น้ำท่วม ตอโผล่! ศึกเมืองโอ่ง 2 สี 'น้ำเงิน' กลืน 'เขียว' สภาวะ 'บ้านใหญ่' อยู่เหนือ 'พรรค'

21 ต.ค. 2569 - 17:31

  • วิกฤตน้ำท่วมขังขยายวงกว้างในพื้นที่ 'ลุ่มน้ำแม่กลอง' จ.ราชบุรี กลับปรากฏภาพสะท้อน 'การเมืองบ้านใหญ่' เมืองโอ่งมังกร ที่เลือกช่วยเหลือแบบ 'พวกใครพวกมัน'

  • การกระจายเครื่องจักรและท่อสูบน้ำจาก อบจ. ถูกส่งไปช่วยเหลือเฉพาะเขตที่มี 'สายสัมพันธ์การเมือง' แบบข้ามพรรค ขณะที่เขตเลือกตั้งอื่นถูกปล่อยให้ดิ้นรนแก้ปัญหา

  • สะท้อนปัญหารอยแตกร้าว ระหว่าง 'การเมืองเชิงอุปถัมภ์' ใน จ.ราชบุรี ที่ 'สายสัมพันธ์บ้านใหญ่' อยู่เหนือ 'สังกัดพรรค' ในสภาวะที่ 'ค่ายน้ำเงิน' จ้องกลืน 'ค่ายสีเขียว'

น้ำท่วม ตอโผล่! ศึกเมืองโอ่ง 2 สี 'น้ำเงิน' กลืน 'เขียว' สภาวะ 'บ้านใหญ่' อยู่เหนือ 'พรรค'

ท่ามกลางมวลน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมขังในลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี ประชาชนในหลายตำบลต้องใช้ชีวิตจมบาดาลยาวนานกว่า 20 วัน แต่ความทุกข์ระทมของชาวบ้านยังไม่ถึงจุดต่ำสุด เมื่อจู่ๆ ผิวน้ำที่เอ่อท่วมกลับถูกเคลือบด้วยคราบน้ำมันสีดำปริศนา ส่งกลิ่นเหม็นฉุนแสบจมูก คลุ้งไปทั่วชุมชนริมตลิ่ง 

กลิ่นของน้ำมันที่ลอยเหนือน้ำ ไม่ได้รุนแรงไปกว่า "กลิ่นการเมือง" ที่โชยออกมาจากการลงพื้นที่ของบรรดา สส. และผู้มีบารมีในจังหวัด ภาพความเดือดร้อนของชาวบ้านกลายเป็นฉากทัศน์ที่เปลือยให้เห็นเนื้อแท้ของ ระบบบ้านใหญ่เมืองโอ่งมังกร

เมื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ถูกจำแนกแจกจ่ายอย่างเลือกค่าย ชนิดที่เรียกได้ว่า "พวกใครพวกมัน" แม้เบื้องหน้าจะสวมหัวโขนเป็นตัวแทนของราษฎรทั้งจังหวัดก็ตาม

วิกฤตน้ำมันหลัง 'วัดช่องลม'

จุดตัดที่ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมราชบุรีรอบนี้กลายเป็นประเด็นร้อน เกิดขึ้นบริเวณชุมชนหลังวัดช่องลมและชุมชนวัดศรีสุริยวงษ์ ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569

ความเดือดร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมวลน้ำกลับพัดพาคราบสารเคมีสีดำหนาเข้ามาในซอยบ้านเรือน จากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษร่วมกับฝ่ายปกครองท้องถิ่น พบว่า คราบสีดำดังกล่าวมีคุณลักษณะเป็นน้ำมันเครื่องใช้แล้วหรือน้ำมันขี้โล้ ซึ่งเข้าข่ายวัตถุอันตราย เกาะติดตามผนังปูน เสาบ้าน ต้นไม้ และสร้างความระคายเคืองอย่างหนักแก่ชาวบ้านที่จำใจต้องลุยน้ำดำมะเมี่ยมเข้าออกที่พักอาศัย

