‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวว่าขอไม่คุมกระทรวงพลังงาน ว่าในส่วนของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ซึ่งเป็นศูนย์ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน จะหมดไปกับรัฐบาล ‘หนู 1’ และเมื่อ ‘หนู 2’ มาก็ต้องตั้งใหม่ หลายคนที่อยู่ในตำแหน่ง ก็มีการสลับสับเปลี่ยน พร้อมยอมรับว่า คิดว่าจะให้ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานแทน เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งกับประชาชนและ ‘พิพัฒน์' เอง แต่อย่างไรก็ตามตนจะต้องระดมความรู้ประสบการณ์ของทุกคนมาแก้ไขปัญหาประชาชน ซึ่งตนก็รับฟังสังคมและประชาชน รวมถึงนักวิชาการและทุกๆฝ่าย เพื่อให้เกิดความสบายใจและสามารถทำงานต่อไปได้ ส่วนจะมีกุนซือด้านพลังงานเพิ่มเติมหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า "ตอนนี้ก็มีอยู่"
ขณะที่ การแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงจะให้น 'เอกนิติ' รับผิดชอบกระทรวงพลังงานใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามนั้น เพื่อให้ประชาชนและพิพัฒน์เกิดความสบายใจด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เขามีผลประโชน์ทับซ้อนทางพลังงาน แต่เป็นเพราะเราฟังเสียงประชาชน
สำหรับกรณีที่เมื่อวานนี้ ในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเรียกอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า และ 'พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์' เสนาธิการทหารเรือ เข้าหารือมีประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องพลังงานหรือไม่นั้น เป็นการขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ตำรวจ กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง เพื่อควบคุมไม่ให้มีการลักลอบขนน้ำมัน ซึ่งหลักจากนี้ไปน้ำมันจะต้องสำหรับประชาชนคนไทยเท่านั้น
ส่วนที่จะส่งไปสปป.ลาว จะจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและขายตรงไปยังสปป.ลาวเลย เพราะฉะนั้นน้ำมันทุกหยดที่กลั่นอยู่ในโรงกลั่นประเทศไทยจะต้องเอาไว้สำหรับคนไทยได้ใช้ พร้อมย้ำว่า เราจะต้องให้คนไทยได้ใช้จริงๆ ในภาวะที่น้ำมันของไทยราคาต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนได้มีการหารือกับเสนาธิการทหารเรือ เรื่อง MOU 2544 ด้วยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ส่วนตัวจบแล้ว ก่อนย้ำว่าคำว่าจบคือยกเลิก




