โซเชียลมีเดียกำลังจับตาการจัดกิจกรรมเสวนาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ทั้งวิทยาเขตหาดใหญ่และวิทยาเขตปัตตานี หลังปรากฏการเชิญบุคลากรและอดีตบุคลากรทางการเมืองจากพรรคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 รวมอย่างน้อย 4 กิจกรรม ขณะที่บางกิจกรรมระบุเงื่อนไขว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง
ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่คำถามถึงความเหมาะสมของการจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกรณีที่กิจกรรมมีเนื้อหาทางการเมืองและเชื่อมโยงกับการนับชั่วโมงกิจกรรมของนักศึกษา
ไทม์ไลน์ 4 กิจกรรม ดึงนักการเมือง-บุคลากรพรรคประชาชนร่วมเวที
กิจกรรมแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน, รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, เอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน และ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน เข้าร่วมบรรยายในวิชาหลักรัฐศาสตร์ให้กับนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ในหัวข้อ “รัฐโปร่งใสและรัฐก้าวหน้ากับกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้” พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมตั้งคำถาม
ต่อมา 24 กรกฎาคม 2569 มีการจัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในรายวิชา 196-204 THEORY AND POLITICAL PHILOSOPHY ภายใต้หัวข้อ “การเมืองในอุดมคติกับการเมืองที่เป็นจริง : จากเผด็จการการเลือกตั้งสู่การเมืองที่ดีกว่า” โดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นผู้บรรยาย
จากนั้น 11 สิงหาคม 2569 คณะรัฐศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ จัดเสวนาในหัวข้อ “รัฐ (ทำ) นูญ กติกาของประชาชนหรือเครื่องมือของผู้มีอำนาจ” ณ ห้องศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ โดยมี ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ และ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นวิทยากร
ที่น่าสนใจคือ กิจกรรมดังกล่าวมีการระบุเงื่อนไขว่า “นักศึกษาที่เข้าร่วมจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตบนสื่อสังคมออนไลน์
ส่วนกิจกรรมล่าสุดมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่หอประชุมชูเกียรติปิติเจริญกิจ ม.อ. วิทยาเขตปัตตานี ในหัวข้อ “ใต้เงาระบอบสีน้ำเงิน : แค่ยุคทองของ ‘บ้านใหญ่’ หรือการเมืองใหม่ถึงกาลอวสาน?” จัดโดยคณะรัฐศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตปัตตานี โดย มีรังสิมันต์ โรม และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าร่วมเสวนา
โซเชียลตั้งคำถาม ใช้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ “ดึงดูดมวลชน” หรือไม่
จากกิจกรรมที่ปรากฏต่อเนื่อง ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตในโลกออนไลน์ว่า การจัดเวทีลักษณะดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเมืองที่อาศัยความร่วมมือกับเครือข่ายนักศึกษาและคณาจารย์ในพื้นที่ โดยใช้พื้นที่และกลไกของมหาวิทยาลัยเป็นช่องทางในการเข้าถึงนักศึกษาและสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าวยังเป็นมุมมองและข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโดยตรง คือ การจัดกิจกรรมเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยหรือไม่ รวมถึงการกำหนดชั่วโมงกิจกรรมให้นักศึกษาที่เข้าร่วมมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่
‘ยศชนัน’ สั่งดูข้อมูล ม.อ. ย้ำเสรีภาพทางความคิดจำกัดไม่ได้
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวง อว. แล้ว และขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการหรือไม่
นายยศชนันระบุว่า รับทราบเรื่องนี้จากสื่อมวลชน ส่วนกิจกรรมมีความเหมาะสมหรือไม่ ขอพิจารณารายละเอียดก่อน แต่ยืนยันว่า “อิสรภาพทางความคิดถูกจำกัดไม่ได้” โดยสิ่งที่กระทรวงจะตรวจสอบคือกระบวนการจัดกิจกรรม รวมถึงการนับชั่วโมงกิจกรรมของนักศึกษาว่าดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่
หากผูกกับหน่วยกิต ต้องตรวจให้ชัดว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่
เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์การจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าวภายในมหาวิทยาลัย นายยศชนันกล่าวว่า การจัดกิจกรรมมีเสรีภาพอยู่แล้ว แต่หากกิจกรรมถูกเชื่อมโยงกับหน่วยกิตหรือการนับชั่วโมงกิจกรรม ก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่
ส่วนเนื้อหาของกิจกรรมนั้น มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีพระราชบัญญัติและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบในการดำเนินการ โดยมีนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ดูแล จึงขอให้รอการชี้แจงจากมหาวิทยาลัยก่อน
ไม่จำเป็นต้องออกกฎกลาง หากมหาวิทยาลัยมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว
สำหรับคำถามว่า หากพบว่าการจัดกิจกรรมมีความผิด จะต้องออกระเบียบใหม่เพื่อใช้เป็นแนวทางกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศหรือไม่ นายยศชนันระบุว่า มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีแนวทางและกระบวนการของตนเอง หากเกิดประเด็นขึ้นก็สามารถดำเนินการตามระบบที่มีอยู่
ทั้งกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มอาจารย์ต่างมีกระบวนการของตนเอง ขณะที่หน้าที่ของกระทรวง อว. คือกำกับดูแลให้มหาวิทยาลัยดำเนินการถูกต้องตามพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ
นายยศชนันยืนยันว่า หากพบเรื่องใดไม่ถูกต้อง มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็มีหลักเกณฑ์และแนวทางในการดำเนินการอยู่แล้ว
เส้นแบ่งเสรีภาพกับกติกา
กรณีการจัดกิจกรรมของ ม.อ. ที่มีบุคลากรและนักการเมืองจากพรรคประชาชนเข้าร่วม จึงมีสองประเด็นที่ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ประเด็นแรกคือ เสรีภาพทางความคิดและเสรีภาพในการจัดกิจกรรมทางวิชาการภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งกระทรวง อว. ยืนยันว่าไม่ควรถูกจำกัด ขณะที่ประเด็นที่สองคือ ความถูกต้องของกระบวนการจัดกิจกรรมและการนับชั่วโมงกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบตามกฎและระเบียบของมหาวิทยาลัย
ขณะนี้กระทรวง อว. อยู่ระหว่างขอข้อมูลจาก ม.อ. เพื่อพิจารณาว่าการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนของเนื้อหา กระบวนการ และการนับชั่วโมงกิจกรรม เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นความผิด
ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ใคร” ได้ขึ้นเวทีในมหาวิทยาลัย แต่อยู่ที่ว่า มหาวิทยาลัยสามารถเปิดพื้นที่ให้เกิดความหลากหลายทางความคิดได้อย่างเสรี พร้อมกับรักษามาตรฐานทางวิชาการ ความเป็นกลาง และกติกาภายในสถาบันการศึกษาได้มากเพียงใด




