เรื่องมันมีอยู่ว่า ปลุกผี"แลนด์บริดจ์"ที่ลุกลี้ลุกลน ข้ออ้างดันกม. SEC ให้กลุ่มทุน‘ยึดที่ดิน’ภาคใต้ ที่ผ่านมา‘จะทำให้หลานมันดู’ ณ ปัจจุบัน‘นั่งดูหลานมันทำ’

30 เม.ย. 2569 - 06:46

  • ทันทีที่ประกาศเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เสียงค้านก็ตามมาทันที

  • จับตา พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ที่เปิดทางให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน

  • กระทรวงเกษตรฯหลังเปลี่ยนรัฐมนตรีก็ลุกเป็นไฟ ระวังลามคุมไฟไม่อยู่

เรื่องมันมีอยู่ว่า ปลุกผี"แลนด์บริดจ์"ที่ลุกลี้ลุกลน ข้ออ้างดันกม. SEC  ให้กลุ่มทุน‘ยึดที่ดิน’ภาคใต้ ที่ผ่านมา‘จะทำให้หลานมันดู’ ณ ปัจจุบัน‘นั่งดูหลานมันทำ’

เรื่องมันมีอยู่ว่า   โครงการเรือธงแลนด์บริดจ์ที่พรรคภูมิใจไทยเปิดออกมา  ก็มีเสียงค้านตามมาทันที และจับตาพ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ที่เปิดทางให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายจังหวัด  <>กระทรวงเกษตรฯหลังเปลี่ยนมาอยู่ในมือพรรคเพื่อไทย ก็ลุกเป็นไฟทันที จากการโยกย้ายข้าราชการ ที่ถึงขั้นลาออก ระวังลามคุมไฟไม่อยู่ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ปลุกผี"แลนด์บริดจ์"ที่ลุกลี้ลุกลน

ข้ออ้างดันกม. SEC ให้กลุ่มทุน‘ยึดที่ดิน’ภาคใต้

ต้องยอมรับว่าถึงเวลานาทีนี้ ‘อภิมหาโปรเจกต์’ ที่ชื่อ ‘แลนด์บริดจ์’ ที่ ‘โกเกี๊ยะ’ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ประกาศเป็นนโยบาย ‘เรือธง’ ของพรรคภูมิใจไทย นั้นมี ‘เสียงค้าน’ ดังกว่า ‘เสียงหนุน’ 

ล่าสุด กรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติด่วนต่อสภาให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ  วิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์

ทั้งนี้กรณ์ ระบุว่า เป็นเรื่องแปลกที่ในนโยบายของพรรคภูมิใจที่เสนอต่อ กกต.ช่วงหาเสียง ไม่ปรากฏว่ามีโครงการนี้ และในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็ไม่ปรากฏว่าโครงการที่มีความสำคัญมากขนาดนี้ มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศไปอีกหลาย 10 ปีถูกนำเสนอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นโครงการที่รัฐบาลบอกว่าให้ความสำคัญ เป็นโครงการระดับประเทศที่รัฐบาลพร้อมผลักดันทันที

‘สส.ภาคใต้หลายจังหวัดได้ร่วมกันลงนามในญัตติฉบับนี้ เพื่อสะท้อนความกังวลในเขตพื้นที่ที่มีต่อความความคุ้มค่าของโครงการ’  กรณ์ กล่าว

กรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาค้านโครงการแลนด์บริดจ์ทันที  เพราะไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายที่แถลงต่อสภา อยู่ดี ๆ ก็งอกขึ้นมา
กรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาค้านโครงการแลนด์บริดจ์ทันที เพราะไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายที่แถลงต่อสภา อยู่ดี ๆ ก็งอกขึ้นมา

ขณะที่ ‘เดอะหนู’  อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุว่า ได้ให้พิพัฒน์ ไปศึกษาความเป็นไปได้โครงการซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ว่า ‘แลนด์บริดจ์’ คืออะไร ก่อนนำกลับมาเสนอครม.

