เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘คลัง’เข้าตำรา‘แข็งนอก-อ่อนใน’ ได้เวลา‘แบทแมน’ต้องมี‘โรบิน’ , ต่ออายุ‘แสวง’กับ 7 เสียงกกต. หึ่ง‘ซาวด์เช็ค’ก่อนคดี‘ฮั้วสว.’

20 ก.ค. 2569 - 06:46

  • หลาย ๆ นโยบายของกระทรวงการคลังช่วงหลัง ทำให้รัฐบาลเสียทรง

  • กระทรวงการคลังเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วย

  • เสียงลือหนาหู คดีฮั้ว สว.ตามมติ กกต. อาจจบแบบที่สาม ฟ้องบางส่วน

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ‘คลัง’เข้าตำรา‘แข็งนอก-อ่อนใน’ ได้เวลา‘แบทแมน’ต้องมี‘โรบิน’  ,  ต่ออายุ‘แสวง’กับ 7 เสียงกกต. หึ่ง‘ซาวด์เช็ค’ก่อนคดี‘ฮั้วสว.’

เรื่องมันมีอยู่ว่า กระทรวงการคลังช่วงหลังมีหลาย ๆ นโยบายที่กลายเป็นเป้าถูกตีรอบด้าน หลายฝ่ายมองว่าต้องมีคนมาช่วยเจ้ากระทรวงที่มาจากสายคลัง  ไม่ใช่สายการเมือง  จนมีคำเปรียบว่า กระทรวงการคลังมีปลัดกระทรวง 2 คน <> ระหว่างรอมติ กกต.เรื่องฮั้วสว. ก็เริ่มมีเสียงลือหนาหูว่างานนี้จบแบบที่สามคือฟ้องบางส่วน ที่เหลือรอด<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘คลัง’เข้าตำรา‘แข็งนอก-อ่อนใน’

ได้เวลา‘แบทแมน’ต้องมี‘โรบิน’

‘จนไม่เหลือแล้วโว้ย’ ระงมกันไปทั้งเมือง หลังกระทรวงการคลังประกาศ ‘ตัวเลขใหม่’ ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือ ‘บัตรคนจน’ ที่นายกฯหนู อนุทิน ชาญวีรกูล บอกกับสื่อว่า ‘ไม่ให้เรียก’ เพราะ ‘หมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’

เหตุของการ ‘ทบทวนสิทธิ์’ รอบนี้นั้นมาจากความที่รัฐบาลต้องการแยก ‘คนยากจน’ ออกจาก ‘คนอยากจน’ และเพิ่ม ‘คนเปราะบาง’ ไปจนถึง ‘คนที่เข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ’ แต่ไปๆมาๆ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังดันไปเอา ‘คนยากจน’ จริงๆ ออกซะงั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ไม่สอดคล้องกับสภาพความยากจนจริงๆ

เห็น‘ประธานแชมป์’หรือ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์FB วันก่อนว่า

‘หลายคนถามว่า ทำไมเคยได้รับบัตรสวัสดิการมาตลอด วันนี้กลับไม่ได้รับ บางคนถามว่า ทำไมคนจนจริงถึงถูกคัดออก ผมคิดว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยควรมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือคนยากจน คนเปราะบาง ให้ยังพอมีกำลังประคับประคองชีวิตต่อไปได้ แต่ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็คงเห็นตรงกันว่า สวัสดิการนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน แต่มีไว้สำหรับ คนที่จำเป็น คนที่จนจริง เมื่อหลักการเป็นเช่นนี้ การคัดกรองจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ต้องยอมรับความจริงว่า หลายปีที่ผ่านมา มีทั้งคน ‘จนไม่จริง’ แต่ได้รับสิทธิ์ และมีคนที่ ‘จนจริง’ กลับหลุดจากระบบ’

