เรื่องมันมีอยู่ว่า เป็นรัฐบาลที่มีแต่วลีเด็ดอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด ‘มึงรู้จักกูน้อยไป’ จากรัฐมนตรี สุชาติ ชมกลิ่น กับผู้สื่อข่าว เริ่มและจบแบบงุนงง แบบปรับตัว เตรียมใจไม่ทัน <>อดีตรัฐมนตรีบุญทรง เตริยาภิรมย์ ยังต้องรับเวรกรรมจากนโยบายจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กำลังตามทวงคืนอยู่เวลานี้ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
การเมืองเรื่อง‘มึงรู้จักกูน้อยไป’
เมื่อรมต.‘พ่นน้ำลาย’ให้ได้ยิน
ถือว่า ‘ตัดไฟไปก่อนจะลุกลาม’ ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด กับ ‘วลีเด็ด’ สำหรับการเมืองยุคนี้ที่ว่า‘ยู โน มี ลิตเติล โก’ หรือที่แปลแบบไทยๆว่า ‘มึงรู้จักกูน้อยไป’ ที่ ‘เดอะ เฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่งเปล่งวาจาใส่นักข่าว แต่คราวนี้มาพร้อม ‘ลีลา’ เดินชนไหล่ด้วยอีกต่างหาก
แต่หลังประชุมครม.ซึ่งเหตุการณ์นี้ปรากฏเป็น ‘ข่าวออกไป’ ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่า ‘เดอะ เฮ้ง’ ไป ‘รู้จัก’กับผู้สื่อข่าวที่ชื่อ ‘วิษณุ นุ่นทอง’ ที่เดินชนไหล่เอาตอนไหน หรือมีใครในครม.กระซิบให้ฟังถึง ที่มาที่ไป เผลอๆคนนั่งหัวโต๊ะในครม.นั่นแหละเป็นคนบอก จู่ๆ ‘เดอะ เฮ้ง’ก็ลงมาขอโทษขอโพย ปรับความเข้าใจด้วยตัวเองแบบ ‘หนังคนละม้วน’

วิษณุ นุ่นทอง หรือที่น้อง ๆ ภาคสนามแถวทำเนียบรัฐบาลเรียกว่า ‘พี่นอบ’ เป็นผู้สื่อข่าวสายการเมืองมานากว่า 30 ปี ‘เข้านอกออกใน’ ที่ทำเนียบรัฐบาลมาตั้งแต่ยุคพรรคพลังธรรม‘ครองเมือง’ ปัจจุบันก็ยังเป็นผู้สื่อข่าว และยังทำหน้าที่ในสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยอีกด้วย
ว่ากันว่าอาการ ‘สลิงค์แตก’ นั้นเกิดจากผลสำรวจของกกร.ที่ระบุว่ามี ‘หน่วยงานราชการ’ เรียกรับหรือต้องจ่ายสินบน ซึ่งในจำนวนนี้ ‘3 หน่วยงาน’ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ ‘เดอะ เฮ้ง’กำกับดูแล
ก็น่าจะถูกต้องแล้วหล่ะที่สื่อเขาจะถามว่า‘ใจคอ’ท่านเจ้ากระทรวงไม่คิดที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพื่อสร้างความสบายใจให้สังคมบ้างเลยเหรอ
พูดถึงกระทรวงทรัพย์ฯนั้น ‘เสียงลือเสียงเล่าอ้าง’ นั้น ‘ดัง’ ซะเหลือเกิน ถ้ายังจำกันได้ กรณี ‘จับซองขาว’ คาห้องทำงานอธิบดีกรมหนึ่งจนเป็น ‘ข่าวหน้าหนึ่ง’ นั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ข่าวการทุจริตในหน่วยงานด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบกทางทะเลมีออกมาเป็น‘ระลอก’ ยิ่งข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายยิ่งแล้วใหญ่ เพราะ ‘ลือกันหนัก’ ว่า เก้าอี้เล็ก เก้าอี้น้อยก็ไม่เว้น นี่ก็เหลืออีกไม่กี่เดือนจะถึง ‘ฤดูโยกย้าย’
แม้ที่ผ่านมาจะไม่มีเสียงเอะอะโวยวาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่าง ‘ปกติ’ หรอกนะ เพียงแต่มันเกิดการ ‘สมประโยชน์’ กันขึ้นก็เท่านั้นเอง
สมัยนั่งกระทรวงแรงงานก็มี ‘สารพัดข้อกล่าวหา’ซึ่งเมื่อถึงตอนนี้ ‘หลายเรื่องเงียบฉี่’ จะจริงจะเท็จกันอย่างไรสังคมยังไม่มีโอกาสได้รับรู้
ถ้าปล่อยปละไม่สะสาง เหลือเชื่อเกินว่าอีกไม่นานจะได้ยินเสียงตะโกนว่า ‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’ออกมา
<<<<<>>>>>
เวรกรรม-จำนำข้าว-บุญทรง
ยึด107ล้านกับวลี‘กูพูดไม่ได้’
