เรื่องมันมีอยู่ว่า มาแน่ๆ‘ไทยช่วยไทยพลัส’รอบ2 เมื่อ‘การเมือง’นำ‘เศรษฐกิจ’ตาม , ได้เวลา‘แดง’สางแค้น‘เขียว’ เลือกซ่อมนายกอบจ.ขอนแก่น

7 ส.ค. 2569 - 06:46

  • รัฐบาลภูมิใจไทยก็เริ่มเสพติดนโยบายประชานิยม

  • ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสรอบสอง ดันไทยเที่ยวไทยอีกครั้ง

  • การเลือกตั้งนายกฯอบจ.ขอนแก่น อาจจะเป็นคำยืนยันของดีลลับโมนาโก

เรื่องมันมีอยู่ว่า มาแน่ๆ‘ไทยช่วยไทยพลัส’รอบ2 เมื่อ‘การเมือง’นำ‘เศรษฐกิจ’ตาม , ได้เวลา‘แดง’สางแค้น‘เขียว’ เลือกซ่อมนายกอบจ.ขอนแก่น

เรื่องมันมีอยู่ว่า รัฐบาลภูมิใจไทยก็เริ่มเสพติดนโยบายประชานิยม  ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสรอบสอง  เตรียมใช้กันต่อ ไม่เว้นวรรค  แต่อาจปรับมาเป็นคนละครึ่ง เพราะใช้ง่ายกว่า <>การเลือกตั้งนายกฯ อบจ.ขอนแก่นรอบนี้ มีสีแดงกับสีเขียวแข่งกัน  และจะเป็นหลักฐานยืนยันเรื่องดีลลับโมนาโกที่แดงกับเขียว จะร่วมกันเขี่ยน้ำเงิน <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

มาแน่ๆ‘ไทยช่วยไทยพลัส’รอบ2

เมื่อ‘การเมือง’นำ‘เศรษฐกิจ’ตาม

‘เกือบหลับแต่กลับมาได้’ หลังเกิดสภาพ ‘ลิงแก้แห’ อยู่พักใหญ่ งานนี้แม้ ‘รองเอก’ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง จะยก ‘เจตนา’ มาอ้างว่า ต้องการจะช่วยคนยากจนและแก้ปัญหา ‘คนอยากจน’ แต่กว่าจะสรุปยอดผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ก็คงต้นปีงบประมาณ 70 หรือราวๆ ตุลาคมโน่นแหละ งานนี้ต้องยอมรับว่า รัฐบาลรวยไม่ไว้แล้ว ‘เสียรังวัด’ไปจนหู ด้วยเพราะขาดการ ‘บูรณาการ’ ด้านข้อมูลให้ครบถ้วนรอบด้าน

แต่ยังมีอีกโครงการ ที่มีลักษณะ ‘รักยม’ กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นั่นก็คือโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ที่ต่อยอดมาจากโครงการ ‘คนละครึ่ง’ งานนี้ดูเหมือนรอบ 2 จะมีแน่ หลังสิ้นสุดโครงการ4 เดือน ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ยิ่งได้ฟัง‘รองเอก’ ออกตัวว่า‘จะทำต่อ’เพราะประการแรก มีงบประมาณเพียงพอสำหรับรองรับโครงการ ประการต่อมา มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้เปลี่ยนสูตรการสมทบเงินจาก 60:40 กลับไปเป็น 50:50 แบบโครงการ‘คนละครึ่ง’ เดิม

‘รองเอก’ระบุว่า ไทยช่วยไทยพลัสนั้น มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท แถมกระจายตัวออกไปสู่ต่างจังหวัดสูงถึง 84-85% ในขณะที่มีการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ เพียง15-16%

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส รอบสอง เตรียมใช้กันต่อ
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส รอบสอง เตรียมใช้กันต่อ

 ‘เราก็แปลกใจ มีคอมเมนต์นึงบอกว่า 60:40 คิดยาก ต้องบอกว่าจุดประสงค์ของเราออกมาเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ซึ่งประชาชนคำนวณยาก อยากขอกลับไปใช้คนละครึ่งแทน ซึ่งคอมเมนต์ที่เข้ามาเราก็พร้อมรับฟัง แต่ยืนยันว่า มีงบประมาณรองรับแน่นอน’

นอกจากนี้‘รองเอก’ยังจะเดินหน้า ‘ไทยเที่ยวไทย’ หรือชื่อใหม่ว่า ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ โดยมีเป้าหมายหลักคือช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และจะนำ‘เป๋าตัง’ กลับมาใช้ในรูปแบบที่คล้ายโครงการ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ เพื่อความสะดวกของประชาชนและผู้ประกอบการ

