‘รังสิมันต์ โรม’ เซ็งสภาฯ อุ้ม ‘ชนนพัฒฐ์’ หวั่นเอื้อ สส.เอี่ยวผิดกฏหมายในอนาคต

29 พ.ค. 2569 - 16:58

  • ‘รังสิมันต์ โรม’ ซัดมติสภาฯ ไม่ส่งตัว ‘ชนนพัฒฐ์’ ให้ DSI สอบ

  • ชี้สังคมอาจหมดศรัทธา หวั่นกลายเป็นเกราะคุ้มกัน “นักการเมืองเอี่ยวทุนเทา”

  • เตือนรัฐเฝ้าระวังเข้ม ป้องกันหลบหนีออกนอกประเทศ

‘รังสิมันต์ โรม’ เซ็งสภาฯ อุ้ม ‘ชนนพัฒฐ์’ หวั่นเอื้อ สส.เอี่ยวผิดกฏหมายในอนาคต

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นกรณี “ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่อนุญาตส่งตัวชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)” ว่า ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าประชาชนคงจะรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภาฯ แน่นอน

คือแน่นอนว่าเราคงไม่ได้ไปตัดสินว่าชนนพัฒฐ์ผิดหรือไม่ผิด แต่ว่าถ้าดูข้อหา คดีที่อาจจะมีมูลอะไรบางอย่าง แล้วการที่รัฐสภาใช้มาตรฐานแบบที่ผ่านมา นั่นก็คือการไม่ส่งตัวชนนพัฒฐ์ให้กับฝ่ายบ้านเมืองได้ดำเนินคดี ก็เหมือนเป็นการปกป้องคนที่ถูกข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือข้อกล่าวหาร้ายแรงอื่นๆ

รังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ประการที่สอง ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรนำไปเทียบเคียงกับกรณีอื่นๆ ที่สภาจะสามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาว่าจะอนุมัติตามคำร้องขอของฝ่ายบ้านเมืองหรือไม่ อย่างไร จะอ้างเป็นหลักปฏิบัติแบบนี้ต่อไปตลอดชั่วกัลปาวสานไม่ได้ แต่ควรดูจากความร้ายแรง ดูว่าเป็นเรื่องที่มีมูลไหม กรณีแบบนี้กับแบบอื่นแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้มีบางคนอ้างถึงกรณีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด ดังนั้นในเมื่อข้อเท็จจริงแตกต่างกัน การใช้ดุลพินิจของสภาก็ควรจะมีความแตกต่างกัน

สถานการณ์วันนี้ที่นักการเมืองเสียงส่วนใหญ่ในสภา ยังถือหลักปฏิบัติแบบนี้ ผมเป็นห่วงว่าอาจจะเป็นเพราะว่า ก็รู้กันดีหรือเปล่า ว่ามีนักการเมืองหลายๆ คนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาหลายๆ คน หากให้สภาฯ ยอมให้ฝ่ายบ้านเมืองเขาสามารถดำเนินการต่างๆ ได้ เกรงว่าในไม่ช้า มันจะลุกลามบานปลายไปถึงคนอื่นหรือเปล่า อันนี้ผมก็ได้แต่สันนิษฐาน แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันน่าผิดหวัง และมันทำลายความน่าเชื่อถือของสภาฯ

ส่วนกรณีที่รังสิมันต์ โพสต์ไว้ในทำนอง “ให้สภาฯ สั่งไปทาง รมว. หรือฝ่ายความมั่นคงตามช่องทางธรรมชาติ” ถือว่ามีสัญญาณหรือสิ่งบอกเหตุอะไรหรือไม่นั้น รังสิมันต์ ชี้แจงว่า ก็ต้องยอมรับว่า “กันไว้ก่อน” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีมติอะไรทำนองนี้ แล้วปรากฏว่าในภายหลังตามจับไม่ได้ บางกรณีศาลพิพากษาแล้วด้วยซ้ำ จนถึงวันนี้ยังตามจับไม่ได้

ดังนั้นเราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายชนนพัฒฐ์จะหนีไปที่ต่างประเทศหรือไม่ แต่สิ่งที่ควรจะทำคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ DSI หรือรัฐบาลอาจจะมีการสั่งการไปยังหน่วยงานตำรวจให้เฝ้าระวัง ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ ดังนั้นเราควรเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ

ทั้งนี้ ชนนพัฒฐ์ เป็น สส.ภาคใต้ มันก็ไม่ค่อยไกลจากชายแดนเท่าไหร่ ผมคิดว่าพื้นที่ตรงนั้นก็ต้องเฝ้าระวัง หากปรากฏว่ามีการหลบหนีจริง ซึ่งหวังว่าคงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามีการหลบหนีก็ต้องมีการเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่หละหลวมปล่อยให้มีการหลบหนี

วันนี้ สิ่งที่เราควรจะทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง คือ ต้องไม่มีนักการเมืองคนใดที่เกี่ยวข้องกับ ‘ทุนสีเทา’ สามารถหลุดรอดจากการดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมืองไปได้ และถ้าอนาคตชนนพัฒฐ์ไม่ถูกดำเนินคดีต่อไปในวันข้างหน้า ผมคิดว่า สภาฯ แห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายกระบวนการยุติธรรมที่จะเอานักการเมืองที่เชื่อมกับทุนเทามาลงโทษ

เมื่อถามถึงมุมมองที่มีต่อ ชนนพัฒฐ์ “พร้อมเข้าสู่กระบวนการจริงๆ หรือไม่” ภายหลังวันนี้มีการชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ไม่กี่นาที รังสิมันต์ กล่าวว่า ผมเป็นกังวล “เนื่องจากตอนที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคง เคยเชิญ ชนนพัฒฐ์ช่วงปิดสมัยประชุม แต่ ชนนพัฒฐ์ไม่มาเลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่มีหนังสือส่งมาที่กรรมาธิการด้วยซ้ำไป ดังนั้นผมตอบไม่ได้ว่า ชนนพัฒฐ์จะให้ความร่วมมือสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่”

แต่สิ่งที่ตอบได้คือ วันนี้สิ่งที่สภาฯ ได้ทำลงไป ผ่านเสียงข้างมากที่ยกมือโหวตนั้น ถ้าสุดท้ายชนนพัฒฐ์ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สภาก็ปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้เลยว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การดำเนินคดีเอาผิดกับนักการเมืองที่เชื่อมกับ ‘ทุนเทา’ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์