เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พิพัฒน์’คลังน้ำมันภูมิใจไทย กลไกตลาดการเมืองที่ต้องอุ้ม , ลือหนักเหตุหา‘เจ้าภาพ’ไม่ได้ เพื่อไทยสนามกทม.ส่อแพแตก

31 มี.ค. 2569 - 06:46

  • นายกฯหนู ไม่ปล่อยระดับหัวจ่ายเติมไม่อั้นออกจากตำแหน่งตามที่ร้องขอ

  • วางตัวโฆษก ศบก. คนใหม่ โบว์ สีน้ำเงิน ให้สื่อสาร ชี้แจง แบบมีทิศทาง

  • พรรคเพื่อไทย ยังไม่สามารถตัดสินใจว่าจะส่งผู้สมัครผู้ว่า กทม.หรือไม่

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พิพัฒน์’คลังน้ำมันภูมิใจไทย กลไกตลาดการเมืองที่ต้องอุ้ม , ลือหนักเหตุหา‘เจ้าภาพ’ไม่ได้ เพื่อไทยสนามกทม.ส่อแพแตก

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ถูกกระหน่ำมาตลอด รัฐมนตรีคมนาคมและเจ้าของปั้มพีที พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถอดใจลาออกก็ถูกนายกฯยับยั้ง   และส่งโฆษก ศบก.คนใหม่ โบว์ สีน้ำเงินมาช่วยอธิบายและตอบโต้ <>สนามเมืองหลวงที่เพื่อไทยเคยครองมา แต่เวลานี้การส่งผู้สมัครลงชิงผู้ว่า กทม.อาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะขาดเจ้าภาพดูแลการเลือกตั้ง<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘พิพัฒน์’คลังน้ำมันภูมิใจไทย

กลไกตลาดการเมืองที่ต้องอุ้ม

‘ขอขอบคุณท่านนายกฯ อนุทิน สำหรับความไว้วางใจและคำยืนยันที่มอบให้ครับ การยื่นหนังสือลาออกก่อนหน้านี้ในฐานะ ผอ.ศบก.เป็นเจตนาที่ผมต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการทำงาน แต่เมื่อท่านนายกฯ ยังเห็นว่าผมสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี ให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้ ผมก็พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่ต่ออย่างเต็มกำลัง โดยยึดหลักการที่ชัดเจน การทำงานทุกขั้นตอนต้องตรวจสอบได้ และต้องไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนครับ’

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม  โพสต์ FB ขอบคุณหลัง ‘เดอะหนู’  อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ‘เบรก’ ใบลาออกของ ‘พิพัฒน์’  ที่ยื่นให้ หลังขึ้นราคาน้ำมัน ‘พรวด’ เดียว 6 บาท ไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

‘ใช่ครับ ท่านเขียนใบลาออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ผมเป็นคนไม่อนุมัติให้ลาออก เพราะท่าน ทํางาน ท่านรู้กลไก ซึ่งเราต้องใช้ประสบการณ์คนเหล่านี้มาทําประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน’

‘เพราะผมเห็นว่าไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ นอกจากไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แล้ว เรายังใช้ความเห็นและประสบการณ์ของนายพิพัฒน์ ในการให้แนวทาง และหลายแนวทางก็ปฏิบัติออกมาแล้วได้ผล’

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม หัวจ่ายระดับเติมไม่อั้น ที่พรรคน้ำเงินต้องมี
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม หัวจ่ายระดับเติมไม่อั้น ที่พรรคน้ำเงินต้องมี

 ทั้งหมดคือคำยืนยันในตัวของ ‘พิพัฒน์’

ในทางการเมืองด้านหนึ่ง  พิพัฒน์หนีไม่พ้นที่จะต้องตกเป็น ‘เป้าใหญ่’ ทางการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เฉพาะ ‘วิกฤตน้ำมัน’ ที่ พิพัฒน์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ นายกฯหนูการันตีจะต้องแสดงฝีมือเท่านั้น ภารกิจใน ‘คมนาคม’  ยังมี ‘อภิมหาโปรเจ็กต์’ อีกหลายอย่าง ‘รออยู่’  ซึ่งแต่ละเรื่อง ‘วงเงิน’ไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาททั้งสิ้น

สำหรับ‘พิพัฒน์’ แล้วในพรรคภูมิใจไทยต่างให้นิยามว่าเป็น ‘คลังน้ำมัน’ ขนาดใหญ่ ‘เติม’ ได้แบบ ‘เต็มถัง’ แถม ‘ไม่มีอั้น’   ดูผลประกอบการทางการเมืองในสนามการเลือกตั้ง ‘ภาคใต้’ ดูก็รู้ว่า ‘แรงเต็มถัง’ ขนาดไหน

ยิ่งหากดูตาม ‘กลไกตลาดการเมือง’  จะยิ่งเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ลำพังข้อครหาโดยปราศจากหลักฐานแบบ ‘คาเขา คาหนัง’  หัวหน้าพรรคอย่าง ‘อนุทิน’ คงไม่มีทาง‘ลอยตัว’ ปล่อยให้พิพัฒน์เผชิญมรสมุการเมืองคนเดียวเป็นแน่

