เรื่องมันมีอยู่ว่า พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ทันได้ลงสนามเลือกตั้ง ก็ถึงกับหมดรูป เสียทรง อดีต สส.ที่จะไหลเข้ามาต่างก็เลี้ยวกลับไปพรรคอื่น บิ๊กป้อม ก็ถอดใจยอมถอยจากแคนดิเดตนายกฯ ส่งต่อให้ ตรีนุช เทียนทอง<>พรรครวมไทยสร้างชาติก็ไม่ต่างกัน สส.พัทลุงตัวเต็งที่คุยกันมานาน กลับลำนาทีสุดท้าย หนีไปใส่เสื้อแดง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
แผนรั้ง‘ลุงป้อม’ประคอง‘พปชร.’
ส่อง‘แม่ลูกเทียนทอง’ที่สระแก้ว
หลังเกิดสภาพ ‘ฝุ่นตลบ’ ในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ซัก2-3 วัน ที่สุดความ ‘ไม่ชัดเจน’ ก็ชัดเจนแบบ‘ผิดธรรมชาติการเมือง’ เพราะหากฟัง ‘ทีท่า’ ล่าสุดหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคจากไพบูลย์ นิติตะวัน จะชัดเจนใน 3 กรณี
กรณีแรก ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะ ‘ถอนตัว’ จาก แคนดิเดตนายกฯและมอบหมายให้ ‘หนูเหน่ง’ ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรคนั่งแคนดิเดตนายกฯคนที่ 1 ส่วนคนที่ 2 คือ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
กรณีต่อมา ‘ลุงป้อม’ ยังทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อไป
กรณีสุดท้ายชื่อของ ‘ลุงป้อม’ จะปรากฏในบัญชีรายชื่อของพรรคเป็นคนที่ 1 ดูแล้วบอกได้คำเดียวว่า มีอาการ ‘โบกมือลา’ การเมืองเกิดขึ้นจริงๆไม่ใช่เสียงเล่าลือที่เล็ดลอดออกมา แต่นาทีนี้ มันอยู่ในช่วง ‘หน้าขวานหน้าสิ่ว’ ความชัดเจนเลยต้องออกมาอย่างที่เห็นหมดสภาพ‘ไม่แรงบันดาลใจ’อย่างที่เคยคุยไว้ และเหตุสำคัญที่ ‘ลุงป้อม’ ต้องอยู่ เพราะลุงป้อมแกเป็น ‘วันสต๊อป เซอร์วิส’มาที่เดียว ‘ครบจบทุกเรื่อง’

มีคำถามว่าทำไม ‘หวย’ ถึงไปออกที่ ‘หนูเหน่ง’ หรือ ตรีนุช เทียนทอง คำตอบก็คือ ทั้งขวัญเรือนผู้แม่ และตรีนุชผู้ลูก เป็น 2ใน 3ของ สส.ผูกขาดในสระแก้ว พื้นที่ ‘บ้านใหญ่’ ของตระกูล ‘เทียนทอง’ ส่วนอีก 1 เทียนทองก็คือ ‘บิ๊กบอย’ สรวงศ์ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย ลูกชายหัวแหวนหัวแก้วของ ‘เสนาะ-อุไรวรรณ’
ตรีนุช เป็นสส.สระแก้วมาตั้งแต่ปี 2544 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ว่าจะ ‘ย้ายพรรค’ ไปไหน ตรีนุช ก็เดินเข้าสภาอยู่ดี ส่วน ‘เจ๊ขวัญเรือน’ ที่ผ่านมาทำหน้าที่ ‘ปิดทองหลังพระ’ อยู่สนามท้องถิ่น แต่เมื่อ ‘หนึ่ง’ ฐานิสร์ เทียนทอง อยากทำงานท้องถิ่น ก็เลยสลับกันโดยลูกชายไปท้องถิ่น ส่วนแม่ขึ้นไปเล่นสนามใหญ่ ฉะนั้นการไม่มี ‘2แม่ลูกเทียนทอง’ จะทำให้ พปชร.เสียหายหลายแสนเลยทีเดียว
สระแก้ว เป็นจังหวัดที่ 74 ของไทยแยกตัวมาจากปราจีนบุรีเมื่อปี 2536 มี 9 อำเภอ มี 3 เขตเลือกตั้ง สถานการณ์ในวันนี้ 4 ใน 9 อำเภอ ประชาชนต้องอพยพไปอยู่ใน ‘พื้นที่ปลอดภัย’ เพราะเกิดการปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างไทยกับกัมพูชา
4 อำเภอประกอบด้วย อ.ตาพระยา อ.โคกสูง อ.อรัญประเทศ และอ.คลองหาด ใน 4 อำเภอนี้ อยู่ใน2เขตเลือกตั้ง ซึ่งในวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคมนี้จะเริ่มรับสมัคร สส.เขต แต่เหตุการณ์ ‘ยิงกัน’ ยังไม่หยุด
