พิชิต ไชยมงคล และนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าของชีพ หรือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทุกวัน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้สิ่งอุปโภคบริโภค สิ่งของจำเป็นของ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ขยับตัวสูงขึ้น
ตามที่สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังคงลุกลาม สะเทือนราคาพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งแรงกระเพื่อมถึงประเทศไทย จนราคาน้ำมันผันผวน ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ปัจจัยภายนอกจะเกินควบคุม ทว่า ปัจจัยภายในกลับกลายเป็นชนวนซ้ำเติม เมื่อเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และภาคประชาชนหลายองค์กร ออกมาแสดงความกังวลถึงกลุ่มไอ้โม่ง ที่ฉวยจังหวะวิกฤติ กักตุนน้ำมัน หวังโกยกำไรบนความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ
สถานการณ์ยิ่งส่อเค้ารุนแรง เมื่อเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาดในบางช่วง ทั้งที่มีสต็อกเพียงพอ สะท้อนความผิดปกติของระบบ ขณะที่รัฐบาลถูกเรียกร้องให้เร่งจัดการตัวกลาง ที่เอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด โดยไม่เกรงใจเครือข่ายอิทธิพลที่ถูกจับตาว่ามีความใกล้ชิดกับกลุ่มการเมือง
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังปรับขึ้นค่าการกลั่นอย่างรวดเร็ว ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง ทั้งที่น้ำมันที่จำหน่ายยังเป็นสต็อกเดิม แต่กลับเพิ่มภาระให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนถูกมองว่า สวนทางความทุกข์ของประชาชน
คปท.ชี้ว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงวิกฤติราคา แต่คือ วิกฤติโครงสร้างพลังงาน ที่ต้องแก้ทั้งระบบ บนหลักคิดว่า“พลังงานคือความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแสวงหากำไร”
พร้อมกันนี้ ได้เสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อรัฐบาล ได้แก่
1.ให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ น้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซ
2.ลดค่าการกลั่นตามต้นทุนจริง ลดภาษีสรรพสามิต และควบคุมค่าการตลาดไม่เกินระดับที่เหมาะสม
3.ยกเลิกการอ้างอิงราคา MOPS สิงคโปร์ หันมาใช้ระบบต้นทุนจริง + กำไรที่เหมาะสม
4.เปิดเผยหลักเกณฑ์กองทุนน้ำมันอย่างโปร่งใส
5.ปฏิรูปกองทุนน้ำมันสู่คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ
6.จัดตั้งองค์กรพลังงานแห่งชาติ แยกโครงสร้างพื้นฐานออกจากเอกชนให้อยู่ภายใต้รัฐ
ท้ายที่สุด คปท.ย้ำชัดว่า พลังงานคือเสาหลักของประเทศ หากประชาชนยังถูกซ้ำเติม ความมั่นคงของชาติย่อมสั่นคลอน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลงมือ “ก่อนวิกฤติจะลุกลามเกินเยียวยา”
การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในระยะสั้น ในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันในการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ในเรื่องของการหาตัวไอ้โม่ง ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการแล้วได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งในหลายวันก่อนได้ลงในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเบาะแสเพื่อดำเนินการหาคนผิด ไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน
ต่อมาเวลา 10.00 น. ภราดร ปริศนานันทกุล รมว. ประจำสำนักนายกฯ พร้อม เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ,สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้เดินทางออกมารับหนังสือ พร้อมนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป
ภราดร ได้กล่าวก่อนรับหนังสือร้องเรียนว่า ในวันนี้มีการประชุมครม.นัดแรก ซึ่งทางรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปเมื่อวานนี้ (10 เม.ย.) และมีอำนาจเต็ม ในการบริหารราชการแผนดิน ซึ่งทางรัฐบาลได้แบ่งระยะการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ในระยะเร่งด่วน เป็นแก้ไขปัญหาค่าครองชีพในระยะของพี่น้องประชาชน
แนวทางสำคัญคือการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยกำหนดให้หน่วยงานราชการทบทวนโครงการต่างๆ อย่างเข้มงวด โครงการใดที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีความสำคัญเร่งด่วน ให้ชะลอหรือระงับไว้ก่อนทั้งหมด
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่า จะใช้งบประมาณแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า โดยมีเป้าหมายหลักให้งบประมาณปี 2570 สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพสุงสุด




