อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง แถลงกรณีกระบวนการโกงเลือก สว. และมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเอื้อประโยชน์หรือพบเห็นการกระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการ ว่า กรรมการการเลือกตั้งที่มีบทบาทคือฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ ที่มีบทบาทเข้าไปตรวจสอบ ในวันเลือกที่เมืองทองธานี ว่าใครมีโพยขอให้นำมาส่งเจ้าหน้าที่ก็จะทำการลงโทษ ภาพที่ออกมาอาจจะดูสวยงามว่าเป็นนักปราบตัวยง ทำให้ประชาชนมั่นใจว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาจริงเอาจัง
แต่ในห้องเลือกตั้งเป็นเพียงแค่ภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะฉากหน้าเท่านั้น แต่ฉากหลังฐิติเชษฐ์ ไปเก็บโพยจากที่ต่างๆ มากมาย จนปัจจุบันฐิติเชษฐ์ ไม่เคยเอาโพยที่จับได้มาดำเนินคดีผู้ที่อยู่ในคูหาเลือกตั้งเลย และไม่ทำตามหลักที่สมควรจะทำ เพราะการจับโพยได้หมายถึงฐิติเชษฐ์ เป็นพนักงานที่พบความผิดซึ่งหน้าแต่กลับไม่ปฏิบัติอะไร ขอถามว่าการไม่ปฏิบัติเป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มใคร หรืออยากให้ใครส่งประโยชน์หรือไม่
อัครวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนอีกคนที่สอดคล้องกัน ขัดแย้งซึ่งผลประโยชน์กันหรือไม่ เพราะเราเห็นว่าก่อนการเลือกตั้งผู้อำนวยการการเลือกตั้งคือแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. มีคนแจ้งว่า จะมีการนำโพยเข้าไปห้องคูหาเลือกตั้ง วันนั้นหากแสวงและฐิติเชษฐ์ ยับยั้งไม่ให้มีการนำโพยเข้าไป หรือพบคนที่ถือโพยเข้าไปในคูหา หากจับได้ควรจะนำออกไปจากห้องเลือกตั้ง แต่กลับไม่ทำ เพราะคนที่ถือโพยเป็นจำนวนมากและมีโพยอยู่ที่ตัวตอนนี้ถูกรับรองเป็น สว.จากใบสั่งตารางมหัศจรรย์เรียบร้อยแล้ว นั่นคือผลพวงที่ทั้ง 2 คนได้ทำ สื่อให้เห็นว่า 2 คนนี้แบ่งหน้าที่กันทำหรือไม่ ซึ่งมีอดีตผู้สมัคร สว. ร้องเรียนต่ออิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ในขณะนั้น และฐิติเชษฐ์เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องการจับโพยผ่านมา 2 ปีแล้วยังไม่ถูกดำเนินการใดเลย
อัครวัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้คดีการโกงเลือก สว. อยู่ในมือกกต. แล้ว 1 ในนั้นมีฐิติเชษฐ์และแสวง ที่จะเป็นกรรมการพิจารณาด้วย และเราทราบกันอยู่แล้วว่าแสวงไม่ผ่านการประเมิน แต่คนไม่ผ่านการประเมินกลับมาดำเนินการคดีใหญ่ของชาติ โดยมีข้อครหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเอื้อประโยชน์ให้กับคนที่มาเลือกในวันนั้นให้สมประโยชน์หรือไม่ ตนเองเชื่อว่าประชาชนเห็นอยู่แล้วว่าขบวนการนี้เตรียมการมาเป็นอย่างดี
ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. คนปัจจุบัน ตามที่ตนเองได้ยื่นหนังสือให้ กกต. เมื่อช่วงเช้าว่าขอให้ทางกกต. ดำเนินการไม่ให้ฐิติเชษฐ์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณา เนื่องจากพฤติกรรมที่ผ่านมา ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และยังมีคดีติดสินบน ซึ่งคดีอยู่ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และขณะนี้คดียังอยู่ที่สน.บางซื่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