บุคคลแรกที่ปรากฏตัวนำทัพข้าราชการลงตรวจตราคราบน้ำมันอย่างทันท่วงที คือ "สส.แคมป์" กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี เขต 1 จากพรรคภูมิใจไทย โดยมีการนำแนวกระสอบทรายมาบล็อกพื้นที่จำกัดการไหลของคราบน้ำมัน พร้อมประสานเทศบาลเมืองเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 

ปฏิบัติการกู้ภัยในเขต 1 ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและอึกทึก ทว่าภาพการระดมสรรพกำลังระดับจังหวัดเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ตรงนี้ กลับสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำของการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบเคียงกับอำเภอข้างเคียงที่ยังคงจมน้ำอย่างไร้แรงหนุนจากศูนย์กลางอำนาจ

'สีเสื้อพรรค' แค่ฉากหน้า - 'บารมีมุ้ง' คือของจริง

หากพลิกดูทำเนียบ สส. จังหวัดราชบุรีทั้ง 5 เขต จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จะพบว่าเก้าอี้ถูกแบ่งเป็นสองขั้วชัดเจน คือ พรรคภูมิใจไทย 3 ที่นั่ง และ พรรคกล้าธรรม 2 ที่นั่ง แต่ในความเป็นจริงของสมรภูมิเมืองโอ่ง การสังกัดพรรคการเมืองเป็นเพียงเครื่องแต่งกายภายนอก เพราะกลไกขับเคลื่อนที่แท้จริงคือเครือข่ายอุปถัมภ์อันเหนียวแน่น

มีการตั้งข้อสังเกตจว่า มีความแปลกแยกเกิดขึ้นเมื่อ สส. พรรคเดียวกัน อย่าง บุญยิ่ง นิติกาญจนา และ จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ กลับไม่ปรากฏภาพการประสานงานหรือแบ่งปันทรัพยากรช่วยเหลือข้ามเขตกัน ขณะที่ บุญยิ่ง สังกัด กล้าธรรม กลับมีแนวประสานอันแนบแน่นข้ามค่ายไปยัง กุลวลี แห่ง ภูมิใจไทย

สายใย 'นิติกาญจนา-นพอมรบดี'

หัวใจของความได้เปรียบในการบริหารจัดการภัยพิบัติครั้งนี้อยู่ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ราชบุรี ซึ่งอยู่ใต้อาณัติของ "กำนันตุ้ย" วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี ผู้เป็นสามีของ "บุญยิ่ง" 

บุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.เขต 2 อบจ.ราชบุรี ครอบครองงบประมาณและเครื่องจักรหนัก รวมถึงเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงหรือ "ท่อพญานาค" ที่ถูกส่งลงไปประจำการผลักดันน้ำ

ความสัมพันธ์แบบสามีคุม อบจ. และภริยาเป็น สส. ทำให้เขต 2 ของบุญยิ่งได้รับการคุ้มกันภัยน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง 

แต่สิ่งที่ส่งแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างแท้จริง คือ การที่เครื่องจักรกลและงบประมาณของ อบจ.ราชบุรี ถูกแผ่ขยายเข้าไปเกื้อหนุนพื้นที่เขต 1 ของ กุลวลี นพอมรบดี ด้วย

สายสัมพันธ์ข้ามพรรคระหว่าง บ้านใหญ่นิติกาญจนา และ บ้านใหญ่นพอมรบดี มีรากฐานยาวนาน ตั้งแต่สมัยร่วมชายคาพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ 

การผนึกกำลังกันในวิกฤตน้ำท่วมขังและน้ำมันดำครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่าสายสัมพันธ์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์เชิงพื้นที่ มีน้ำหนักเหนือกว่าเส้นแบ่งทางพรรคการเมืองในสภาหินอ่อนอย่างสิ้นเชิง

ลมใต้ปีก 'ดีลสีน้ำเงิน' - ชนักติดหลังที่ต้องดิ้น

ความชิดเชื้อระหว่าง บ้านใหญ่นิติกาญจนา กับ พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่สอดรับกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ว่า บุญยิ่ง กำลังเตรียมขนทัพ สส. ในกลุ่มย้ายขั้วไปซบพรรคสีน้ำเงิน 

ชนวนเหตุสำคัญปรากฏให้เห็นในเกมฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ราชบุรี เอฟซี ซึ่งมีภาพการพบปะเจรจาระหว่าง เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งค่ายภูมิใจไทย กับ บุญยิ่ง นิติกาญจนา

โดยมีกระแสข่าวว่าเป็นการเปิดดีลเพื่อปูทางให้ลูกชาย "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร นิติกาญจนา ประธานสโมสรราชบุรี เอฟซี สวมเสื้อภูมิใจไทยลงสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า

ประกอบกับความระหองระแหงภายในพรรคกล้าธรรม ระหว่าง บุญยิ่ง กับ สส. ร่วมจังหวัด อย่างกลุ่มของ จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ และ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต สส.ราชบุรี 

ภาพการบริหารทรัพยากรช่วงน้ำท่วมที่กำนันตุ้ยเลือกจะโอบอุ้ม สส.ภูมิใจไทย มากกว่าเพื่อนร่วมพรรค เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนการเมืองในราชบุรี

ศึกเดี่ยวของ สส. ไม่มีแต้มต่อจาก อบจ.

เมื่อหันไปมองพื้นที่เขต 3 ครอบคลุม อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.พรรคกล้าธรรม ภาพที่ปรากฏกลับตัดสลับเป็นคนละม้วน รอยร้าวระหว่าง ตระกูลกมลพันธ์ทิพย์ กับ กลุ่มนิติกาญจนา ทำให้เขต 3 กลายเป็นพื้นที่ที่ถูกตัดขาด

ในช่วงเวลาน้ำท่วมหลาก จตุพร จำต้องลุยพื้นที่แบบ "หัวเดียวกระเทียมลีบ" ประสานงานกับผู้นำท้องถิ่นระดับฐานราก เพื่อสำรวจจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จัดหาข้าวกล่องและถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยด้วยสรรพกำลังของตนเอง 

สภาพการณ์เดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับเขต 4 ของ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ใน อ.บ้านโป่ง และเขต 5 ของ บุญลือ ประเสริฐโสภา ใน อ.ดำเนินสะดวก ที่ต่างฝ่ายต่างต้องใช้เครือข่ายเทศบาลและ อบต. ในอาณาเขตของตนเองเข้าประคับประคองสถานการณ์ 

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ใดเดือดร้อนมากกว่า หากขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่นั้นมี "สายสัมพันธ์" เชื่อมโยงกับผู้คุมงบประมาณจังหวัดหรือไม่

วิกฤติน้ำท่วมขังที่มีคราบน้ำมันสีดำลอยเกลื่อนในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัยที่รอวันฟื้นฟูแต่เปรียบเสมือนภาพสะท้อนการเมืองบ้านใหญ่เมืองโอ่งมังกร ที่ซึ่งป้ายชื่อ พรรคการเมือง มีความหมายน้อยกว่า นามสกุล 

ในท้ายที่สุด เมื่อระดับน้ำลดลงและคราบน้ำมันถูกขจัดออกไป สิ่งที่คงอยู่และเห็นเด่นชัดยิ่งกว่าเดิม คือ รอยร้าวระหว่างกลุ่มต่างๆ การเดินหมากทางการเมืองที่เตรียมพร้อม สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ครั้งถัดไป  โดยมีน้ำท่วมเป็นฉากหลังของการเมืองบทนี้

Info-Ratchaburi-Bhumjaithai-KlaTham-21oct26.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์