เรื่องมันมีอยู่ว่า นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่เกาะ ชายทะเลที่มีปัญหาเรื่องมาเฟีย การยึดครองที่ดินจากต่างชาติ ถือว่าเริ่มทำงานถูกที่ ถูกทางเสียที <> ความถี่ของความขัดแย้งพื้นที่ชายแดนไทยกับกัมพูชาช่วงหลังเพิ่มมากขึ้น จากแรงกดดันกัมพูชาอย่างหนักเรื่องสแกรมเมอร์ และวิกฤตน้ำมัน สงครามรอบสามจะตามมาหรือไม่ต้องจับตา <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
บางเทา-พะงัน-สมุย-หาดฟรีด้อม
เมื่อ‘อนุทิน’เริ่ม‘เกาถูกที่คัน’ซักที
เสียงสะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยดังอยู่สังคมมานานหลายปี ที่สุด อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ก็ได้ ‘เวลา’ จัดระเบียบชายทะเลชายหาดกันซะที
การลงพื้นที่เพื่อเห็นปัญหาด้วย ‘ตาตัวเอง’ ทั้งที่หาดบางเทา หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต เรื่อยไปจนถึง เกาะพะงัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี คราวนี้ เป็น‘สัญญาณ’ บอกว่า รัฐบาลนี้ ‘เอาจริง’ กับความเดือดร้อน ที่คนไทยถูกเอาเปรียบจาก ‘ต่างชาติ’ ผ่านการทำธุรกิจที่ใช้ ‘นอมินี’ บังหน้า
การถือป้าย ‘ต้อนรับ’ นายกฯอนุทิน ด้วยข้อความที่ระบุว่า ‘นายกฯมาปัญหาจบ’ น่าจะสะท้อนถึงปัญหาที่ ‘หมักหมม’ กันมานานหลายปี

ได้ยิน ‘นายกฯหนู’ พูดช่วงหนึ่งกับชาวเกาะพะงัน ไว้ว่า
‘รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากเกาะพะงันยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงาน’
‘ปกติพอได้มาแล้ว ก็จะได้มาอีก จะมาจนกว่าพี่น้องบอกว่าพอแล้วไปที่อื่นบ้าง มาลงพื้นที่เห็นบรรยากาศอยากอยู่ต่ออีก แต่อยู่ไม่ได้ต้องไปภูเก็ต เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทันจะทำสุดความสามารถ จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และต้องขอตัวกลับก่อน แต่สิ่งที่พูดไว้ทุกอย่าง จะเกิดขึ้นโดยเอาหัวสส. เป็นประกัน’
ท่าทีของนายกฯหนูต่อการ ‘จัดระเบียบ’ ชายทะเล ชายหาดไปจนกระทั่ง เกาะพงัน เกาะสมุย ครั้งนี้ต้องถือว่า ‘ชัดมาก’ และน่าจะเป็น ‘การเกาถูกที่คัน’ ซะด้วยซิ
กรณี บางเทา-หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต เป็นปัญหา ‘มาเฟีย มาฟรี’ นอมินีทำธุรกิจแย่งงานคนไทย ส่วนที่เกาะพะงัน-เกาะสมุย นั้นกำลังถูกต่างชาติ ‘ยึดแผ่นดิน’ โดยใช้การทำธุรกิจแบบ ‘เลี่ยง’ กฎหมายไทยบังหน้า
ต้องบอกว่า ‘ข้อมูล’ ของปัญหา ‘หน่วยงาน’ ที่เกี่ยวข้องมีหมด แต่ที่ผ่านมาหย่อนยาน ทำงานแบบ ‘เอาหนูไปนาเอาตาไปไร่’ แม้ที่ผ่านมานะมีความพยายามแก้ไขแ ต่ก็ขาดการติดตามผลการทำงาน ที่สำคัญ ‘ต่างคน ต่างทำ’
แต่ ‘รอบนี้’ ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้การกำกับการของรัฐบาลแกนนำอย่างพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีอะไรคืบหน้าเป็น ‘รูปธรรม’ จับต้องได้ ก็น่าจะใช้คำที่นายกฯหนูเปล่งวาจาไว้ที่เกาะพะงัน ไว้ว่า ‘ถ้ายังไม่มีความเรียบร้อย ก็ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล’
