เรื่องมันมีอยู่ว่า สภาถกปัญหาวิกฤตพลังงาน ที่ดูเหมือนว่าประชาชนรู้ว่าสาหัส แต่รัฐบาลดูเหมือนไม่รู้ว่ามีปัญหา จนชาวบ้านต้องลงไม้ ลงมือแย่งกันเติมน้ำมัน แต่รัฐบาลยังแย่งเก้าอี้ไม่เสร็จ และเถียงเรื่องข้าว สส.กันไม่จบ <>เรื่องเกี่ยวกับข้าว ต้องไว้ใจ หมอวรงค์ ตั้งแต่จำนำข้าว ทำเอาอดีตนายกฯอยู่ไม่ได้ ครั้งนี้ทำเอาระบบเลี้ยงข่าว สส.ล่มสลาย <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เมื่อ‘เอกนัฏ’ฝากถึง‘เอกนัฏ’
แก้วิกฤตน้ำมันต้อง‘เก่ง+กล้า’
ในที่สุดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดแรกที่มี ‘ญัตติด่วน’ จาก 6 พรรคการเมืองว่าด้วยเรื่อง การแก้ไข ‘วิกฤตน้ำมัน’ ของรัฐบาล แต่สุดท้าย ‘สังคม’ ก็ยังคงต้องรอดูหน้า ‘ไอ้โม่ง’ ที่ว่ากันว่าเป็น ‘ตัวการ-ตัวกักตุน’ จนน้ำมันไม่ไหลไปถึงปั๊ม ‘เดือดร้อน’ ประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ หาค่ำกินเข้า ไปเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันมาจะร่วม 10 วัน
ฟังจาก ศบก.ที่มี ‘โกเกี๊ยะ’ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคมในฐานะคนนั่งหัวโต๊ะ ‘ขีดเส้นใหม่’ อีกว่านอกจาก 7 วัน ปั๊มที่ไม่มีน้ำมันให้ประชาชนเติมจะหมดไปแล้ว การเดินทางช่วงเทศกาล ‘มหาสงกรานต์’ 13-15 เมษายนนี้ ‘น้ำมัน’ จะมีให้บริการไม่ขาดมือ
ส่วนมาตรการประหยัด ได้ยิน ‘นายกฯหนู’ หลังถอยรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงมาขับเองบอกว่า จะ‘ลดการใช้น้ำมัน’ จากปกติให้เหลือวันละ 55 ล้านลิตรเพื่อลดผลกระทบต่างๆที่จะตาม ท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่า ‘สงคราม’ สหรัฐ-อิหร่าน จะ ‘ยืดเยื้อ’ ยาวนานขนาดไหน
ด้าน ‘เอกใหญ่’ หรือ ‘เอกคลัง’ อย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลังก็แย้มมาตรการ ‘อุ้ม’ กลุ่มต่างๆโดยระบุว่าทุกอย่าง ‘พร้อมหมด’ รอแค่มีรัฐบาลอำนาจเต็มเท่านั้น

หันไปดู ‘เอกเล็ก’ หรือ ‘เอกพลังงาน’ อย่าง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่รมว.พลังงาน ที่ ‘ชงหวาน’ญัตติด่วนน้ำมันเข้าสภาด้วยนั้น ไม่ต่างอะไรกับการอภิปรายให้ ‘ตัวเองฟัง’
‘สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊มและผู้ประกอบการ เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะที่จะช่วยรักษาโรคความตื่นตระหนกประชาชนได้ หวังว่าทุกหน่วยงานจะนำเสนอข้อมูลว่า กลั่นน้ำมันเท่าไร ส่งให้ปั๊มเท่าไร เพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ถ้าสถานการณ์ยังบานปลายต้องใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น’
‘วันนี้ยังไม่รู้รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่า ปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา’
‘เอกนัฏ’ หรือ ‘ขิง’ นั้น เอาเข้าจริงๆก็ต้องถือว่า ‘โต’ มากับการเมือง พ่อ-แม่ อย่าง ‘พรเทพ-ศรีสกุล’ เป็น สส. มี ‘2 ลุง’ เป็นสส. เป็นรัฐมนตรี อย่าง ลุงนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และ ‘ลุงสุเทพ’ สุเทพเทือกสุบรรณ
สมัยนั่งเก้าอี้ รมว.อุตสาหกรรม ‘เอกนัฏ’ ตั้ง ‘ทีมสุดซอย’ มารอบนี้มีหวังได้ทีม ‘เต็มถึง’ หรือ ‘ทีมตัวตึง’ มาเข้มงวด กวดขัน‘น้ำมัน’ ทั้งระบบแน่ ๆ
ที่ติดใจก็ตรงที่ว่า เรื่องพลังงาน ‘คนเก่ง’ นั้นมีเยอะ แต่พอเข้าไปแล้ว ‘ไม่กล้า’ พอนั่งเก้าอี้แล้ว ‘ขาดเจตจำนงทางการเมือง’ หมายถึงใคร น่าจะ‘เดา’ กันได้ไม่ยากนะ
<<<<<>>>>>>
‘หมอวรงค์’ผู้ถกโฉลกกับเรื่องข้าว
‘จำนำข้าว’ถึงเลิกงบเลี้ยงข้าวสส.
