เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ไม้บรรทัด’วัด‘สเปก’รมต. ทำคลอดครม.‘หล่อได้อีก’ , ‘บังมาด’กลับบ้านเก่าประชาธิปัตย์ จับ‘สัญญาณ’เลือกตั้งสก.เมืองกรุง

9 มี.ค. 2569 - 06:45

  • ข้อตกลงจัดสรรคณะรัฐมนตรีให้กับพรรคร่วมจากการประชุมที่บ้านบุรีรัมย์

  • กำหนดชัดเจนสเปกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

  • สามารถ มะลูลีม กลับบ้านประชาธิปัตย์เตรียมการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ไม้บรรทัด’วัด‘สเปก’รมต. ทำคลอดครม.‘หล่อได้อีก’ , ‘บังมาด’กลับบ้านเก่าประชาธิปัตย์ จับ‘สัญญาณ’เลือกตั้งสก.เมืองกรุง

เรื่องมันมีอยู่ว่า จัดแบ่งกระทรวงและตำแหน่งให้กับพรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อยจากการประชุมที่บ้านบุรีรัมย์ พร้อมมีคู่มือกำหนดสเปกรัฐมนตรีใหม่ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ <>สามารถ มะลูลีม ศิษย์เก่าประชาธิปัตย์กลับบ้านเป็นรายล่าสุด  คาดวางแผนเตรียมการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. แม้จะไม่เปิดตัวผู้สมัคร<> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘ไม้บรรทัด’วัด‘สเปก’รมต.

ทำคลอดครม.‘หล่อได้อีก’

มีข้อสรุปกระเด็นออกมาจากวงประชุม ที่จ.บุรีรัมย์ 7-8 มีนาคมที่ผ่านมาว่า แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลสีน้ำเงิน จะมี 292 เสียง และจะไร้เงาของ‘กล้าธรรม’ หรือแม้แต่ ‘ไทยรวมพลัง’ พรรคการเมืองขวัญใจคน จ.อุบลราชธานี

พรรคภูมิใจไทยจัดสรรกระทรวงให้กับพรรคร่วมรัฐบาล และกำหนดสเปกรัฐมนตรีไว้ชัดเจน เพราะกลัว ครม.ไม่หล่อ
พรรคภูมิใจไทยจัดสรรกระทรวงให้กับพรรคร่วมรัฐบาล และกำหนดสเปกรัฐมนตรีไว้ชัดเจน เพราะกลัว ครม.ไม่หล่อ

ข่าวว่า เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่งผ่าน 14 กระทรวง ในส่วนของพรรคสีน้ำเงินได้ส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงานแล้ว  ในจำนวนนี้เป็น ‘โควตา’  กลางของอนุทิน ชาญวีรกูล 5 ตำแหน่งโดยคือ นายกฯอนุทิน จะควบรมว.มหาดไทย,สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ควบรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ,เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ควบรองนายกฯและรมว.คลัง,ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ควบรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯรัฐมนตรี ส่วนรมว.กลาโหม ‘ยังไม่ชัดเจน’ ว่าจะเป็น  ‘2 ด.-1 อ.’ หรือไม่

ส่วนพรรคสีแดง พรรคเพื่อไทยได้ 8 คน9 ตำแหน่งใน 4 กระทรวงคือ เกษตร,ศึกษาธิการ ,การอุดมศึกษาฯ,แรงงานและการพัฒนาสังคมฯ

ข่าวแจ้งว่า ‘จุดเปราะบาง’ อยู่ตรงที่ว่า แม้พรรคภูมิใจไทยได้ให้อำนาจพรรคเพื่อไทยในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม จะ ‘รุ่นใหม่-รุ่นเก่า’ แต่ทั้งหมดต้องยึดตาม ‘คำวินิจฉัย’ ของศาลรัฐธรรมนูญ

หลายคนสงสัย แล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ว่าอย่างไร ว่ากันว่า ‘หลักการสำคัญ’ ในรธน.มาตรา 160 (4) บัญญัติให้รัฐมนตรีต้อง ‘มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์’

โดยมีสาระสำคัญว่า ‘มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์’ นั้นคำว่า ‘ซื่อสัตย์’ หมายความว่า ประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง

ส่วนคำว่า ‘สุจริต’ หมายความว่า ความประพฤติชอบ โดยความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) นี้ เป็นคุณธรรมสำคัญขั้นพื้นฐานของบุคคลทั่วไป และเป็นส่วนหนึ่งของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (Integrity)

การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ย่อมหมายความว่า รัฐมนตรีต้องไม่มีพฤติกรรมที่บกพร่องจากมาตรฐาน หรือ ‘ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์’ ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริต หรือพฤติการณ์บิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไปซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นโดยมิชอบ