‘หลักการนี้ผมเห็นด้วย และคิดว่าคงไม่มีใครเห็นต่างแต่หลักเกณฑ์บางข้อ ยังแข็งเกินไป และควรได้รับการทบทวนแก้ไขเช่น คนที่มีรถอายุหลายสิบปี วันนี้เหลือเพียงซาก ไม่ควรถูกมองว่ามีฐานะ คนที่เรียน กศน. คือคนที่กำลังต่อสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ชีวิต ไม่ใช่เหตุผลที่จะตัดสิทธิ์ หากเขายังเป็นคนยากจนจริง ผมจึงอยากเสนอว่า หลักเกณฑ์บางอย่างทบทวนเถิดครับ อย่าให้ข้อมูลในระบบ มีน้ำหนักมากกว่าความจริงของชีวิตและอย่าให้คนจนจริง ต้องแพ้หลักเกณฑ์ที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง’

‘ความเห็น’ของ ปธ.แชมป์น่าจะสะท้อน‘ความเห็น’ ของผู้แทนฯที่บางพื้นที่ได้อีกหลายสิบคน ที่น่าคิดคือ ‘อย่าเอาข้อมูล’ ในระบบมา‘มีน้ำหนัก’กว่า ‘ความจริง’ของชีวิต

แม้การทบทวนสิทธิ์จะยัง ‘มีอยู่’ แต่สิ่งที่ ปธ.แชมป์หมายถึงคือการทบทวน ‘เกณฑ์’

ในแง่ ‘ข้อมูล’หาคนเถียงกระทรวงการคลัง ‘ยาก’ แต่ในแง่ ‘ชีวิต’ ผู้แทนราษฎรน่าจะ ‘สะท้อน’ได้ดีกว่า

คราวที่แล้วปม ‘ลูกกตัญญู’ ก็ทำวุ่นกันไปทีหนึ่งแล้ว มาคราวนี้ ‘ยุ่งยิ่งกว่า’ ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะกระทรวงการคลังขาดเข้าไปดูแล ซึ่งก่อนหน้านี้ ‘หลายคน’ ก็แปลกใจว่า กระทรวงการคลัง ‘ปลายคาง’ รัฐบาลแท้ๆแต่ให้ ‘รองเอก’ หรือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลังดูแล ‘ลำพัง’

‘รองเอก’ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ดูแลเศรษฐกิจประเทศคนเดียว มีหลายฝ่ายเริ่มมองว่าน่าจะมีรัฐมนตรีช่วยจากสายการเมืองมาแบ่งเบาบ้าง
‘รองเอก’ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ดูแลเศรษฐกิจประเทศคนเดียว มีหลายฝ่ายเริ่มมองว่าน่าจะมีรัฐมนตรีช่วยจากสายการเมืองมาแบ่งเบาบ้าง

‘เอกนิติ’ พื้นเพคือ ‘ลูกหม้อคลัง’ แม้จะเป็นนักการเมือง แต่ภาพยังไงก็ยังไม่ใช่ นโยบายนี้แทนที่ ‘ได้แต้ม’ ก็กลับกลายเป็น ‘เสียรังวัด’ ทางการเมืองไปซะดื้อๆ เรื่องนี้ ไม่ใช่การ‘ทุจริต’ แต่เป็นความ ‘มือไม่ถึง’ ทางการเมืองซะมากกว่า

‘ขุนคลัง’ ในอดีตของทุกรัฐบาล ‘เก่งกาจ’ ขนาดไหนก็ยังต้องมี ‘ตัวช่วย’ ไม่ต่างอะไรกับ ‘แบทแมน’ ที่ต้องมี ‘โรบิน’

ในความ ‘มือสะอาด’ ของ ‘รองเอกนิติ’ ไม่มีใครกังขา แต่ในความลึกซึ้ง ‘ทุกมิติ’ การคลัง สังคมกำลังเริ่มสงสัย เพราะยิ่งนานวัน  ยิ่งดูกันจริงๆจังๆ จะพบว่าเหมือนกระทรวงการคลังจะมี ‘ปลัดกระทรวง 2 คน’ คนหนึ่งนั่งทำงานอยู่ที่ ‘กระทรวงการคลัง’  อีกคนนั่งทำงานอยู่ที่ ‘ทำเนียบรัฐบาล’

<<<<<>>>>> 

ต่ออายุ‘แสวง’กับ 7 เสียงกกต.

