วสว.’ ศาลอาญาคดีทุจริตฯได้รับเรื่องไว้ และจะนัด ‘ฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา’ในวันที่ 20 เมษายน 2569 เหตุที่ร้องเพราะ คดีฮั้วสว.ที่อยู่ในมือของกกต.‘ช้ามาก’ จนจะครบ2ปีอยู่แล้ว
อีกเรื่องที่น่าสนใจของกกต.ก็คือ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ 2 กกต.ซึ่งต้องพ้นจากหน้าที่ แต่ทำหน้าที่เพื่อรอ ‘2 ว่าที่กกต.’ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตั้ง ‘กรรมาธิการเพื่อตรวจประวัติ’
2 ว่าที่กกต.นั้นคนหนึ่งชื่อ มณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการฯ ส่วนอีกคนชื่อ จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ท่ามกลางข่าวลือว่า ‘สีน้ำเงินเลือกสีน้ำเงิน’ งานนี้มันจะไปเหลืออะไร
สภาพ กกต.ในวันนี้ไม่ต่างอะไรกับ ‘ลิงแก้แห’ ที่เหมือนแก้ ‘ปมหนึ่ง’ ก็ไปพันกับอีก ‘ปมหนึ่ง’ แถม ‘บางปม’ ยิ่งแก้ก็ยิ่ง ‘มัดแน่น’ แทนที่จะ ‘คลี่คลาย’
ดู ๆ ไปแล้วมีโอกาสประวัติศาสตร์ ‘ซ้ำรอย’เหมือน ยุค ‘3 หนา’
เสียวจริงอะไรจริงนะครับทุกคน
<<<<<>>>>>>
‘สีน้ำเงิน’ในภาวะ‘หล่อเลือกได้’
‘สีเขียว-สีฟ้า’หรือไม่เลือกทั้งคู่
หลัง ‘หายป่วย’ และไม่ได้ไป ‘สวัสดี’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันก่อน ‘เดอะหนิม’ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน FB ระบุตอนหนึ่งว่า
‘การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง และการร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เรายังคงมีความเป็น‘อิสระ’ ในจุดยืน อุดมการณ์ และมีขอบเขตของการ ‘ร่วม’ อย่างชัดเจน
‘ในประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง เรายังคงเดินหน้าทำต่อภายใต้ความตระหนักว่าเราไม่ได้เป็นเสียงข้างมากของสภา และไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากประชาชนต้องการให้เรามีอำนาจเต็มในการดำเนินการเรื่องนี้ พวกเขาคงมอบเสียงให้เราอย่างถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ก็สะท้อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเป็นเช่นนี้ และเราต้องเคารพความจริงนั้น’
ที่ ‘เดอะหนิม’ อ้อมไปอ้อมมา ถ้าพูดแบบ ‘แม่ค้าคุยกับวินมอเตอร์ไซค์’ ก็คือ ร่วมรัฐบาลแน่และ ‘ฮั้วสว.-เขากระโดง’ ไม่ใช่สาระสำคัญ ‘อันดับ 1’อีกต่อไป ท่ามกลางข่าวว่า พรรคเพื่อไทยกำลังถูก ‘เซ้ง’

มาถึงตอนนี้ รัฐบาลสีน้ำเงินกำลัง ‘คิดหนัก’ และ ‘ชั่งน้ำหนัก’ ว่า ระหว่าง ‘สีเขียว’ กับ ‘สีฟ้า’ นั้น จะส่ง ‘เทียบเชิญใบสุดท้าย’ ไปที่สีไหนดี
‘สีเขียว’ นั้นแม้จะทำให้รัฐบาลมี ‘มือเยอะ’ ก็ตาม แต่การบริหารจัดการจะ ‘ยุ่งยาก’ และภาพ ‘ความหล่อ’ ของอนุทิน จะมีปัญหา ‘คำถามสำคัญ’ คือ หากไม่มี ‘สีเขียว’ รัฐบาลสีน้ำเงินจะเป็นยังไง จะกลัว ‘แผลทุกพรรค’ เหมือนที่แกนนำคนดังของพรรคสีเขียว ‘ขู่คำราม’ หรือไม่ และหากมอง ‘มุมกลับ’ว่า ‘สีเขียว’ นั้นใกล้เคียงกับการเป็นพรรคเฉพาะกิจ หากไม่ได้ทำหน้าที่รัฐบาล โอกาสสร้างความร้อนแรง ห้าวเป้งก็คงไม่มี
ขณะที่พรรค ‘สีฟ้า’ นั้นมีหรือไม่มีในรัฐบาลก็ได้ทั้งนั้น หากมี ‘สีฟ้า’ เป็นฝ่ายค้านก็น่าจะดีจะช่วยทำให้‘ภาพ’ ของพรรคสีน้ำเงิน ‘ดูดี’ ในแง่ของการยอมรับการถูกตรวจสอบ ที่สำคัญภาพของพรรคสีฟ้า เอาเข้าจริงๆแล้วน่าจะแข่งกับพรรค ‘สีส้ม’ ซะมากกว่า
ที่ ‘ประเมิน’ กับว่า สีเขียว-สีฟ้า‘เอา’ สีอะไรดีนั้น
เอาเข้าจริงๆ ‘ไม่เอา’ ทั้ง2สีเลยยังได้ เสียงรัฐบาลระดับ ‘280-290’ นั้น ‘เหลือเฟือ’
ถ้า ‘สีน้ำเงิน’ จะทะเลาะกับ ‘สีเขียว’ ชั่วโมงนี้ มองออกง่ายจะตายว่าสังคมจะอยู่ข้าง ‘สีไหน’




