สว. รุม-แย้ง ริบอำนาจ กกต. ‘นันทนา’ เหน็บแจก ‘ใบน้ำเงิน’ ฉลุย ‘พรชัย’ แนะแยกคนจัด-คนตัดเสินเกม

21 ก.ย. 2569 - 17:51

  • นันทนา สว. เสนอโครงสร้างการบริหารจัดการการเลือกตั้งควรแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายจัดการกับฝ่ายตรวจสอบ กกต. ควรทำหน้าที่บริหารจัดการการเลือกตั้งเท่านั้นแล้วให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบ

  • พรชัย สว. เสนอชำแหละโครงสร้าง กกต. และประกอบใหม่ คือ แยกอำนาจที่ถูกรวมกัน แล้วออกแบบใหม่ว่าอำนาจใดควรจะอยู่กับใคร คนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนที่ตัดสินเกมของตัวเอง

สว. รุม-แย้ง ริบอำนาจ กกต. ‘นันทนา’ เหน็บแจก ‘ใบน้ำเงิน’ ฉลุย ‘พรชัย’ แนะแยกคนจัด-คนตัดเสินเกม

การประชุมวุฒิสภา มี มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณารับทราบรายงานการพิจารณาเรื่องรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่พิจารณาเสร็จแล้ว

นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า เรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการการเลือกตั้งควรแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายจัดการกับฝ่ายตรวจสอบ กกต. ควรทำหน้าที่บริหารจัดการการเลือกตั้งเท่านั้นแล้วให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบ เช่น การเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมา ทำไมประชาชนจึงไม่ไว้ใจให้ กกต. เป็นผู้ตัดสินว่าใครสุจริต เนื่องจาก กกต. ชุดนี้มาจาก สว. เสียงข้างมาก ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

ฉะนั้นสมควรหรือที่ กกต. จะมาทำหน้าที่เป็นศาลตัดสินคดีดังกล่าว จึงเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยสิ้นเชิง ฉะนั้นจึงควรลดอำนาจของ กกต.

“การให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ ควรเป็นศาล แต่จะว่าไปแล้ว กกต. ก็ไม่ค่อยได้แจกใบพวกนี้อยู่แล้ว เห็นแต่แจกใบน้ำเงินให้ผ่านฉลุยอย่างเดียว จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอการแยกอำนาจตามรายงานฉบับนี้” นันทนา กล่าว

นันทนา ยังกล่าวถึง บทลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งที่บิดเบี้ยว ไม่สุจริต ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ และ สส. อาจจะมีมติถอดถอน

ด้าน พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ตนเห็นว่ารายงานฉบับนี้ละเอียดดีมาก แต่เมื่อเรามองโครงสร้างของ กกต.ในปัจจุบันเราจะพบปัญหาพื้นฐานคือ กกต.เป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้ง และในขณะเดียวกันก็มีอำนาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย รวมทั้งสั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่เมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งมีปัญหา

ซึ่งนี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นโครงสร้างอำนาจของ กกต. ตามกฎหมายปัจจุบัน เหมือนเราให้องค์กรเดียวเป็นทั้งผู้ปฏิบัติการ ตำรวจ และ อัยการ ต่อให้คนทำงานสุจริตเพียงใด โครงสร้างลักษณะนี้ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่องความขัดกันของบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบ

รายงานฉบับดังกล่าวมองเห็นปัญหาเดียวกันโดยเสนอชัดว่าให้แยกอำนาจการจัดการเลือกตั้งออกจากการตรวจสอบการเลือกตั้งเพื่อป้องกันการตรวจสอบการทำงานของตัวเอง

พรชัย กล่าวว่า ขอเสนอว่าเราควรชำแหละโครงสร้าง กกต.และประกอบใหม่ คือ แยกอำนาจที่ถูกรวมกัน แล้วออกแบบใหม่ว่าอำนาจใดควรจะอยู่กับใคร คนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนที่ตัดสินเกมของตัวเอง

นอกจากนี้ เรื่องสำคัญที่สุดคือ กกต.มีเพียง 7 คน มีอำนาจตามกฎหมายอย่างสูงต่อกระบวนการทางการเมือง ทั้งอำนาจทางสืบสวน ไต่สวน สั่งนับใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ยิ่งอำนาจมากความรับผิดชอบต่อประชาชนก็ต้องมากตามไปด้วย โดยรายงานฉบับนี้เสนอให้ฟื้นกลไกประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อเพื่อเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ ซึ่งตนคิดว่าหลักการนี้สำคัญมาก

ขณะที่ พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า การเสนอให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอน กกต. ต้องดูบริบทความเป็นไปได้ อย่าสร้างความแตกแยก ทั้งนี้ปัจจุบันเราใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นหลักในการปกครองประเทศ สว. ต้องอ่านให้เข้าใจ มีการกล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย จะเลี่ยงบาลีไม่ได้ อย่าทำกฎหมายให้เป็นกฎหมู่

ส่วนรายงานที่เสนอ ตนมองว่า ต้องแก้ไข หากคิดแก้กฎหมาย กกต. กฎหมายเลือกตั้ง ต้องไปเริ่มที่สภาผู้แทนราษฎร นอกจากนั้นควรคำนึงถึงสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ อย่าละเมิดสิทธิบุคคลอื่น

พ.ต.อ.กอบ กล่าวถึงกรณีที่วิจารณ์เรื่องการตรวจสอบการได้มาของ สว. ของ กกต. ว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา มีอำนาจ ตามกฎหมาย การตรวจสอบการเลือก สว. ได้ถูกตรวจสอบและไม่ได้ขัดขวาง ขณะที่ สว.ให้ความร่วมมือทุกเรื่อง ไม่แทรกแซงทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ผลเป็นอย่างไร สว.ไม่โวยวายและยอมรับการถูกตรวจสอบ

แต่ผู้ที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนักหน่วง เพราะผลที่ออกมาไม่ถูกใจ โดยเสียงข้างมากในสำนวนตามกฎหมาย กลายเป็นความไม่ถูกต้อง ส่วนเสียงข้างน้อย พบว่าสังคมชี้นำให้เกิดความไม่เป็นกลางในประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์