เรื่องมันมีอยู่ว่า ลงถนน-สนธิ-สีเทา-ไล่รัฐบาล ‘ตู่’ชี้การข่าวฟัน100สว.คดีฮั้ว ‘นครินทร์’เผย‘มีชัย’เสียใจมาก ‘ผิดพลาด’เขียนที่มา‘วุฒิสภา’

8 ก.ย. 2569 - 08:13

  • ยิ่งใกล้วันตัดสินฮั้ว สว.แรงกดดันหลายด้านเขย่าภูมิใจไทย

  • นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคาดคำตอบส่งฟ้อง 100 สว.

  • จะรื้อหรือไปต่อกับการได้มาของ สว. จบที่การแก้รัฐธรรมนูญ

เรื่องมันมีอยู่ว่า ลงถนน-สนธิ-สีเทา-ไล่รัฐบาล ‘ตู่’ชี้การข่าวฟัน100สว.คดีฮั้ว ‘นครินทร์’เผย‘มีชัย’เสียใจมาก ‘ผิดพลาด’เขียนที่มา‘วุฒิสภา’

เรื่องมันมีอยู่ว่า    ถนนสายการเมืองพุ่งเป้าไปที่การตัดสินคดีฮั้ว สว.  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จตุพร พรหมพันธุ์ แว่วคำตอบสุดท้ายของ กกต. ส่งฟ้องแน่ 100 สว. <> คดีฮั้ว สว.จึงมีคำถามว่า สว.ยังจำเป็นหรือไม่  ถ้าจำเป็นควรเป็นอย่างไร <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ลงถนน-สนธิ-สีเทา-ไล่รัฐบาล

‘ตู่’ชี้การข่าวฟัน100สว.คดีฮั้ว

น่าจะจัดอยู่ในประเภท ‘คนชอบลงถนน’ กับเขาเหมือนกัน สำหรับ ‘เดอะตู่’ จตุพร  พรหมพันธุ์ ที่บัดนี้ผันตัวเองมาเป็นนัก ‘วิเคราะห์’ ทางการเมืองบนหน้าสื่อมวลชน

จตุพร  พรหมพันธุ์  คาดคำตอบสุดท้ายของ กกต.วันที่ 14 กันยายน จะส่งฟ้อง 100 สว.ในคดีฮั้ว
จตุพร  พรหมพันธุ์ คาดคำตอบสุดท้ายของ กกต.วันที่ 14 กันยายน จะส่งฟ้อง 100 สว.ในคดีฮั้ว

เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา‘เดอะตู่’ ที่บัดนี้ ‘สวมหมวก’ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้ มุมมองผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand บางช่วง ระบุว่า การ‘ลงถนน’ในสถานการณ์ขณะนี้ของ ประมุขบ้านพระอาทิตย์"สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเพียง ‘จุดเริ่มต้น’ ในลักษณะคล้ายๆ ‘เมืองไทยรายสัปดาห์’ สมัย ทักษิณ ชินวัตร ที่ ไม่ได้มาไล่หรือเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก แต่มาจัดการเรื่อง ‘สีเทา’

‘ปรากฏการณ์ที่รวมคนได้ครั้งสุดท้ายคือช่วงคลิปหลุด(นายกฯแพทองธาร) กระแสแรงจริงๆ ต้องยอมรับสถานการณ์ยุคโซเชียลมีเดีย ถ้าไม่สุดจริง คนจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นหลักในการระบาย เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีจุดสูงสุด การระดมคนโดยไม่ใช้วิธีการจัดการเป็นเรื่องที่ยากมากที่สุด’

‘สิ่งที่ผมจับตาดูคือ วันที่ 28 กันยายนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องบัตรเลือกตั้ง ‘บาร์โค้ด- คิวอาร์โค้ด’ ผมมองว่ายัง 50-50 ส่วนคดีฮั้ว สว. การข่าวของผมเขาน่าจะสั่งฟ้องเกิน 100 คน’ จตุพร ระบุ

หากดูตาม ‘ข้อมูล’ในจำนวนผู้ถูกล่าวหาทั้ง 229 คนนั้น เป็นสว.ปัจจุบัน 138 คน อีก 50 คน เป็นสว.สำรอง และผู้สมัครสว.ส่วนที่เหลือจะเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย

สังเกตว่า‘โค้งสุดท้าย’ จะพุ่งเป้าไปที่ คณะอนุฯชุดที่ 36 ที่กกต.ตั้งขึ้น ตามรายงานข่าวระบุว่า ชุดนี้มีมติ 5:2 ให้ ‘ยกคำร้อง’ ทั้งหมด

หากย้อนกลับจะพบว่า มติ 5:2 ของ อนุชุดที่ 36 นี้ มีออกมาในลักษณะเป็น ‘รายงานข่าว’ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ในลักษณะเหมือนกัน ‘ทุกฉบับ’

รายงานข่าวในวันนั้นระบุว่า  5 เสียงข้างมาก เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด ขณะที่ 2 เสียงข้างน้อยเห็น ‘ควรชี้มูลบุคคล’ รวม 134 คน โดยอยู่ในกลุ่ม 138 ส.ว.

