เรื่องมันมีอยู่ว่า ซื้อเวลา-ไปตายเอาดาบหน้า ‘อุ้ม’กกต.หลบมรสุมคดี‘ฮั้วสว.’ , ‘เพื่อไทย’กับบทที่ต้องเล่น ปฏิบัติการ‘บ่มแก๊ส’ยศชนัน

10 ก.ย. 2569 - 08:00

  • ปฎิบัติการลากยาวในสภา เพื่อซื้อเวลาให้ กกต.ในคดีฮั้ว สว.

  • ฝ่ายค้านตอกรัฐบาล อย่าหลอกตัวเอง ยอมรับความจริง

  • กระบวนการ ‘เติมเชน’ ของเพื่อไทยกำลังเร่งโตให้ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

เรื่องมันมีอยู่ว่า ซื้อเวลา-ไปตายเอาดาบหน้า ‘อุ้ม’กกต.หลบมรสุมคดี‘ฮั้วสว.’ , ‘เพื่อไทย’กับบทที่ต้องเล่น ปฏิบัติการ‘บ่มแก๊ส’ยศชนัน

เรื่องมันมีอยู่ว่า   เกมการลากยาวในสภาด้วยการอาศัยวาระอภิปรายงบประมาณ ทำให้ฝ่ายค้านต้องออกมาตอบโต้รัฐบาลเพราะมีเป้าหมายแอบแฝงต่อเวลาให้ กกต.ในคดีฮั้ว สว. และขอให้รัฐบาลหยุดหลอกตัวเอง <> กระบวนการบ่มเพาะผู้นำคนใหม่ในตระกูลชินวัตรด้วยการเร่งโต บ่มแก๊ส ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ซื้อเวลา-ไปตายเอาดาบหน้า

‘อุ้ม’กกต.หลบมรสุมคดี‘ฮั้วสว.’

จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2570 จะจบลง ไม่เกินวันที่ 10 กันยายนแต่ทำไปทำมาทำท่าจะ ‘ลาก’ กันให้ไกลไปกว่านั้น อย่างน้อยก็ให้พ้น 14 กันยายนที่กกต.จะมีมติ ‘ชี้มูล’ในคดี ‘ฮั้วสว.’

ในการประชุมสภา นอกจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ยังมีคิว ‘3จังหวัดชายแดนใต้’ ที่ค้างการพิจารณา แต่เพื่อความไม่ประมาท ปรากฏการณ์‘ดึงเกม’ จึงเกิดขึ้น ซึ่ง‘อธิบาย’ เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก ปรารถนาจะ‘อุ้ม’ กกต.ที่มีคิวต้อง‘แจกแจง’รายงานผลการดำเนินงาน ซึ่งบังเอิญซะเหลือเกินว่า เป็นรายงานประจำปี 67-68 ในช่วงของการ‘จัดการ’เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาหรือ สว.พอดิบพอดี

คนอยู่ในสภามานานอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไว้ชัดเจนว่า

‘ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นคุณกับใคร มีแต่บั่นทอนสถานะของพวกเราในฐานะนักการเมือง และตัวแทนของประชาชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตย ตนเองก็เกรงใจ แต่สาเหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น 2 วัน และสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พูดกันตามความเป็นจริง เพราะไม่อยากมีการอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับ กกต. เท่านั้นเอง มันไม่มีเรื่องอื่น ท่านอย่าหลอกตัวเอง ท่านอย่าหลอกพวกผมและมันไม่มีอะไรน่ากลัว’

‘อย่าหลอกตัวเอง’ คือ สิ่งที่ อภิสิทธิ์ทิ้งไว้ให้คิด จริงอยู่แม้ รัฐบาลเสียงข้างมากพรรคภูมิใจไทยจะบอกเหตุผลว่า งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3วัน ชัดเจนในตัวว่า รัฐบาลกำลังใช้ ‘เสียงข้างมาก’ ประวิงเวลาเพื่อชิงความ‘ได้เปรียบ’ ทางการเมือง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองเกมลากยาวของรัฐบาล เพื่อช่วยซื้อเวลาให้ กกต.ในคดีฮั้วสว.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองเกมลากยาวของรัฐบาล เพื่อช่วยซื้อเวลาให้ กกต.ในคดีฮั้วสว.

