เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘กราบอะไรก็ไม่รู้’ว่าหนักแล้ว ‘ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’หนักกว่า , เห็น‘เอกนิติ-ศุภจี’รัฐบาลหนู แล้วนึกถึง‘ธารินทร์-ศุภชัย’

5 พ.ค. 2569 - 06:45

  • เป็นพรรคการเมืองที่เต็มไปด้วยประเภทปากไว บ่อนทำลายพรรคตัวเองมาตลอด

  • การเหยียดกำนัน ผู้ใหญ่บ้านสุดท้ายก็ต้องออกมาขอโทษอีกครั้ง ใช้การขอโทษได้เปลืองมาก

  • รัฐมนตรีคนนอก ศุภจี และ เอกนิติ ความหวังของรัฐบาลอนุทิน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘กราบอะไรก็ไม่รู้’ว่าหนักแล้ว ‘ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’หนักกว่า , เห็น‘เอกนิติ-ศุภจี’รัฐบาลหนู แล้วนึกถึง‘ธารินทร์-ศุภชัย’

เรื่องมันมีอยู่ น่าจะเป็น ดีเอ็นเอของพรรคส้มที่สมาชิกส่วนใหญ่ปากไว กว่าความคิด ทำลายพรรคตัวเองมาตลอด  และใช้การขอโทษได้เปลืองมาก พูดได้สะใจแต่ผลตามมาคือสะเทือนพรรค <>เป็นความหวังของรัฐบาลอนุทิน ทั้ง ศุภจี และเอกนิติ  ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ ๆ  อีกหลายเรื่องที่รออยู่  เจอทั้งดอกไม้และก้อนหิน <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘กราบอะไรก็ไม่รู้’ว่าหนักแล้วนะ

‘ตรวจฉี่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’หนักกว่า

น่าจะเรียกว่า ‘ซ้ำซาก’ สำหรับการแสดงความเห็นของพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ล่าสุดกรณี นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายในสภาพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เหมารวมเป็นพวกค้ายาเสพติดถึงขั้นเสนอให้จับ‘ตรวจปัสสาวะ ตรวจฉี่’ กำนันผู้ใหญ่บ้านหมดทั้งประเทศ

หลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งเจ้าตัวทั้งพรรคประชาชน ก็ออกแถลงการณ์ ‘ขอโทษ’ โดยระบุว่า ไม่ได้มีเจตนา

แถลงการณ์ขอโทษจากพรรคประชาชนกรณี สส.ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายเหยียดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแถลงการณ์นี้ไม่ใช่ฉบับสุดท้ายแน่นอน
แถลงการณ์ขอโทษจากพรรคประชาชนกรณี สส.ภัณฑิล น่วมเจิม อภิปรายเหยียดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแถลงการณ์นี้ไม่ใช่ฉบับสุดท้ายแน่นอน

ประเภท ‘สองแง่ สามง่าม’ หรือ ‘เหมาเข่ง’ หรือ ‘คิดเอง เออเอง’ นั้นต้องยอมรับพรรคประชาชนนั้นมี ‘ขุนพล’ ประเภทนี้ ‘อยู่เยอะ’  เพราะนี่ไม่ใช่ ‘ครั้งแรก’ ที่ทัศนะแบบนี้จะออกจากปากของผู้ทรงเกียรติของชาว ‘สีส้ม’

ย้อนไป 29 กรกฎาคม 2568 สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์โซเชียลท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า...สิ่งแรกที่ถูกฆ่าในสงคราม คือ ความจริงและทหารไทย แม่งทำแบบนี้มาตลอด ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ว่า ‘กองทัพส้นตีน’ นี่ จะไม่ใช้โอกาสนี้ สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง อย่าเชื่อทุกอย่างที่ออกมาจากกองทัพ

หลังโพสต์ออกไปถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ต่อมา ‘สหัสวัต’ ได้ลบคลิปและแถลง‘ขอโทษ’ กับความเห็นที่แสดงออกไป

หรืออีกกรณี 17 สิงหาคม 2568 นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ชี้แจงว่า เจตนาที่มิใช่เพื่อดูหมิ่นหรือทำร้ายความเชื่อ แต่เพื่อหยิบยกประเด็นงบประมาณแผ่นดินในเชิงความคุ้มค่า ความเหมาะสมภายใต้หลักการตรวจสอบซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นนท์ อภิปรายเสนอตัดงบโครงการสร้างขวัญและกำลังใจบุคลากรเผยแผ่พระพุทธศาสนา งบประมาณ 5 ล้านบาท โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า

‘ทำไมพระสงฆ์ถึงต้องมีขวัญ และกำลังใจในการทำงานด้วยเหรอครับ ผมก็งงนะครับ แล้วบอกว่าเพื่อเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานในประเทศอินเดียและเนปาล ก็คือไปสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ได้ประโยชน์ ไปทั้งหมด 100 รูป ตกรูปละ 50,000 บาท ไปทำอะไรครับท่านประธาน ไปกราบครับท่านประธาน’

‘ท่านอยู่ประเทศไทย ท่านให้คนอื่นเขากราบไหว้ พอท่านไปประเทศอื่น ท่านกลับไปกราบอะไรก็ไม่รู้’

กรณี ‘กราบอะไรก็ไม่รู้’ สุดท้ายจบลงด้วยการ ‘ขอโทษ’ อีกเช่นกัน

สงสัยกันหรือไม่ว่า ทำไมพรรคประชาชนถึงมี ‘ผู้แทน’  ที่พูดก่อน แล้วมาขอโทษทีหลังได้มากขนาดนี้  ที่ใครๆพูดว่าการเมืองของคนรุ่นใหม่ น่าจะดีกว่ารุ่นเก่าๆที่ผ่านมา ‘ดูตัวอย่าง’ จังๆ 3 เรื่องนี้ แล้ว ‘คิดเอาเอง’ แล้วกัน

<<<<>>>>>> 

เห็น‘เอกนิติ-ศุภจี’รัฐบาลหนู

แล้วนึกถึง‘ธารินทร์-ศุภชัย’

ต้องถือว่า ‘ฮือฮา’ เพราะแทบจะ‘นับครั้ง’ ได้ที่ ‘ซูเปอร์จี’หรือ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ จะ‘เดี่ยวไมโครโฟน’ ล่าสุดการไปเป็นองค์ปาฐก ในหัวข้อ ‘Leadership Beyond Comfort Zone: ก้าวข้ามกรอบเดิม เปิดทางการเปลี่ยนแปลง’  ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ส่วนใหญ่ใจความพูดถึง ‘ดราม่าทุเรียน’ ที่เจ้าตัวตั้งใจเข้ามาทำตลาดล่วงหน้า หาตลาดใหม่เพื่อระบายสินค้าส่งทีมกรมการค้าต่างประเทศ ออกเจรจาทั้งซ้าย ทั้งขวา(ตะวันออก-ตะวันตก)

‘เราเริ่มตั้งแต่ต้นปี เพื่อที่จะทำให้เรามีการส่งออกได้ดีขึ้น เราไปตะวันออกกลางด้วยนะคะ UAE เราไปทำตลาดที่ประเทศอื่นๆ ที่เกาหลี หรือที่ประเทศอื่นที่เราพอจะไปได้ ส่วนทางขวานี้ เรายังต้องเร่งส่งไปที่จีน แล้วก็ไปทำการตลาดล่วงหน้า’

หรือแม้แต่การ ‘Live’ ซึ่ง ‘ซูเปอร์จี’ บอกว่า

‘เราก็เลยต้องใช้ Live Commerce ก็เลยเป็นที่มาว่าเราทำแบบนั้น แต่ว่าก็เน้นเรื่องคุณภาพนะคะ แล้วก็ให้คนที่เขาทำเนี่ย ไปช่วยสอนคนหน้าสวน อย่ามาทำ Live Commerce ในสตูดิโอ แต่ไปทำที่สวน เพื่อให้ชาวสวนเนี่ย เขาสามารถที่จะเรียนรู้วิธีการทำ Live Commerce ได้ เสร็จแล้วเนี่ย พอถึงฤดูกาลที่มีผลผลิตออกมามากๆ แล้วมีทุเรียนตกไซส์ซึ่งล้งเขาไม่รับ  พี่น้องชาวสวนจะได้มีช่องทางในการระบาย และที่สำคัญคือผู้บริโภค ก็เข้าถึงได้ รับทานได้ ไม่แพงมาก ดังนั้นทั้งหมดที่แต๋มเล่าให้ฟังเห็นไหมคะว่า มันคือต้องคิดออกไปนอกกรอบจริงๆ นอก Comfort Zone จริง ๆ และการที่จะเดินออกจาก Comfort Zone ไปเนี่ย คนทั่วไปตามไม่ทันนะคะ เขาไม่เข้าใจว่าเราทำอะไร’

ช่วงสำคัญ ‘ซูเปอร์จี’บอกว่า ‘แล้วก็คาดไม่ถึงว่า จะมาเป็นคนที่มีหนามรอบตัวขนาดนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้เนี่ย เป็นช่วงที่หนามเยอะจริงๆ นะคะ’

ซูเปอร์จี หลังเข้าสู่วงการทุเรียน ก็รับทราบถึงหนามที่แหลมคม จนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าช่วงนี้มีหนามรอบตัว
ซูเปอร์จี หลังเข้าสู่วงการทุเรียน ก็รับทราบถึงหนามที่แหลมคม จนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าช่วงนี้มีหนามรอบตัว

คิดดูแล้วกันว่า เฉพาะแค่ ‘ทุเรียน’ ยังเจอ ‘หนามทิ่มหนามตำ’ ซะขนาดนี้ 

ไปดูอีกหนึ่ง ‘ความหวังของหมู่บ้าน’ อย่างเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ที่วันนี้ต้องยอมรับว่ารับบท ‘เดอะ แบก’ เต็มตัว งานใหญ่อยู่ที่ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ไปจนถึงมาตรการ ‘ไทยช่วยไทย’  ล่าสุดเหมือนจะมี ‘งานช้าง’ เข้ามานั่นคือการนั่ง ‘หัวโต๊ะ’ ศึกษาโครงการล้านล้านบาทอย่าง ‘แลนด์บริดจ์’

ดูบทบาททั้ง ‘เอกนิติ-ศุภจี’ แล้วอดนึกไปถึง ‘ธารินทร์-ศุภชัย’สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่มาพร้อมภาพมืออาชีพ และความหวัง แต่สุดท้ายถูก ‘การเมือง’ ทำลายซะ ‘แพแตก’

ดูการเมืองเวลานี้ก็น่าจะมี ‘สภาพ’ ที่ไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่ จะผิดกันก็ตรงที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ยังไม่เข้มแข็งเท่านั้น

รัฐบาลมีอำนาจเต็ม เพิ่งผ่านมามาแค่ 1 เดือนเท่านั้น ‘ศุภจี’  เจอ ‘หนามทุเรียน’  ขณะที่เอกนิติ กำลังเจอ ‘พิษเศรษฐกิจ’ จากวิกฤตพลังงานเข้าอย่างจัง งานนี้เลยต้องดู ‘คนคัดท้ายเรือ’ อย่างนายกฯ อนุทิน จะพารัฐนาวา ‘ฝ่ามรสุม’ ไปได้หรือไม่ 

‘หนู เหนื่อยแน่’  และ  ‘เน เหนื่อยหนัก’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์