แต่ไม่ถึงกับต้องแสดงให้ปรากฏว่าบุคคลนั้นมีความประพฤติดีงามอย่างชัดเจน เพียงไม่ประพฤติตนให้ ‘ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน’ ความประจักษ์ในที่นี้จึงหมายถึง ไม่มีพฤติกรรมที่ปรากฏในทางมิชอบหรือไม่สอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ของรัฐมนตรี ที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นส่วนรวม

ว่ากันว่า ‘หลักการ’ อนุทิน ใช้เป็น ‘ไม้บรรทัด’ วัดความเป็นรัฐมนตรีกันเลยทีเดียว ครม.หน้าตา ‘ไม่หล่อ’ ก็ให้มันรู้ไป

<<<<>>>>>> 

‘บังมาด’กลับบ้านเก่าประชาธิปัตย์

จับ‘สัญญาณ’เลือกตั้งสก.เมืองกรุง

แม้จะเป็นข่าวเล็กๆ แต่น่าจะเป็น ‘สัญญาณ’ ทางการเมืองที่ดี สำหรับค่ายสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ที่เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านที่ทำการพรรค ถ.เศรษฐศิริ ได้มีการโอกาสต้อนรับ ‘การกลับบ้านหลังแรก’ทางการเมืองของ ‘บังมาด’ หรือ สามารถ มะลูลีม ‘คนเพื่อนเยอะ’ คนหนึ่งในแวดวงการเมืองการกีฬา

‘บังมาด’ ถือโอกาสครบ 32 ปีที่ตัวเองลงสมัคร สมาชิกสภากทม.(สก.)ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนั้น ‘บังมาด’ หาเสียงผ่านนโยบายว่า ‘กรุงเทพจะน่าอยู่ สามารถสู้ สามารถทำ’ หาเสียงแถวแขวงคลองตัน แขวงพระโขนง

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ‘บังมาด’  สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยเพราะ ‘ความผูกพัน’ ที่ตัวเองมีกับ ‘หัวหน้าตุ๋ย’ หรือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แต่เมื่อการเดินทางมาถึงจุด ‘สิ้นสุดทางเลื่อน’ การตัดสิน ‘กลับบ้าน’ จึงเกิดขึ้น

สามาถ มะลูลีม  คนเก่าประชาธิปัตย์กลับบ้านเดืมอีกครั้ง  เพื่อเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น และยาวไปถึงผู้ว่า กทม. หากประชาธิปัตย์ไม่ถอดใจไปก่อน
สามาถ มะลูลีม คนเก่าประชาธิปัตย์กลับบ้านเดืมอีกครั้ง เพื่อเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น และยาวไปถึงผู้ว่า กทม. หากประชาธิปัตย์ไม่ถอดใจไปก่อน

ถ้าดู ‘สตอรี่’ ทางการเมืองของ ‘บังมาด’  ก็จะพบว่า ผ่านมาหมด ทั้ง สข.(สมาชิกสภาเขต) สก., สส., สว. หรือแม้แต่ สต.หรือสอบตกก็เคยมาแล้ว จะขาดเพียงแต่ตำแหน่ง  รมต.(รัฐมนตรี)เท่านั้นเองที่ยังไม่เคยสัมผัส

การกลับมาของ ‘บังมาด’ เกิดขึ้นท่ามกลางการเตรียมตัวสู่ศึก ‘สนามเลือกตั้งกทม.’ ซึ่งว่ากันว่า ขณะนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ‘คัดคนลงพื้นที่’ แล้วหลายเขต ขณะที่ เก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ก็ ‘ไม่มีข้อสรุป’ ออกมา ทั้งนี้ทั้งนั้น ‘สนามกทม.’จะเกิดขึ้นหลังครบวาระ 4 ปีของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

พูดถึง ‘สนามกทม.’ รอบนี้ มีสารพัดพรรค และสารพัดพวก เข้าร่วมชิงชัย ในมุมของสก.น่าจะ‘สังกัดพรรค’ ซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าพรรคสีน้ำเงิน พรรคสีแดง พรรคสีฟ้า และพรรคสีส้ม ขณะที่ ผู้ว่าฯกทม.‘หลายฝ่าย’ เลือกสังกัด ‘อิสระ’ ซึ่งจริงๆก็คือการสังกัดพรรคบวกกับสังกัดพวกอย่างหนึ่ง

ล่าสุด สัปดาห์ที่ผ่านมา ‘ชัชชาติ’ ประกาศแล้วว่า จะให้คำตอบสุดท้ายในวันพ้นตำแหน่งแต่มี ‘แนวโน้ม’ ที่จะ ‘ไปต่อ’ สูงยิ่ง ขณะที่พรรคสีส้ม แชมป์สนามใหญ่กทม.2 สมัยติด ‘หมายมั่นปั้นมือ’จะ ‘ล้างตา’ หลังส่ง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ลงไปแล้ว ‘แพ้ไม่เห็นฝุ่น’

งานนี้ ‘บังมาด’ คนชอบมวย น่าจะช่วย ‘หัวหน้ามาร์ค’ คนชอบบอล ได้อักโขอยู่ทีเดียวเชียวนะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์