‘นับองค์ประชุม’ เป็น‘ไม้เด็ด’ ที่ฝ่ายค้านมักจะหยิบมาใช้ หากมีสถานการณ์ ‘เสียงข้างมากลากไป’ แต่ของพรรค์อย่างนี้ มีหรือที่จะอ่านกันไม่ออก แต่ที่ ‘แปลกใจ’ คือ มาตรการ‘นับองค์’ ระหว่างถกร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเดินหน้าประเทศนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อย และไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะร่างพ.ร.บ.งบประมาณ‘ไม่ควร’ ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะเอามา ‘เล่นเกม’กัน

สัญญาณในสภาออกมาเช่นนี้ น่าจะบอกได้อย่างดีว่า การชี้มูลในคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 กันยายนที่จะถึงนี้ไม่น่าที่จะมี ‘โรคเลื่อน’ เกิดขึ้น ส่วนจะ‘สะเทือนฟ้า เขย่าดิน’ ขนาดไหนนั้น ถึงตรงนี้จะออกประตูไหน ไม่ว่าจะเป็น ‘ประตูหนีไฟ’ หรือ ‘ประตูหนีตาย’ ไม่ใครก็ใครได้ ‘พัง’ กันไปข้าง ระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายองค์กรอิสระ

สมัยประชุมนี้ที่จะปิดเทอมกันวันที่ 22 ธันวาคมโน่น จะมีปรากฏการณ์เดือด ให้ได้ตามกัน  ซึ่งฝ่ายค้านเตรียม‘จัดหนัก’ รัฐบาลไว้ทั้ง การอภิปรายทั่วไป และ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นมาตรการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลที่หนักที่สุด

ในสภาก็ว่ากัน แต่นอกสภานั้น ‘พายุใหญ่’ทางการเมืองเริ่มตั้งเค้า แม้ขณะนี้จะยังสิ่งที่เรียกว่า ‘แนวร่วม’ ก็ตาม แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือ‘อารมณ์ร่วม’ เริ่มมีพัฒนาการไปในทาง‘ไม่เป็นคุณ’ กับรัฐบาลมากขึ้นตามลำดับ นักวิเคราะห์บางคนถึงกับบอกว่า ‘รอฟางเส้นสุดท้าย’ เท่านั้น เกิดเมื่อไหร่ ‘การไล่รัฐบาล’ จุดติดทันที

สรุปว่า การประชุมสภาเพื่อถกร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี70 ปิดประชุมไปในเวลา  02:10 น. ของวันที่ 10 กันยายที่ผ่านมา  ท่ามกลางข่าวที่ถูกรายงานว่า ระหว่างการประชุมสภา มีสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประะชุม ที่เป็นถึง‘รัฐมนตรี’ ดู‘ไลฟ์สด’คอนเสิร์ต ‘อัสนี-วสันต์’ รอบสุดท้ายที่ ‘ปิดฉาก’เมื่อดึกของวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา 

‘สภาไทย’ นี่มันช่าง ‘ดราม่า’  กันซะจริงๆ

<<<<>>>> 

‘เพื่อไทย’กับบทที่ต้องเล่น

ปฏิบัติการ‘บ่มแก๊ส’ยศชนัน

‘ตีปี๊บ’กันซะดังกับความพยายามในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของ ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ ศึกศักดิ์ศรี 2 สถาบันที่ยืดเยื้อยาวนาน แม้จะยังไม่รู้ว่า การแก้ปัญหารอบใหม่ จะจบลงแบบไหน แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างหนึ่งคือ นับวันความสามารถในการบริหารบ้านเมืองของ ‘เติมเชน’ หรือ ‘อ.เชน’ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษา จะถูก‘ประชาสัมพันธ์’ให้เป็นที่กล่าวถึง มากกว่า ‘ผลลัพธ์’ ของเนื้องานนั้นๆ