สงสัยว่า งานนี้ กกต.คงจะต้องเตรียมแผน‘ฉุกเฉิน’ไว้ได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่แค่ สระแก้วเท่านั้น แต่น่ารวมถึงอีก 6 จังหวัดตลอดแนวชายแดนไว้ด้วย
แม้การเจรจา ‘หยุดยิง’ จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ของอย่างนี้ ‘อย่าได้ประมาท’ เป็นอันขาดนะจะบอกให้
<<<<>>>>
‘ช้ำหนัก’ถูกเท‘นาที’สุดท้าย
รทสช.กับสภาพ‘นับหนึ่งใหม่’
น่าจะเรียกว่านอกเหนือความคาดหมาย และคงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่น่า ‘เหนื่อยน้อยกว่า’ อยู่ที่เดิม ที่จู่ๆ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคร่วมกัน ‘ชูจักแร้’ เปิดตัว นิติศักดิ์ ธรรมเพชร อดีต สส.พัทลุง เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย

งานนี้พรรคเพื่อไทย ‘ยิ้มแทบตาย’ เพราะนี่คือ ธงที่พรรคมี ‘ความหวัง’ ที่จะปักหมุดได้มากที่สุดในพื้นที่ ‘ภาคใต้’
รับรู้กันว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ สนามการเมือง ‘พัทลุง’ จะเป็นสนามเดือดอีกสนามในพื้นที่ ‘ภาคใต้’
ใน 3 เขตเลือกตั้งในปี 2566 เป็นของประชาธิปัตย์(ปชป.) 2 เขต อีก 1 เป็นของรวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) แต่สถานการณ์วันนี้ 2 เขตของปชป. เขต 1 คือ ‘แหม่ม’ สุพัชรี ธรรมเพชร ลูกสาว สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต สส.จอมอดข้าวหน้าสภา สมัยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ย้ายไปซบพรรคกล้าธรรม จนคนทั่วไปเรียกว่าปรากฏการณ์ ‘ธรรมเพชรซบธรรมนัส’
ส่วนเขต3 นั้น ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ลูกชาย นริศ ขำนุรักษ์ หนีเข้าค่าย ‘สีน้ำเงิน’ ไปเรียบร้อยโรงเรียนPT โดยที่เจ้าตัวจะขึ้นบัญชีรายชื่อ โดยที่จะมีคนตระกูล ‘รัชกิจประการ’ ลงพื้นที่แทน
ส่วนเขต 2 นิติศักดิ์ ลูก วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ที่เดิมนั้น นิติศักดิ์ ย้ำนักย้ำหนาว่า จะอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อไปและน่าจะเป็นอดีต สส.ที่รทสช.เชื่อมั่นว่าจะ ‘นับ 1’ได้อย่างแน่นอน
พูดถึง รทสช. ที่เปิดตัวแคนดิเดต 3 คนออกมาอย่าง ‘ตุ๋ย-ตุ้ม-เอ๋’ หรือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค,นราพัฒน์ แก้วทอง และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ถึงนาทีนี้ ต้องบอกว่า รทสช.จะลงสนามเลือกตั้งโดยที่ ‘ไม่มีสส.เขต’ หลงเหลืออยู่เลยแม้ ‘ซักกะคนเดียว’
ใครที่คิดว่า พปชร. ตกในสถานการณ์ลำบาก เอาเข้าจริงๆหากเทียบกับ รทสช.แล้วน่าจะ ‘สบายกว่า’ เพราะมีอดีตสส.แบบ ‘เชื่อขนมกินได้’ อยู่กับพรรคต่อไปหลายคน
ขณะที่ รทสช.ซึ่งวันนี้ ตกที่นั่ง ‘ลำบากกว่า’ และ ‘สุ่มเสี่ยง’ กับสภาพ ‘สูญพันธุ์’ เป็นอย่างยิ่ง เล่นมาทิ้งกันใน ‘นาทีสุดท้าย’ พรรคการเมืองที่ไหนจะ ‘กลับตัวทัน’
ทำไมหนอ คนดีๆ อย่างพีระพันธุ์ ไปอยู่ตรงไหน คนก็ ‘หนี’ หมด เหลือแต่คน‘ไม่มีที่ไป’ เคยถามตัวเองบ้างไหม ?
น่าเห็นใจ ‘คุณพี’ -พีระพันธุ์ หัวหน้าพรรค ที่อุตส่าห์‘ทำงานหามรุ่งหามค่ำ’