“ผมไม่ทราบว่ามาถึงปัจจุบันนี้ ระหว่างประชาชนคนไทยทั้งประเทศกับข้าราชการไม่กี่คนใครเส้นใหญ่กว่ากัน บ้านเมืองจะฉิบหาย สูญเสียอิสระภาพในระบอบประชาธิปไตย เพราะมีคนลักษณะแบบนี้ ร่วมมือกันเป็นขบวนการ หรือที่เราเรียกกันอยู่ทุกวันนี้ว่าระบบสีน้ำเงิน เซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติบ้านเมืองและประชาธิปไตย ทำให้เราขาดซึ่งอิสรภาพความเป็นธรรม ความเที่ยงธรรม โดยที่ประชาชนผู้เสียภาษี ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงนี้ต้องสื่อดังๆไปถึงท่าน ว่าไม่มีความสง่างาม ที่จะไปพิจารณาคดีฮั้วสว.“อัครวัฒน์ กล่าว
อัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เท็จจริงประการใด แต่ทราบข่าวว่าแสวง เอาเคสปลาซิวปลาสร้อยไปยัดให้กกต.ใหญ่พิจารณา ซึ่งเป็นข่าวมาแล้วประมาณ 40 สำนวน โดยในนี้ ไม่เคยที่จะทำคดีใหญ่ เกี่ยวกับการเลือกสว. เลย แต่กำลังพยายามทำคดีระดับจังหวัด อำเภอ ซึ่งส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งองค์กรอิสระ ลุกลามไปถึงคนของกระทรวงคมนาคมหมดแล้ว
ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมอย่าได้หวังว่าจะได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งประชาชนฝากผีฝากไข้ว่าจะได้รับความยุติธรรม แต่ตอนนี้กระทรวงคมนาคม กำลังจะเป็นองค์กรอิสระหมดแล้วหรือไม่ หากแสวง ถูกประเมินไม่ผ่านก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แม้จะมีข่าวว่าพยายามให้กฤษฎีกาตีความว่า คนที่จะประเมินเป็นกกต.ชุดเก่าที่หมดวาระไปแล้วหรือชุดใหม่ 4 คนร่วมประเมินด้วย แต่ปรากฏว่าผลไม่ผ่านเกณฑ์ หมายความว่าต่อให้ใครประเมิน ก็สู้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศประเมินไม่ได้ที่บอกว่าแสวง ไม่ผ่านการทดลองงาน อย่าว่าแต่ทำงานจริงเลย สมควรที่จะเลิกจ้าง เรื่องผ่านมา 2 ปีแล้วไม่ทำอะไรเลย สมควรออกได้แล้ว
ส่วนฐิติเชษฐ์ หมดวาระไปแล้วแต่ สว. ก็ยังไม่เลือกคนมาแทน เพราะต้องการให้ฐิติเชษฐ์ อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อเคลียร์ปัญหาคดีโกง สว. แต่อยู่มา 2 ปี ยังเคลียร์ไม่ได้คิดหรือว่าต่อไปคดี สว. จะเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน เอาคนผิดมาลงโทษ และจัดการกับขบวนการสนับสนุนจากพรรคการเมืองมาลงโทษและตัดสิทธิ์ทางการเมือง งานนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคน และแสวงเหมือนนาฬิกาเสียตลอด เกี่ยวกับเรื่องการโกง สว. หันกลับมาดูอีกทีแบตเตอรี่ก็ไม่ใส่นาฬิกาไม่เดิน ผ่านมา 2 ปีคดีใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ทำอะไรเลย ถือว่าขาดประสิทธิภาพ ขอฝากไปยังกกต.ว่า อย่าเล่นกับไฟ เพราะท่านกำลังเป็นองค์กรที่อยู่ในขั้นวิกฤต ทำงานไร้ประสิทธิภาพ ถ้าทำงานช้าเตะถ่วง หรือประวิงเวลาคดีฮั้วสว. ที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อไหร่ ตนเองเชื่อว่า ประชาชนติดตามดูอยู่ว่ากกต.จะลงดาบเมื่อไหร่
ที่แน่ๆ ข่าวหลุดมา มีผู้มีอำนาจมานั่งหัวโต๊ะ เพราะแสวงถูกปลด ทำให้เขาคอนโทรลเกมไม่ได้หรือไม่ ผู้มีอำนาจคนนี้ ยิ่งใหญ่ค่ำฟ้า ไม่ชอบนุ่งกางเกงขายาว ชอบนุ่งกางเกงขาสั้น มาคอนโทรลเกมฮั้วส.ว. โดยมีคำสั่งที่จะให้ตีตกคดีนี้ 5 ต่อ 2 ถ้าจะให้ดีต้อง 7 ต่อ 0 เพื่อส่งไปให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ไม่ใช่มาดึงเวลาเล่นลิเกกันแบบนี้ ประเทศชาติเสียหายและพัฒนาล่าช้าจากขบวนการของระบอบสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 มิ.ย. ผมจะยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป
— อัครวัฒน์ กล่าว