ว่ากันว่า ‘หัวใจ’ สำคัญของโครงการ ‘แลนด์บริดจ์’ คือการที่จะต้อง ร่างพ.ร.บ.SEC หรือพ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่ให้ ‘สิทธิพิเศษ’ แก่กลุ่มทุน ลดขั้นตอน และลบล้างกฎหมายอื่น รวบอำนาจการตัดสินใจให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจพิเศษเท่านั้น

ถึงขั้น‘มีอำนาจ’ ในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.จำนวน 3 ฉบับเข้าสภา ขณะที่ครม.มอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นยกร่างกฎหมายฉบับนี้

จริงอยู่ พ.ร.บ.ฉบับนี้มุ่งเน้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, ระนอง,สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช แต่ก็สามารถขยายพื้นที่ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ไม่ต่างอะไรกับพ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือEEC ที่มี ‘อำนาจพิเศษ’ในการจัดการที่ดิน ‘ทุกประเภท’

EEC  ที่เปิดทางให้กลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีนเข้ามา‘ซื้อที่ดิน’ ทำเป็นนิคมอุตสาหกรรม ‘ศูนย์เหรียญ’  ให้นักลงทุนจากจีนเข้ามาเช่าทำโรงงาน โดยได้สิทธิประโยชน์สารพัด เช่น การได้รับบีโอไอ  การทำสัญญาเช่านานถึง 99   การนำแรงงานเข้ามาจากประเทศของตัวเอง  และข้อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายมากมายหลายฉบับ ราวกับเป็น ‘รัฐอิสระ’

สิ่งที่กำลังเดินอยู่ตอนนี้คือเอา‘แลนด์บริดจ์’ มาออกหน้าเพื่อ ‘ผลัก’ ให้พ.ร.บ.SEC สามารถผ่านสภา ซึ่งนั่นจะหมายถึงการมี ‘อำนาจพิเศษ’ ในการจัดการที่ดินทั้งภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่า ‘มหาศาล’

แปลก ๆ แบบ ‘บอกไม่ถูก’ สำหรับความพยายามของ ‘ขุนพลภาคใต้’ ที่ชื่อ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งด้วยประสบการณ์ ในการทำธุรกิจพลังงานจนร่ำรวยเป็นพันล้าน หมื่นล้าน  มีหรือจะมองไม่ออกว่าโครงการแลนด์บริดจ์นั้น ‘เป็นไปไม่ได้เลย’   การโรดโชว์หลาย ๆ ครั้งในรัฐบาลเศรษฐา ก็ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเลย 

<<<<<>>>>>> 

ที่ผ่านมา‘จะทำให้หลานมันดู’

ณ ปัจจุบัน‘นั่งดูหลานมันทำ’

‘หมูไม่กลัวน้ำร้อน’ อีกแล้วครับท่าน คราวนี้เกิดขึ้นที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีรัฐมนตรีว่าการชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 

ตามท้องเรื่องก็สืบเนื่องมาจาก วันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านที่ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรฯเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 2 รายโดยให้‘วิทยา แก้วมี’ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และให้‘ราเชน ศิลปะรายะ’  อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปนั่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หลังคำสั่งออกมา ปรากฏว่า  ‘อธิบดีราเชน’ ประกาศ ‘ยื่นใบลาออก’ พร้อมสาวไส้ที่ไปที่มา ของการ ‘ย้ายฟ้าผ่า’ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ถึงสาเหตุที่ ‘โดนเด้ง’

‘มีโทรศัพท์จากซีอีโอ สายการบิน ชื่อเป็นสัตว์แต่อยู่บนอากาศ นามสกุล จ. มาขอพบ พอถึงวันมีคน 3 คนมาพบบอกว่า จะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า ไม่รู้เป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ต่อมามีการมาขอพบใหม่ อ้างว่าเป็นเครือญาติผู้ใหญ่ ก็ยังไม่ได้ให้พบ เพราะติดไปทำเรื่องฝุ่นที่เชียงใหม่ จากนั้นมีการนัดหมายมาใหม่ คราวนี้บอกเป็นหลานผู้ใหญ่เลย แต่อธิบดีก็ติดภารกิจ’

