พรรคประชาชาติจัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค โดยมีวาระหารือต่อการตอบรับคำเชิญของพรรคภูมิใจไทยในการจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ภายหลังการประชุม ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาชาติได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ ให้เข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย และได้นำสิ่งที่พูดคุยมาก่อนหน้านั้นมาหารือในพรรค เพื่อขอมติพรรค และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า “พรรคประชาชาติที่มี สส. รวม 5 คน พร้อมเข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี”
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะมีประเด็นขัดแย้งหลายเรื่องนั้น ซูการ์โน กล่าวว่า “การตกลงครั้งนี้เป็นไปในนามพรรคประชาชาติ ไม่ใช่ สส.ของพรรคเท่านั้น ดังนั้นประเด็นที่ว่าไม่เอา พ.ต.อ.ทวี นั้นคุยกันแล้ว และยืนยันเป็นมติพรรคว่าจะไปทั้ง 5 คน ถ้ารับก็ไป ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.) ผมจะเป็นตัวแทนไปบอกกับพรรคภูมิใจไทยในมติของพรรคประชาชาติที่เป็นเอกฉันท์ ส่วน พ.ต.อ.ทวี นั้นติดภารกิจที่ต่างจังหวัด ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย”
เรื่องคดีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม และเป็นไปตามหน้าที่ เมื่อครั้งที่ พ.ต.อ.ทวี เป็น รมว.ยุติธรรม ซึ่งขณะนี้หน้าที่นั้นได้จบแล้ว และต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่การร่วมรัฐบาลนั้นถือเป็นคนละเรื่อง เพราะเป็นเรื่องการเมือง
— ซูการ์โน มะทา
เมื่อถามว่าได้ประเมินถึงการร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาลครั้งนี้อย่างไรถึงตอบรับร่วมรัฐบาล ซูการ์โน กล่าวว่า พรรคประชาชาติได้คุยกันและย้ำในหลักการคือ กฎหมายอะไรที่ขัดกับหลักศาสนาจะไม่โหวตเห็นด้วย ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่ได้พูดไว้ตอนหาเสียง ที่อยากจะทำคือการแก้ปัญหายาเสพติด เพราะสร้างผลกระทบกับประชาชนโดยตรงและกระทบต่อสังคมหลายด้าน สำหรับการผลักดันให้กัญชากลับเป็นยาเสพติดนั้น ต้องคุยกับพรรคภูมิใจไทยให้ชัดเจนว่าจะให้กัญชาถูกใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่เปิดเสรีกัญชา และหากเป็นเช่นนั้นต้องรีบดำเนินการ
การร่วมรัฐบาลจะทำให้เราได้ดูแลผลประโยชน์ประชาชนมากกว่าเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสิ่งที่เป็นความต้องการของประชาชน คิดว่าพูดคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะพูดง่ายกว่าเป็นฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันผู้สนับสนุนพรรคประชาชาติสนับสนุนให้พรรคเข้าร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล
— ซูการ์โน มะทา
ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่า รัฐบาลภูมิใจไทยอาจได้เสียงสนับสนุนเกิน 300 เสียงนั้น เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเสียงศักยภาพที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ และหากเป็นเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และการแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง
ทั้งนี้ในชั้นนี้ยังไม่มีการพูดถึงการรับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล หรือการนำเสนอนโยบายที่พรรคประชาชาติหาเสียงให้กำหนดเป็นนโยบายที่รัฐบาลใหม่จะขับเคลื่อน