ไม่รู้จะใช่ ‘เวรกรรม’ อย่างที่ ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความเห็นไว้หลังไม่มีท่าที ‘ตอบสนอง’ เท่าที่ควรกับผลสำรวจ ‘สินบน’ ของกกร.และเพื่อไม่ทน แต่จู่ๆ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า ป.ป.ช. มีมติ‘ชี้มูลความผิด’นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.พาณิชย์ ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 107,020,830 บาท
ข้อมูลที่แถลงระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในระหว่างวันที่ 18 มกราคม 2555 ถึง 30 มิถุนายน 2556 ขณะที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ดำรงตำแหน่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว มีรายการธุรกรรมเงินฝาก‘จำนวนมาก’ เข้าบัญชีธนาคารของนายบุญทรง,คู่สมรส, บุตร และบริษัทจำกัด 2 แห่งที่นายบุญทรงก่อตั้ง และมารดาของคู่สมรสเป็นผู้มีอำนาจเบิกถอนเงิน โดย‘ปราศจากแหล่งที่มา’ของรายได้
ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯว่าได้ทำการ‘ทุจริต’โครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐและการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อเงินงบประมาณแผ่นดินที่‘รั่วไหล’ เป็นจำนวนมาก
ทรัพย์สินของนายบุญทรง รวมทั้งทรัพย์สินที่อยู่ในการถือครองของบุคคลและนิติบุคคลที่ใกล้ชิดในระหว่างตำแหน่งจำนวนทั้งสิ้น 107,020,830 บาท ซึ่ง‘ไม่สามารถพิสูจน์’หรือแสดงแหล่งที่มาของทรัพย์สินได้ จึงเป็นทรัพย์สินที่เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติ ทั้งนี้ให้ส่งรายงานไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สิน ที่ร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดิน
นายบุญทรง ถูกศาลสั่งจำคุก 42 ปี แต่ติดจริง 10 ปี และได้รับการ ‘พักโทษ’ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม2567 แต่จะ ‘พ้นโทษ’ ในวันที่ 21 เมษายน 2571
นายบุญทรง หรือ ‘ฮุก’ ถือเป็น ‘ตัวละคร’ สำคัญในโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายต่อเงินงบประมาณ ‘มหาศาล’ ถึงวันนี้การ ‘ฟ้องร้อง’ กับเครือข่ายที่ร่วมทุจริตก็ยังไม่จบ ช่วงหนึ่ง ‘เดอะปุ้ม’ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ คนการเมืองรุ่นเดียวกับบุญทรงเคยออกมาบอกหลังพบกับบุญทรงเพราะอยากรู้เรื่องทั้งหมดจากปาก แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า ‘กูพูดไม่ได้’
ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯซึ่งหนีคดีอาญาหลังถูกพิพากษา ‘จำคุก’ ขณะที่ ‘คดีแพ่ง’ ก็ถูกศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ ‘ชดใช้’ กับความเสียหายที่เกิดขึ้นร่วมๆ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจนป่านนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า กระบวนการ ‘ตามทรัพย์’ ทำกันไปถึงไหน
เรื่องราวอย่างนี้จะเรียกว่า เป็นประสิทธิภาพของการปราบปรามการ ‘คอร์รัปชัน’ได้หรือไม่ เพราะ ‘สุดท้าย’ ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว
แต่ก็ถือว่า ‘โชคดี’ ที่มีการแก้ไขให้คดีทุจริต ‘ไม่ขาดอายุความ’ แต่ยังไงเสียก็ยังถือว่าไม่เต็มประสิทธิภาพหากเทียบกับเกาหลีใต้ ยิ่งไปเทียบกับ ‘จีน’ ที่ปราบการทุจริตแบบ ‘เด็ดขาด’โทษถึงขั้น ‘ประหารชีวิต’
การที่องค์กรต่อต้าน 3 องค์กรออกมาประกาศว่า ‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย’ นั้นถือเป็นสัญญาณ ‘กระตุ้น’สังคมให้ออกมาต่อต้าน และมีส่วนร่วมในการปราบปรามให้จงได้ จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘เฉยไม่ไหวแล้วโว้ย’เกิดขึ้น




