เรื่องมันมีอยู่ว่า สถิติเลือกตั้ง อึ้ง ทึ่ง เลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคที่ได้หมานเลข 1-6 ได้ สส.บัญชีรายชื่อไปคนละ 1 เก้าอี้ <> พรรคเกิดใหม่อย่างพรรครักชาติก็เปิดตัวแบบบันเทิง สีสันการเมือง พร้อมกับส่งตัวตึงรัฐธรรมนูญอาจารย์เจษฎ์ โทณะวนิก เป็นแคดดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมชนทุกเวทีดีเบตเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เบอร์(พรรค)นั้นสำคัญไฉนจริงเหรอ?
ส่องข้อมูลสุดอึ้ง‘เลข1-6’ได้เปรียบ
ว่าที่ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)สรุปภาพรวมการสมัครรับเลือกตั้ง ‘สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง’ และ ‘บัญชีรายชื่อ’ ว่า ภาพรวมการรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต จำนวน 2 วันที่ผ่านมา มีผู้สมัครทั้งสิ้น 3,199 คน โดยเป็นข้อมูล ณ เวลา 16.45 น .ของวันที่ 28 ธันวาคม 2568
ส่วนสส.แบบบัญชีรายชื่อ มีพรรคการเมืองที่มายื่นสมัครก่อนเวลา 08.00 น. รวมทั้งสิ้น 52 พรรคการเมือง โดยเสนอรายชื่อผู้สมัครพรรคละ 1 บัญชีรวม 1,502 คน และพรรคการเมืองยังมีการเสนอรายชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีจำนวน 34 พรรคการเมือง รวมทั้งสิ้น 73 คน ซึ่งระยะเวลาในการรับสมัครมีไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้
‘ขณะนี้รอการประกาศวันออกเสียงประชามติจากนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะประกาศในวันที่ 2 มกราคม 2569 จึงอยากย้ำเตือนประชาชนเรื่องของการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์จะต้องลงทะเบียนแยกกัน โดยในกรณีการเลือกตั้งสส.จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนการออกเสียงประชามตินั้น กฎหมายกำหนดให้ออกเสียงวันเดียวกันทั่วประเทศ จึงไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า แต่มีการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงนอกเขตวันที่ 3-5 มกราคา 2569 และไปออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569’
ใน 52 พรรคการเมือง ‘จับสลาก’ ได้เบอร์พรรคกันไปเป็นที่เรียบร้อย ต้องยอมรับว่า ‘หมายเลขพรรค’ นั้นสามารถสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบได้อย่างมาก กรณีพรรคการเมืองใหญ่ คงไม่มีปัญญาเท่าไหร่ แต่ในกรณีพรรคเล็กพรรคน้อย
ว่ากันว่า พรรคการเมืองไหนได้ ‘หมายเลขตัวเดียว’ จะได้เปรียบเพราะ ‘จำง่าย’ และ‘ได้ของแถม’ จาก ‘บัตรเขต’ และ ‘บัตรบัญชีรายชื่อ’ ที่ เป็นคนละเบอร์กัน
ในการเลือกตั้งปี 2566 มีข้อมูล ‘น่าทึ่ง และน่าอึ้ง’ เป็นอย่างยิ่งว่า พรรคที่ได้หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 6 จึงได้ สส. บัญชีรายชื่อไปพรรคละ 1 คน

จริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่มีข้อมูลปรากฏตามนี้
หมายเลข 1 พรรคใหม่ 249,731 คะแนน ได้ สส.บัญชี 1 คน ,หมายเลข 2 พรรคประชาธิปไตยใหม่ 273,428 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
หมายเลข 3 พรรคเป็นธรรม 184,817 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน,หมายเลข 4 พรรคท้องที่ไทย 201,411 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
หมายเลข 5 พรรคพลังสังคมใหม่ 177,379 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คนและหมายเลข 6 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 175,182 ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเช่นนี้ ‘อธิบาย’ อย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากว่า