หึ่ง‘ซาวด์เช็ค’ก่อนคดี‘ฮั้วสว.’

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่ข่าวใหญ่ไปที่เกี่ยวกับ ‘กกต.’ หรือคณะกรรมการเลือกตั้งมักจะเป็นข่าวใน ‘วันศุกร์’ ซะบ่อยครั้ง

คราวนี้ก็เช่นกัน เพราะที่ประชุมกกต.ประชุมกันไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม แต่มาปรากฎข่าวเอาในวันที่ 17 กรกฏาคม แถมเป็น ‘รายงานข่าว’ ซะอีก หลัก ๆ ก็คือ ‘7 กกต.’  มีมติ 5 ต่อ 2 ยกเลิกมติการประเมิน‘ผลงาน’ ของ ‘เลขาแหวง’ หรือ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

ตามข่าวก่อนหน้านี้ กกต. ชุดที่ อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธานประเมินให้ ‘สอบตก’ ผลของการยกเลิกดังกล่าวก็คือ ‘เลขาแหวง’ จะยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ต่อไป

‘ความน่าสนใจ’ อยู่ตรงที่มีการรายงานว่า 1 ใน กกต. ที่ก่อนหน้านี้เคยคัดค้านว่า กกต. ชุดใหม่ทั้ง 4 คน ยังไม่มีสิทธิที่จะให้คะแนนเพราะเพิ่งทำงานร่วมไม่กี่เดือนดัน ‘กลับลำ’ ลงมติให้ยกเลิกผลการประเมินฯของ กกต. ชุดเก่าซะงั้น

มติดังกล่าวนี้ ‘ส่ง’ ให้ ‘เลขาแหวง’ ผู้ที่เคยทำหน้าที่ ‘หน้าห้อง’ ประธานชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาก่อน‘อยู่ยาว’ไปจนครบวาระ 5 ปี ในวันที่ 31 มีนาคม.2570 โน่นเลย

‘หมอดู’ ที่มาคู่กัน ‘หมอเดา’  บางคนทำนายว่าครบวาระเมื่อไหร่อาจจะมีจะโอกาสได้เห็น ‘เลขาแหวง’ เข้าชิงเป็น 1 ใน7 เลยเชียวนะจะบอกให้

‘จิ้งจก’ แถวกกต. กระซิบให้ฟังว่า 5 เสียงที่ให้ ‘ไปต่อ’ นั้น ประกอบด้วย นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ,นายธิติเชษฐ์ นุชนาฎ ,นายจิรุตม์ วิศาลจิตร,นายณรงค์ รักร้อย และนายณรงค์ กลั่นวาริน ประธาน กกต. ส่วนอีก 2 เสียงคือ นายชาย นครชัย และ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ

‘จิ้งจก’ ตัวเดิมบอกอีกว่า งานนี้ถือเป็น การ‘ซาวด์เช็ค’หรือ ‘ทดสอบเสียง’ ว่า ถ้าจะมีการลงมติ เรื่องใหญ่ระดับ ‘คอขาด บาดตาย’ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ในมุมนี้ก็ต้องบอกว่า ‘ฟังหู ไว้หู’แล้วกันนะ

คดีฮั้วสว.ที่สอบสวนกันมากว่า 2 ปี  สัปดาห์ที่แล้วได้ยิน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. บอกว่า สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ได้‘รู้กัน’ ว่า 3 ประตู ที่ ‘กูรู้ กูรู’ ทั้งหลายเกร็งคำตอบกันนั้น  มติจะออกที่ ประตูไหน

1.จะยกคำร้อง

2.จะฟ้องทั้งหมด 229 คน

3.ฟ้องบางส่วนเท่าที่พยานหลักฐานไปถึงเท่านั้น

‘หนาหู’ เหลือเกินว่า ว่างานนี้ ‘หวยจะออก’ ที่ฟ้องบางส่วน คือมีสว.ไม่เกิน10ราย

เดี๋ยวได้รู้กันว่างานนี้  ‘มนต์ดำ-มนต์เขมร’ มีจริงหรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์