ห่างหายจากสภาผู้แทนราษฎรไป 12 ปี แต่ด้วยคลิปวิดีโอขอเสียงประชาชนในโค้งสุดท้าย ก็ทำเอา ‘มือปราบคอร์รัปชัน’ อย่าง ‘หมอวรงค์’ หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พรรคที่คราวก่อนใช้ ‘สีเหลือง’ เป็นสัญลักษณ์ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ ‘สีเขียว’ เดินตัวปลิวเข้าสัปปายะสภาสถาน ท่ามกลางคำสัญญาว่า จะทำหน้าที่เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่
การที่ ‘หมอวรงค์’ เสนอ 3 เรื่องทั้ง เลี้ยงอาหาร สส. ทั้งการมีผู้ช่วยสส.ถึง 8 คนไปจนถึงกองทุนบำนาญสส.ซึ่งก็ยอมรับว่า ‘ได้ใจ’ ผู้คนเข้าอย่างจัง ยิ่งมีประโยคอย่างคำว่า ‘ตลก’ ยิ่งเพิ่มความได้ใจเข้าไปอีก
มีอย่างน้อย 2 พรรคการเมืองที่มี ‘ท่าที’ ชัดเจนว่า เอาด้วย และไม่ได้ติดขัดกับการ ‘เลิก’ ในการใช้งบประมาณ ‘เลี้ยงอาหารสส.’ อย่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน และเชื่อว่า สส.ที่เหลือจากทุกพรรคน่าจะ ‘เอาด้วย’
‘หมอวรงค์’ บอกว่า ครั้งนี้เพื่อต้องการเรียกความเชื่อมั่นของสส.ให้กลับคืนมา เพราะการมีเงินเดือนหลัก ‘แสนบาท’ บวกค่าเดินทางและอื่นๆ นั้นน่าที่จะ ‘ควักกระเป๋า’ ซื้ออาหารกินเองแบบคนมีอาชีพอื่นๆได้
ภาพของบรรดาสส.ไม่เว้นแม้แต่ ‘ประธานฯโส’ หรือ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซื้อและกินอาหาร ก็น่าจะบอกว่าเรื่องนี้จะ ‘จบลง’ อย่างไร หรือแม้กระทั่งการที่สส.บางส่วนถือ ‘ปิ่นโต’ หิ้วอาหารมาจากบ้าน หรือบางคน ‘ไกลไป’ ถึงขึ้นพก ‘ขวดน้ำ’ ก็น่าทำความสบายให้สังคมได้มากอีกโข

พูดถึงเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับ ‘ข้าว’ ดูแล้วน่าจะ ‘ถูกโฉลก’ กับหมอวรงค์อย่างยิ่ง เพราะผู้คนจดจำ ‘หมอมือปราบ’ ได้จากการขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลในโครงการรับจำนำข้าวสมัย อดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และติดตามเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน
หรือช่วงก่อนหน้านี้ ที่ที่ทำการพรรคไทยภักดี แถว จ.นนทบุรี ‘หมอวรงค์’ ก็ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเปิดร้านอาหาร ‘ข้าวแกงคุณภาพดีราคาย่อมเยา’ ชื่อว่า ‘ครัวไทยรักดี’ บริการประชาชน
สำหรับโครงการรับจำนำข้าว โครงการที่เป็น ‘แผลปากลึก แผลฉกรรจ์’ ให้กับพรรคเพื่อไทยที่จนบัดนี้ แม้จะมีความชัดเจน ในคดีอาญา ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถ ‘กลับบ้าน’ ได้ ยังมี ‘คดีแพ่ง’ ที่ต้อง ‘ชดใช้’ อีกราว ๆ หมื่นล้านบาท
ถึงวันนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ความคืบหน้าเรื่องเงิน ‘ชดใช้’ ดังกล่าว เห็นที ‘หมอวรงค์’ ต้องตามเรื่องเพื่อมาบอกกล่าวกันให้รู้บ้าง
สถานการณ์บอกให้รู้ว่า พรรคการเมือง ‘เสียงเดียว’ นั้นสามารถทำหน้า ‘ผู้แทนปวงชน’ ชาวไทยได้สบายมาก หากสิ่งที่เรียกร้องหรือแก้ไขนั้น ประชาชน ‘เอาด้วย’
‘เสียงเดียว’ แต่ ‘เสียงดัง’ นะจะบอกให้