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ‘ทั้งหมด’ ก็อยู่ในกระบวนการพิจารณาของ ‘7 กกต.’

คดีฮั้วสว.มาถึงจุดนี้ เรื่อง‘ฟ้อง’ นั้น  มีการ‘ฟ้องแน่’ แต่จะฟ้อง ‘ส่วนไหน’  และจำนวนเท่าไหร่ นั่นแหละที่ยัง ‘คิดไม่ตก’

<<<<>>>>> 

‘นครินทร์’เผย‘มีชัย’เสียใจมาก

‘ผิดพลาด’เขียนที่มา‘วุฒิสภา’

‘ผมเผอิญรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ท่านบอกกับผมว่า สิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุด ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่างก็คือการร่างระบบ สว.  เมื่อเราทำกันแบบนี้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมแบบนี้ แต่ปัญหาคือเราจะยอมรับกันต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข’

เป็นช่วงหนึ่งที่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษหัวข้อ ‘การเมืองและสังคมไทยสำหรับอนาคต’ ให้กับนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569ที่ผ่านมา

‘ประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ’ หรือประธานฯกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุถึงนั้นน่าจะหมายถึง ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’ อดีตประธานวุฒิสภา นักกฎหมายระดับ ‘ซือแป๋’ ที่ผู้คนในวงการกฎหมายยกย่องนับถือ

ไม่ว่ามติของ 7กกต. ในคดีฮั้วสว.ในวันที่ 14  กันยายนที่จะถึงนี้จะออก ‘ประตู’ ไหน แต่ ‘คำถาม’ ที่ดังขึ้นคือ คำถามที่ว่า สว.หรือ สมาชิกวุฒิสภา ยังจำเป็น‘ต้องมี’ อยู่มั้ย และหากยัง‘จำเป็น’ ต้องมีอยู่ กระบวนการได้มาซึ่ง สว.จะเป็นอย่างไร จะมาแบบที่รธน.ปี 2540 กำหนดไว้ จะมาแบบ รธน.ปี 2550 แต่ที่แน่ๆ ไม่มีทางมาแบบรธน.ปี 2560 ที่เป็น ‘ปัญหา’ อยู่ในทุกวันนี้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามผลการทำประชามติ จะมีขึ้นในสมัยประชุมนี้ที่จะปิดเทอมในวันที่ 22ธันวาคม 2569 รายละเอียดว่าจะแก้ไขอะไรอย่างไรนั้น ‘ยังไกล’ ที่จะพูดถึง เพราะประตูบานใหญ่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 นี้อยู่ที่การมีและได้มาซึ่ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสสร.ซึ่งในปลายสมัยรัฐบาล อนุทิน1 ก็ยังไม่ ‘ตกผลึก’ และที่สำคัญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นกำหนดว่า ในขั้นรับหลักการหรือขั้นวาระที่ 1 ต้องมีเสียง ส ว. รับรอง1ใน 3

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุในเวทีเดียวกันนี้ด้วยว่า

‘รัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นสีใดสีหนึ่ง แต่ปัญหาของเราก็คือยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะทำกันจริงๆหรือเปล่า ทั้งๆที่ความจริงมีประชามติมาแล้ว แล้วที่ยุ่งยากมากกว่านั้นก็คือ แล้วจะทำโดยใคร ผมว่าเรื่องนี้ทำให้พวกเราคาดการณ์กันว่า รัฐธรรมนูญจะเป็นของสีนั้นสีโน้น แต่เราคงน่าจะเข็ดแล้วนะครับ มอบให้ผู้เชี่ยวชาญมาเขียน เพราะบางครั้งผู้เชี่ยวชาญก็พารัฐธรรมนูญลงเหวได้เหมือนกัน’

ถ้าเป็น ‘สงคราม’   คดีฮั้วสว.คือฉากแรกของการปะทะ ขณะที่ฉากต่อมา ซึ่งใหญ่กว่าคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มี สสร.

ถึงเวลานั้น รับรอง ‘ยุ่งตายห่า’ อย่างที่ ‘โค้ว ตง หมง’ ว่าไว้นั่นแหละ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์