ได้ ‘เบอร์ดี’ เลยได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแบบ ‘หน้าตาเฉย’ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พับผ่าซิ
<<<<>>>>>
รักชาติดึง‘เจษฏ์’ทำเซอร์ไพรส์
‘ประชามติ’ที่ไกลกว่าเลือกตั้ง
เริ่มต้นที่ความน่ารัก สนุกสนาน สร้างสีสัน เต้นแนวเกาหลี มากกว่าที่จะเน้นที่การขายนโยบาย เหมือนอย่างที่พรรคการเมืองทั่วไปทำกัน
พรรครักชาติ ที่มีสโลแกนว่า ‘เพราะรักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด’ ถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วทั้งๆที่เพิ่งเริ่มต้นเดินบนถนนทางการเมืองมาได้ไม่กี่วัน
แน่นอนว่า หัวหน้าพรรคอย่าง ‘เดอะโอ๋’ หรือชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรีหลายสมัย อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่แม้จะถูกมองว่า ก็แค่ ‘นักการเมือง’ แต่หากมองให้ลึก มองให้นาน อย่ามองผิวเผินผ่านๆ จะพบว่า วิธีการทำการเมืองแบบที่ว่านี้ ‘ไม่ค่อยมีใครทำมาก่อน’
ยิ่งมีการสร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยการดึง ‘อาจารย์เจษฎ์’ หรือ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก นักวิเคราะห์สถานการการเมืองสังคมชื่อดังมานั่ง แคนดิเดตนายกฯ ในนามพรรค ยิ่งสร้างความน่าสนใจเข้าไปอีกมากโข
‘อาจารย์เจษฏ์’ นั้นเป็นที่รับรู้กันสังคมว่า เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญ อย่างหาตัวจับยากคนนึงในยุคนี้ เป็นอดีตอาจารย์ด้านกฎหมายหลายสถาบัน ‘อ.เจษฏ์’ มีภาพในสังคมที่ ‘ชัดเจนจริงจัง’ โดยเฉพาะการรณรงค์ไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘ทั้งฉบับ’ ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเกิดผ่านกระบวนการทำ‘ประชามติ’

การทำพรรคการเมือง ‘รอบนี้’ จึงไม่ใช่แค่ การหาเสียงเพื่อให้ได้จำนวนสส.เข้าไปนั่งในสภา แต่น่าจะเป็นการ ‘ขายแนวคิด’ ทางการเมืองซึ่งแน่นอนว่า โอกาสที่ ‘พรรครักชาติ’ จะผลักดันให้แคนดิเดตอย่าง ‘อ.เจษฎ์’ ไปเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ‘ไม่มีทางเป็นไปได้’
หลังพรรครักชาติ จับได้เบอร์ 35 ชัยวุฒิ แสดงความเห็นได้ว่า ได้เบอร์ 35 ก็ไม่ยาก แต่ต้องพยายามสื่อสารให้ประชาชนรู้เยอะที่สุด เพราะเป็นพรรคใหม่ แต่เชื่อว่าแนวคิดของเรารักชาติ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องมาทำด้วยกัน รักชาติ ‘ไม่ชังชาติ’
ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า
‘เราไม่ได้บอกคุณว่าเรารักชาติ แต่เราชักชวนทุกคนให้รักชาติให้ร่วมกันทำงาน พรรครักชาติจะนำเสนอนโยบาย สิ่งที่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้พี่น้องประชาชน ทุกท่านต้องช่วยกัน ท่านจะเลือกเรามาก หรือน้อยแค่ไหน ก็ขอให้ช่วยกันพัฒนาชาติไทย โดยเริ่มจากว่าต้องไม่รับเงิน ไม่ไปกาคนที่ไม่ดี คนผิด ไม่กาคนที่ทำความเสียหายให้บ้านเมือง ตรงนี้จะเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ของการพัฒนาชาติไทยด้วยกัน’
ในุมมหนึ่งที่น่าคิดคือ เวทีการเลือกตั้งรอบนี้ ที่บัตร2ใบใช้เลือก สส. และพรรคการเมืองรวมไปถึงว่าที่นายกรัฐมนตรี แต่จะมี ‘บัตรอีก 1 ใบ’ที่ใช้ ‘ตัดสิน’ กฎหมายสูงสุดของประเทศที่เรียกว่า ‘รัฐธรรมนูญ’ ฉบับที่ถูกโจมตีว่ามาจากคณะรัฐประหาร
ในฐานะที่ปรึกษา กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่าง ‘อ.เจษฏ์’ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาหน้าที่ ‘สอน และให้ข้อมูล’ มาอย่างต่อเนื่อง และชัดเจนว่า ‘ไม่เอาด้วย’ กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ถ้าเวทีดีเบตที่ไหน จะให้แต่ละพรรคการเมืองไปแสดง ‘จุดยืน’ เรื่องรัฐธรรมนูญ แน่นอนว่า พรรครักชาติไม่น่า ‘ตกขบวน’ เป็นแน่