‘อ.เชน’ หรือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย แต่‘วงใน’รู้กันว่า อ.เชนนี่แหละคือ ‘ความหวังของหมู่บ้านชินวัตร’ เพราะไม่เช่นนั้น จะไม่มีทางปรากฏชื่อเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ก่อนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรมว.แรงงาน กับนาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. เกษตรและสหกรณ์

ในสถานการณ์การเมืองของ พรรคร่วมรัฐบาลที่ประกอบด้วย 2 พรรคหลักคือพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา แทบไม่มี‘แรงกระเพื่อม’ให้ได้เห็น แม้รัฐบาลที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย จะถูก‘โจมตี’ ทางการเมืองอย่างหนักก็ตาม จะมีเสียงเล็ดลอดกันออกมาก็แค่ ‘ปฎิญญาโมนาโก’ ระหว่างพรรคสีแดงกับพรรคสีเขียวเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายก็เป็นแค่ ข่าวที่หาความเชื่อมโยงแบบรูปธรรมไม่ได้

คดี‘ฮั้วสว.’ที่กำลังจับจ้องกันไม่กระพริบตาในทุกวันนี้ เอาจริงๆปฐมบท ก็เกิดจาก ‘ภูมิธรรม-ทวี’ โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเจ้าภาพ รายละเอียดในสำนวนการสอบสวนของ ‘คณะชุดที่ 26’ ที่เผยแพร่ อ่านกันทั้งบ้านทั้งเมืองในวันนี้ ก็เกิดจากพรรคเพื่อไทย นี่แหละที่อ่านเกมออกและเดินเกมยาว

แปลกไหมที่ทุกฝ่ายวิจารณ์ คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.อย่าง ‘ถึงพริกถึงขิง’ แต่กับพรรคเพื่อไทย กลับไม่มีการพูดเรื่อง ‘ฮั้วสว.’ เลยซักแอะ จะเป็นเพราะมารยาทการร่วมรัฐบาล หรือ ‘รอจังหวะ’ ที่เหมาะสมหรือไม่นั้น ต้องตามดูไปจนถึงตอนจบ

สมัยรัฐบาล ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ความเงียบการเมือง คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลได้รักษา และระมัดระวังอย่างถึงที่สุด สถานการณ์วันนี้ ‘กลับตาลปัตร’ ภูมิใจไทยกลายเป็น‘เป้าใหญ่’ ขณะที่พรรคเพื่อไทย กำลังเป็นฝ่าย‘คุมเกม’มากขึ้นตามลำดับ

การปรากฏตัวที่เมืองจีนรอบล่าสุด ของ 3 อดีตนายกรัฐมนตรีจาก ตระกูลชินวัตร ที่เริ่มจะมี ‘ความถี่’ มากขึ้นพร้อมๆกับการเลือกใช้ เวทีระหว่างประเทศเป็นพื้นหลัง ที่น่าสนใจคือ บทบาทที่ถูกฉายออกมา ต้องมี ‘อดีตนายกหญิง’ที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ต้องคดี‘รับจำนำข้าว’ปรากฏออกมาทุกครั้ง

ทักษิณ ชินวัตร นั้น‘พ้นไป’ เปราะหนึ่ง จะมีติดตัวก็คดี 112 และเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินวัตร 1.6 หมื่นล้านบาท ที่แม้จะถูกถามไถ่ แต่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยก็ ‘เงียบใบ้’ ไม่หือไม่อือกับเรื่องนี้

ในแง่ ‘ทายาท’ ทางการเมืองวันนี้ พรรคเพื่อไทยนั้นมีแล้ว ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ถึงวันนี้ยังมองไม่เห็นแม้กระทั่ง ‘เงา’

ปรากฏการณ์ชูความสามารถของ ‘ยศชนัน’ จึงเริ่มปฏิบัติการณ์ชนิดเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ยังมีเวลาให้ได้‘แต่งตัว’ แม้จะ‘ใกล้เคียง’กับคำว่า‘บ่มแก็ส’ก็ตาม และก็ต้องถือว่า ‘ลงตัว’ กว่า ‘น้องสาว-ลูกสาว’อีกนะจะบอกให้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์