หนี้ท่วมประเทศ! ‘สาทิตย์’ เสนอ 5 ข้อสางปัญหาโครงสร้างงบประมาณ

1 ก.ค. 2569 - 17:23

  • ‘สาทิตย์ วงศ์หนองเตย’ เตือนโครงสร้างงบประมาณปี 2570 กำลังพาประเทศสู่ทางตัน

  • ชี้หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนพุ่ง เสี่ยงทำประเทศไปต่อไม่ได้ในอีก 2-3 ปี

  • พร้อมเสนอ 5 ข้อถึงรัฐบาล ทั้งหยุดกู้มาแจก–เพิ่มรายได้–ปราบคอร์รัปชัน

หนี้ท่วมประเทศ! ‘สาทิตย์’ เสนอ 5 ข้อสางปัญหาโครงสร้างงบประมาณ

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายบางช่วงบางตอนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ว่า “การพิจารณางบฯ ปี 70 ครั้งนี้ เป็นปีแรกที่ต้องถือเป็นประวัติศาสตร์ เพราะมีรัฐมนตรีที่มีบทบาทสำคัญระดับแกนนำของรัฐบาล ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณ ลุกขึ้นมายอมรับกับสภาฯ นี้ว่า โครงสร้างงบประมาณแบบนี้ อีก 2-3 ปี ประเทศไปไม่ได้แน่ ๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้เลย”

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เพราะฝ่ายค้านหลายคนวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างงบฯ ของรัฐบาลชุดนี้ว่า เป็น “งบฯ หาเช้ากินค่ำ” ไร้อนาคต ความหมายคือ ประเทศนี้หารายได้มาได้เท่าไหร่ใน 1 ปี กลายเป็นจ่ายให้งบฯ ประจำทั้งหมด ไม่มีเงินพอลงทุน จนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน กลายเป็นภาระงบประมาณในการพัฒนาประเทศ จนขณะนี้หนี้ที่จะกู้หรือกู้ไปแล้วใกล้เต็มเพดาน

สาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า สภาวะนี้เรียกว่าหนี้สาธารณะท่วมประเทศ มีภาระดอกเบี้ย เงินต้นต้องจ่ายมากมาย ประชาชนตกในฐานะผู้จ่ายภาษี ต้องทำงานด้วยความยากลำบาก ตื่นเช้าขับรถออกไปทำงาน หาเงินมาเติมน้ำมันที่แพง แล้วก็ไปทำงานหาเงินมาจ่ายภาษีให้รัฐบาล ภาษีทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้นำมาลงทุนให้กับประเทศ กลายเป็นงบฯ ประจำทั้งหมด

ส่วนอีกเรื่องที่จำเป็นต้องพูดคือ หนี้ครัวเรือนก็ท่วมประชาชนแทบจะทุกครัวเรือนเช่นกัน ตัวเลขหนี้ครัวเรือนน่าตกใจมาก คิดเป็นประมาณ 91 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่อยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ คนไทยเป็นหนี้กว่า 25.5 ล้านคน มากกว่า 1 ใน 3 ของคนไทยที่มีหนี้ จากข้อมูลสถิติปี 2566 คนไทยเป็นหนี้เฉลี่ย 3.3 บัญชีต่อคน เช่น คนไทย 1 คนเป็นหนี้บัตรเครดิต 2 ใบ เป็นหนี้รถยนต์ 1 ใบ ซึ่งน่ากังวลมาก จะกลายเป็นปัญหาทับซ้อนสู่ปัญหาโครงสร้างงบฯ ต่อไปในอนาคต เพราะหนี้ครัวเรือนของไทยติดอันดับท็อป 10 ของโลก จากการสำรวจปีล่าสุด ไทยอยู่ลำดับ 7 ของโลก

ทั้งหนี้ประเทศที่ท่วม หนี้ครัวเรือนที่ท่วมชาวบ้าน ไปซ้ำเติมปัญหาโครงสร้างของงบประมาณ ผมชื่นชมรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นมายอมรับว่าโครงสร้างงบฯ มีปัญหา แต่จะทำอย่างไรให้สิ่งที่ท่านพูดไม่เป็นแค่วาทกรรมในสภาฯ ทำอย่างไรให้สิ่งที่ท่านชักชวนฝ่ายค้านช่วยกันเสนอความเห็น เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างงบฯ อย่างน้อยที่สุดในปีงบฯ ต่อไป ไม่ให้ติดปัญหาเหมือนในปีนี้ ผมถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ทั้งสภาฯ และรัฐบาลต้องทำไปด้วยกัน ทำอย่างไรให้โจทย์นี้ไม่ใช่เป็นแค่วาทกรรมที่จบหลังจากโหวตผ่านงบประมาณไปแล้ว แล้วปีหน้าก็เหมือนเดิม

สาทิตย์ เผยด้วยว่า มี 5 ข้อเสนอไปยังรัฐบาล

  1. รัฐบาลต้องหยุดกู้มาแจก หยุดสร้างความเข้าใจผิดว่าเงินที่กู้ทั้งหลายไม่ใช่ภาระประชาชน โดยเฉพาะเงินกู้ 4 แสนล้านที่รัฐบาลออกมาเป็น พ.ร.ก. มีดอกเบี้ย 1.2 เปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวน 4,200 ล้านบาทต่อปี เราต้องมาตั้งงบฯ ที่มาจากภาษีประชาชนในการไปจ่ายทั้งต้นทั้งดอก จะบอกว่าไม่เป็นภาระประชาชนได้อย่างไร ต้องบอกความจริงประชาชนว่าเงินกู้มีต้นทุน เป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับ
  2. รัฐบาลต้องพูดความจริงกับประชาชนว่าฐานะของประเทศขณะนี้เป็นอย่างไร
  3. ต้องหยุดแสดงความรวยเกินฐานะประเทศ ประเทศไม่ได้รวยเหมือนฐานะนายกรัฐมนตรี เราต้องเริ่มกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างงบฯ
  4. จะทำอย่างไรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
  5. รัฐบาลต้องมีมาตรการปิดช่องและจัดการการทุจริตคอร์รัปชันกับเงินงบประมาณของรัฐบาลอย่างเด็ดขาด เพราะช่องโหว่นี้ใหญ่สุด มีสัญญาณเตือนมาทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเงินทอน เงินใต้โต๊ะ ที่ผ่านมามีการเปิดโปง มีห้องงบประมาณบางห้องที่เปิดให้มีการต่อรองงบฯ มีผู้ได้รับผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวพันกับการจัดสรรงบฯ ในห้องที่อยู่ใกล้กับห้องพิจารณางบประมาณ ปีนี้และปีต่อไปต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก

ผมและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมพูดคุย หากมีการขอความคิดเห็น ขอความรู้ ขอประสบการณ์ เพราะเป็นเรื่องของประเทศ แต่หากยังเดินหน้าต่อไปแบบนี้ จบงบประมาณนี้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม ประเทศนี้ไร้อนาคตแน่นอน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์