‘ผมเป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ไม่ได้ก็ลาออก’

‘ช่วงต้นเมษายน มีสายลึกลับ (ผู้ใหญ่) ให้เอาคำขอตั้งงบประมาณปี 70 ไปพบผู้ใหญ่ของพรรคแถวชั้น 4 ที่รัชดา โดนเรียกไปทุกกรม’  อธิบดีราเชน ว่าไว้

งานนี้ ‘ร้อนฉ่า’กันไปทั้งกระทรวงพญานาค จน ‘เดอะซัน’ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯต้องออกโรงชี้แจงว่า 

‘อยากให้วิญญูชนลองคิดดู เรื่องแค่นัดพบแล้วนัดไม่ได้ วันหลังก็นัดได้อีก จะเป็นเหตุให้ย้ายได้อย่างไร’

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจนั่งเก้าอีั้รัฐมนตรีว่าการเกษตรฯได้ไม่นาน ก็มีเรื่องโยกย้ายข้าราชการ จนคนที่ถูกย้ายขอลาออก พร้อมกับเปิดโปงสาเหตุการย้าย ทำเอาร้อนไปทั้งกระทรวง
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจนั่งเก้าอีั้รัฐมนตรีว่าการเกษตรฯได้ไม่นาน ก็มีเรื่องโยกย้ายข้าราชการ จนคนที่ถูกย้ายขอลาออก พร้อมกับเปิดโปงสาเหตุการย้าย ทำเอาร้อนไปทั้งกระทรวง

เป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2545 ผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปัจจุบัน ไม่เคยใช้อำนาจย้ายข้าราชการจนสร้างความไม่พอใจ ท้าให้สื่อมวลชนสอบถามข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ ที่เคยดูแลได้

ส่วนเรื่อง ‘หลาน’ นั้น  สุริยะยอมรับว่าหลาน มีการพูดคุยขอนัดพบจริง แต่เป็นเพียงการขอนัดเท่านั้น ส่วนกรณีการนำเอกสารงบประมาณไปให้ดูที่อาคารย่านรัชดาภิเษก นั้นเป็น

กระบวนการปกติในช่วงเปลี่ยนรัฐบาล เนื่องจากงบประมาณของแต่ละกรมที่จะเสนอสำนักงบประมาณจำเป็นต้อง ‘ตรวจสอบ’ ว่าสอดคล้องกับบริบทเดิมหรือไม่

 ‘ห้องผมเปิดตลอดเวลา ยินดีรับฟัง’   เจ้าของรหัส ‘พญานาค 1’ระบุ

ถ้าจำได้ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ‘สุริยะ’ ประกาศที่ ‘เสาชิงช้า’ ไว้ว่า ‘เดี๋ยวจะทำให้หลานมันดู’ แต่จู่ๆพอเข้าร่วมรัฐบาลสีน้ำเงิน ท่ามกลางการ ‘ชักเย่อ’ เก้าอี้กันหนักหน่วงในพรรคเพื่อไทย และสุดท้ายเก้าอี้ตกอยู่ที่สุริยะ ท่ามกลางข่าว  ‘หมดไปเยอะ’

เจอข่าวอย่างนี้ มีหวังอยู่ไม่ยาว เพราทั้งในพรรคที่รอ ‘ขย้ำ’  ที่สำคัญ ‘นอกพรรค’ อย่าง ‘ผู้กองยอดรัก’ที่วันนี้ ประกาศแล้วว่าเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ เต็มตัว ไม่ใช่ ‘ฝ่ายคอย’ อย่างที่ครหากัน มีหวังได้ ‘นอนยิ้มทั้งคืน’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์