แต่ที่ดูจะ ‘ตั้งหลัก’ แม้ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) จะตั้งมาตั้งแต่วันที่ 6 มนาคม หลังสงคราม ‘อิหร่าน’ เพียงไม่นาน แต่ก็ ‘คนละทิศ คนละทาง’ ในแง่ของการสื่อสาร

ยิ่งสถานการณ์เนิ่นนาน ‘ความโน้มเอียง’ ดูเหมือนจะไปทางการเมืองซะมากกว่า การตั้ง ‘โบว์สีน้ำเงิน’ หรือ   ณัฏฐา มหัทธนา มาทำหน้าที่โฆษก ศบก. จึงมี ‘มิติ’ ที่มากกว่าให้ ‘ข้อเท็จจริง’ แต่ไปไกลถึงขึ้น ‘ตอบโต้’ กับข่าวไม่จริงที่ออกมา ไม่เชื่อคอยดู

<<<<<>>>>>>

ลือหนักเหตุหา‘เจ้าภาพ’ไม่ได้

เพื่อไทยสนามกทม.ส่อแพแตก

การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และการเลือกตั้งสมาขิกสภากรุงเทพมหานครหรือสก.จะเกิดขึ้น ‘พร้อมกัน’หลัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม.จะครบวาระ "4 ปี"ในวันที่ 21 พฤษภาคมที่จะถึง หรืออีก ราวๆ2เดือนนับจากนี้

แต่จู่ๆก็มี ‘จิ้งจก’ แถวพรรคเพื่อไทยกระซิบให้ได้ยินว่า ขณะนี้แกนนำพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดจะไม่ส่งผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือ  สก.พร้อมกับการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. จนทำให้เกิดเสียง ‘วิพากษ์วิจารณ์’ ในหมู่ สมาชิก สก.พรรคเพื่อไทยว่า กทม. ถือเป็นพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ ไม่ใช่พื้นที่ที่ควรถูกมองข้าม เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ

ตามข่าวบอกอีกว่า ความพ่ายแพ้ของผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา(8 กุมภาพันธ์ ) ไม่ใช่เพราะคนทำงานในพื้นที่ไม่ทำงาน แต่เป็นผลจากการตัดสินใจของพรรคที่ไม่สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่

ทีม สก. คือกลุ่มที่มีฐานเสียงเข้มแข็งที่สุดในกรุงเทพฯ มีทั้งโครงสร้าง มีผลงาน และยืนอยู่กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การเลือก ‘ไม่ส่ง-ไม่สู้’ เพียงเพราะกังวลกระแสการเลือกตั้ง ถือเป็นการประเมินที่ผิดพลาด

เอาจริงๆ ถึงตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นอย่างนั้น แต่ ‘เหตุผลสำคัญ’ ไม่ใช่เรื่องฐานเสียง ความนิยมหรือโอกาส แต่เกิดจาการขาด ‘เจ้าภาพหลัก’ ต่างหาก

หลังการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ พรรคเพื่อไทย ตกอยู่ในสภาพ ‘เจ็บหนัก’  โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ขณะที่ ‘ภาคกทม.’ ซึ่งเอาเข้าจริงๆก็มี ‘ความหวัง’ ในหลายเขตเลือกตั้ง แต่สุดท้าย ‘พ่ายยับ’ กับกระแส ‘เลือกข้าง’

ที่บอกว่าหา ‘เจ้าภาพสนามเมืองใหญ่’ ไม่ได้นั้นมาใช่การ ‘พูดลอยๆ’  เพราะสนามกทม.ในอดีตนั้นมีเจ้าภาพทุกครั้ง อย่างล่าสุด ‘สนามใหญ่’  ว่ากันว่า ‘ทายาทเจ้าของรองเท้า’ ชื่อดัง หมายมั่นปั้นมือ เพื่อให้ได้นั่งเก้าอี้ ‘เสนาบดี’

แต่สุดท้ายจบไปแบบ ‘มือเปล่า’  ถึงขนาดพา ‘ตัวเอง’ เข้าสภายังไม่สามารถทำได้เลย

หรือในอดีตก็เคยมี ‘เจ้าแม่วังสะพุง’  คนตัวเล็ก ๆ แต่ใจใหญ่ แม้สุดท้ายจะไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ท้ายสุด ก็นั่งเก้าอี้ได้ไม่นาน ถูก นายกฯตัวสูงๆ ไม่ให้ไปต่อ จนตอนนี้แทบไม่ปรากฏตัวให้เห็นในพรรค

อีกทั้ง ‘นายหญิงน้อย’  ก็ไม่ค่อยจะอะไรกับ ‘สนามเมืองหลวง’ มากนัก แต่ไปให้ความสำคัญกับ ‘ทายาทบ้านใหญ่’ ของพรรคซะมากกว่า

สนามกทม.ของบรรดา สก.พรรคสีแดง ‘รอบนี้’ จึงมีโอกาส ‘แพแตก’ สูง ส่วนใครจะไปต่อกันอย่างไร ก็ไปในนาม ‘พวก’ แล้วกัน

นี่ต้องถือว่า ‘ดีนะ’ ที่ส่งสัญญาณกันแต่เนิ่นๆ โอกาสเตรียมตัวก็เลยยังพอมีอยู่ จบข่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์