งานนี้ในทาง‘เศรษฐกิจ’จะอธิบายอย่างไรก็อธิบาย แต่ในทางการเมือง ‘มองเป็นอื่น’ไม่ได้นอกจาก รัฐบาลกำลัง‘หนี’สภาพความนิยมของรัฐบาลที่‘ถดถอย’เผชิญมรสุมเล็กใหญ่ ‘รอบด้าน’ ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ‘น้ำยา’ การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล

จริงอยู่ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ อาจจะไม่ช่วยอะไรในคะแนนนิยมทางการเมืองมากนัก เพราะ‘นิด้าโพล’ระบุว่า มีส่วนหนึ่งที่เข้าโครงการ แต่ยังลังเลที่จะเลือก ‘สีน้ำเงิน’ ซึ่งนั่นก็คือส่วนหนึ่ง แต่งานนี้ถ้า‘ขืน’ไม่ทำต่อ ดูสถานการณ์แล้วต่องบอกว่า ‘หนักกว่า’ ที่เป็นอยู่แน่นอน

ไม่แปลกที่ ‘การเมือง’จะนำ‘เศรษฐกิจ’เพราะ‘ประชานิยม’ มันก็เกิดมาเพื่อการนี้นี่แหละ

<<<<<>>>>>

ได้เวลา‘แดง’สางแค้น‘เขียว’

เลือกซ่อมนายกอบจ.ขอนแก่น

หลังจากนี้นับไปอีกไม่เกิน 60 วันจะต้องมีการ‘เลือกตั้งซ่อม’ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น หรือนายกฯอบจ.ขอนแก่น หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านคำพิพากษานานกว่า 1ชม. ก่อนมีคำสั่งให้ เลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่

ทั้งนี้ช่วงหนึ่งระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้จังหวัดขอนแก่น และคนขอนแก่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจึงมีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ทำให้ นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น ‘หลุดจากเก้าอี้’ ทั้งนี้ก่อนเรื่องจะถึงศาลนั้น กกต. ได้มีมติให้ ‘ใบเหลือง’ แก่นายวัฒนา ว่ากระทำการอันอาจฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

รู้กันทั้ง ‘ขอนแก่น’ว่านายวัฒนานั้นเป็น‘ลูกชาย’ของนายเอกราช ช่างเหลา อดีตสส.ขอนแก่นที่ปัจจุบัน ศาลฎีกาได้พิพากษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง สส. และเพิกถอนสิทธิทางการเมือง สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ในกรณียักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอมของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น

สำหรับ‘เอกราช’นั้นก็รับรู้กันถ้วนทั่วว่า‘สนิทสนม’กับ ‘ผู้กองยอดรัก’ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม

จ.ขอนแก่น ครั้งหนึ่งเคยถูกให้เป็น‘เมืองหลวงคนเสื้อแดง’ แต่ในการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์2569 ที่ผ่านมา 11เขต ถูกแบ่งออกเป็น 4 สี กล่าวคือ ส้ม 2 ที่นั่ง,แดง 3 ที่นั่ง ,น้ำเงิน 3 ที่นั่ง และ เขียว 3 ที่นั่ง

การเลือกตั้งนายกฯอบจ.ขอนแก่นที่ผ่านมา ว่ากัน‘ดุเดือด’กว่าการเลือกตั้งครั้งไหนๆเพราะนายวัฒนา สามารถล้มแชมป์เก่า 6 สมัยอย่าง นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ หรือ ‘เฮียกวง’ ที่มีสายสัมพันธ์ไปทาง‘พรรคสีแดง’ลงได้

ท่ามกลาง‘ข่าวลือ’ว่ากำลังมีการจับมือกันระหว่าง ‘แดงกับเขียว’ อย่างลับๆ เพื่อทำขั้วการเมืองสู้กับ ‘สีน้ำเงิน’ การเลือกตั้งซ่อม เมืองขอนแก่นรอบนี้ จึงน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทางการเมืองชั้นดีว่า ตกลงแล้ว ‘เขาคุยกัน’หรือมันเป็น ‘ข่าวลวง’ เพื่อสร้างความระส่ำระสายในรัฐบาลอนุทิน

นายวัฒนายังสามารถ‘ลงอีกได้’เพราะถูก‘ใบเหลือง’ ซึ่งดูแล้วน่าจะมี‘ผู้กอง’เป็นแม่ทัพใหญ่ช่วยหาเสียง ขณะที่‘เฮียกวง’คงลงเพื่อ ‘ล้างตา’ แน่ๆ และถ้าไม่มีอะไร ‘ผิดพลาด’ งานนี้น่าจะเป็น ‘คิว’ของ ‘รองเชน’หรือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา ได้โชว์ว่า ความนิยมนั้นมีเหมือนอย่างที่ ‘ใส่สี ตีไข่’กันอยู่หรือเปล่า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์