แม้จะมา‘ถูกทาง’ แต่ที่สุดก็ต้องดูกันต่อว่า ‘พูดแล้วทำ’ จริงๆใช่มั้ย
ไม่ได้เอาแค่ ‘คะแนนนิยม’ เข้ากระเป๋า
<<<<>>>>
จับสัญญาณชายแดนไทย-กัมพูชา
การกลับมาปะทุของ‘ความขัดแย้ง’
เริ่มมีข่าว ‘จับคนไทย’ ตามแนวขายแดนไทยกัมพูชา ตามมาด้วยเสียงปืนแบบที่มีคำอธิบายภายหลังว่าทหารกัมพูชา ‘ขาดวินัย’ เริ่มมา ‘ถี่’ ขึ้นทุกขณะ
และหากดูความเห็นใน ‘มิติ’ ต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะกลับมามี ‘สัญญาณ’ ของความขัดแย้งรอบใหม่ ท่ามกลาง ‘ข่าวปล่อย’ ที่รอบนี้มาแบบ AI เลียงเสียงปราศรัยของนายกฯอนุทิน ที่ทำถึงขั้นประกาศ จะเปิดด่านตามแนวชายแดน
หากย้อนดูสถานการณ์แล้วจะพบว่า หลังข้อตกลง ‘หยุดยิง’ 27 ธันวาคม 2568 ไทยมีการเลือกตั้ง ขณะที่กัมพูชาก็สูญเสียอย่างหนัก ทั้งในสนามรบ และสนามธุรกิจชายแดนหลังเกิดการปิดด่านและตามมาด้วยการปราบปราม ‘สแกรมเมอร์’ อย่างหนักโดยเฉพาะการยึดอายัดทรัพย์ ‘ก๊กอาน-ยิมเลียก’
แต่หลังจากไทยได้รัฐบาล อนุทิน กลับมา และเริ่มต้นนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยการ ‘ยกเลิกMOU44’ ก็เกิดปฏิกริยาทางการเมืองจากกัมพูชาทันที
มีการพูดถึงการใช้กฎหมายทะเลเพื่อยุติพิพาททางเขตแดน ไปจนถึงการประท้วงระดับพื้นที่จากการ ‘สร้างรั้ว’ ชายแดนที่จ.จันทบุรี การประท้วงไทยหลังจากกระทรวงวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียน ‘ตาควาย’ และอีกหลายปราสาทเป็น ‘โบราณสถาน’ ของชาติ
ที่ผ่านมา แม้กัมพูชาจะพยายามปรับท่าทีด้วยเสนอใช้กลไก JBC ไปจนถึงภาพการ ‘พบกัน’ ในเวทีผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ของอนุทินกับ ‘ฮุน มาเนต’ แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะไปสู่จุดที่กัมพูชากำลังชวนทะเลาะ ‘รอบใหม่’
อย่าลืมว่า กัมพูชากำลังเริ่มนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งในปี 2570 โดยมีเก้าอี้นายกฯ ของ‘ฮุน มาเนต’ เป็นเดิมพัน ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจจากวิกฤตน้ำมัน ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาที่ ‘คนในประเทศ’มองว่า ‘ล้มเหลว’
มีการประเมินจากหน่วยงานด้านความมั่นคง และ‘กองทัพ’ของไทยว่า หากแผนที่กัมพูชาพยายามกดดันไม่เป็นผล การเลือกตั้งปี 2570 ของกัมพูชา อาจเป็นชนวนรบรอบ 3 กับไทย ซึ่งก็เริ่มเห็นเค้าลางอยู่รำไร
หลังรับตำแหน่งใหม่ๆ ‘บิ๊กดุลย์’ หรือ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เคยประเมินว่า ทางกัมพูชาต้องประเมินให้ดี เพราะจะเป็นการสู้รบขนาดใหญ่ หากเปิดฉากปะทะกับไทยอีกครา
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูขา เวลานี้ บอกได้ ‘คำเดียว’ว่าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด




