‘โรม’ สงสัยรัฐบาลไร้หมายจับ ‘เบน สมิธ’ ชี้อายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์น้อยไป–ช้าไป

17 ก.พ. 2569 - 20:13

  • ‘รังสิมันต์ โรม’ ชี้รัฐบาลอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ “น้อยไป–ช้าไป”

  • ตั้งคำถามเหตุไม่ออกหมายจับ ‘เบน สมิธ–ภรรยา’ ทั้งที่ทรัพย์มากกว่า

  • เตือนปล่อยเวลาให้เครือข่ายโยกเงิน เสี่ยงพลาดยึดทรัพย์คืนเหยื่อ

‘โรม’ สงสัยรัฐบาลไร้หมายจับ ‘เบน สมิธ’ ชี้อายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์น้อยไป–ช้าไป

รังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลไทยมีความเคลื่อนไหวในการยึดอายัดทรัพย์บุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยระบุว่า “สำหรับผมแล้ว การดำเนินการในวันนี้ยังถือว่าไม่เพียงพอ เพราะประเด็นตั้งต้นของคดีที่เริ่มจากกรณีแตงไทย เป็นแต่คดีหนึ่ง”

“แต่ยังมีอีกคดีที่ใหญ่กว่าและยังไม่ได้ริเริ่มในการดำเนินการ และที่น่าแปลกคือทั้งที่มีการออกหมายจับ ‘ยิม เลียก’ ไปแล้ว แต่กลับยังไม่มีการออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ กับภรรยา ซึ่งในแง่ทรัพย์สินที่มีการยึดอายัด ทรัพย์สินของ ‘เบน สมิธ’ มีมากกว่า ‘ยิม เลียก’ เสียอีก จึงน่าแปลกใจว่าทำไมถึงยังไม่มีการออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การขอหมายแดงจากตำรวจสากลได้ และจะทำให้การเคลื่อนไหวของ ‘เบน สมิธ’ ไปยังที่ต่างๆ ทำไม่ได้อีก”

ดังนั้น การออกหมายจับจึงเป็นส่วนสำคัญที่หายไป และผมก็ไม่เคยได้รับคำอธิบายต่อเรื่องนี้ ทุกหน่วยงานพร้อมใจที่จะเงียบเรื่องนี้

รังสิมันต์ เผยด้วยว่า “ได้รับข้อมูลมาโดยตลอดว่ามีความพยายามวิ่งเพื่อขอปลดอายัดทรัพย์สินที่มีการยึด แต่อย่างน้อยผมขอชื่นชมหน่วยงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มีคนพยายามทำงานจริงจังในเรื่องนี้”

“แต่ส่วนที่ยังไม่มีความคืบหน้าเคลื่อนไหวคือตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะต่อกรณี ‘ฮุ่ยวัน’ ที่เคยมีปฏิบัติการ ‘สกายฟอล’ ของตำรวจสอบสวนกลางมาก่อน ซึ่งถ้าดำเนินการตั้งต้นจากจุดนี้จะสามารถขยายผลในส่วนของเครือข่ายสแกมเมอร์ได้มากกว่าเดิม แต่กลับไม่มีการขยายผลในเรื่องนี้แต่อย่างไร”

พร้อมชี้ให้เห็นว่า “จากตัวเลขที่มีการสำรวจ เงินที่มีการเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์มของ ฮุ่ยวัน มีมูลค่ามากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีแค่เงินของเครือข่ายสแกมเมอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจสีดำอื่นๆ ด้วย”

“ดังนั้น ปัญหาคือการขยายผลจากสิ่งที่มีอยู่ยังน้อยเกินไป แม้จากการดำเนินงานของ ปปง. ความพยายามในการถอนยึดอายัดทรัพย์ใดๆ น่าจะเป็นไปได้ยากแล้ว แต่สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือการออกหมายจับ รวมถึงการขอหมายแดงเพื่อตามจับ เบน สมิธ และภรรยา

ส่วนกรณีท่าทีของกัมพูชาที่ดูเหมือนมีความพยายามในการปราบสแกมเมอร์มากขึ้นนั้น เป็นแค่การแสดงละคร เพราะ ฮุ่ยวัน มีความเชื่อมโยงกับ ฮุนโต หลานของฮุนเซน และเชื่อมกับ เฉินจื้อ นอกจากนี้ ภรรยาของ เบน สมิธ เคยดีแคลร์กับ กลต. สหรัฐอเมริกาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการจัดการกองทุน ฮุ่ยวันเอสเอ ในสวิตเซอร์แลนด์ ฮุ่ยวัน จึงเชื่อมโยงกับภรรยา เบน สมิธ และฮุ่ยวันเปย์ เชื่อมโยงกับ ฮุนโต และถ้าไล่เส้นเงินดีๆ มั่นใจได้ว่า ฮุนเซน เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน

พร้อมมองว่า “สุดท้ายจึงเป็นได้แค่การแสดงละครเพื่อให้ตัวเองดูไม่เกี่ยวข้อง แต่ในความเป็นจริงทุกคนรู้อยู่ว่าผู้มีอำนาจในกัมพูชาล้วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ทั้งสิ้น

รังสิมันต์ ย้ำอีกว่า “ไม่อยากให้ประเทศไทยทำแบบเดียวกัน รอบนี้อาจถูกตัวใหญ่ แต่ใช้เวลานานมาก ทำให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการจัดการความเสี่ยงของเครือข่ายเหล่านี้ จนทำให้โอกาสที่จะยึดทรัพย์ได้จริงเป็นจำนวนมากไม่เกิดขึ้น จำนวนที่มีการยึดทรัพย์ในรอบนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเส้นเงิน ซึ่งควรจะเอามาคืนให้กับเหยื่อสแกมเมอร์ได้ดีกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จะมีโอกาสในการทำลายโครงสร้างอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพด้วย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์