สวน ‘พรรคส้ม’ ชง ‘สสร.’ เสี่ยงขัด ‘รธน.’ ขอเคลียร์ชัดๆ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คือใคร

27 พ.ค. 2569 - 13:49

  • ‘พิสิษฐ์’ สวน ’พรรคส้ม‘ อย่ามา ’วาทกรรม‘ ทำปชช.สับสน ชง ’สูตร สสร.‘ ทางตรง เสี่ยงขัดรธน.

  • ครหาส่อเกิด ’ฮั้ว‘ เซ็งใช้คำนี้กันสะเปะสะปะ พร่ำเพรื่อ

  • เมินคาดหวัง ‘เท้ง’ ขอโทษปมยัดเยียด ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ แต่ขอคุย ‘เพื่อนสมาชิก-ฝ่ายกม.’ เล็งเอาผิดกล่าวหา ’ฉ้อฉล‘

สวน ‘พรรคส้ม’ ชง ‘สสร.’ เสี่ยงขัด ‘รธน.’ ขอเคลียร์ชัดๆ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คือใคร

‘พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์’ สว. กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)มาจากการเลือกตั้งว่า ส่วนตัวมองว่า อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การพิจารณาในวาระ 1 ไม่ใช่ว่าโหวตรับร่างฯ มาแล้วจะแก้ไขไม่ได้ แต่หากเราโหวตไม่รับเลย ก็เท่ากับปฏิเสธว่าไม่เอาร่างทั้งฉบับ  

ดังนั้นจึงคิดว่า ทั้ง สส.และ สว.จะมองเห็นถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ด้วยการโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทุกพรรคการเมือง เพราะไม่มีร่างไหนที่ดีหรือไม่ดี 100% แต่ทุกร่างฯ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และมีมาตราที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ ส่วนหมายความ สสร.ไม่ควรมาจากการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นั้นยืนยันจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เพราะบัญญัติไว้ชัดเจนว่าไม่สามารถให้ประชาชนเลือกโดยตรงได้ ในเมื่อเรามีหน้าที่กลั่นกรองการออกกฎหมาย ก็ต้องให้ความสำคัญกับคำวินิจฉัยของศาลเป็นอันดับ 1 และ มีข้อถกเถียงว่า หาก สสร.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อาจจะมีการฮั้วเกิดขึ้นได้  

พิสิษฐ์ กล่าวว่า คำว่าฮั้วท่านก็ใช้กันสะเปะสะปะพร่ำเพรื่อมาก ขอถามว่า ตัวแทนที่ไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของประชาชนใช่หรือไม่ ดังนั้น อำนาจในการตั้ง สสร. ก็มีสิทธิ์อยู่แล้ว ส่วนที่พรรคประชาชน เสนอร่างอีกสูตรหนึ่ง คือให้ประชาชนเลือกตั้งก่อน แล้วค่อยให้รัฐสภามาเลือกอีกที แค่ประโยคแรกก็ไม่ได้แล้ว และการที่จะให้สภาฯเลือกคนที่ประชาชนเลือกมาอีกทีนั้น มันก็ไม่ได้เป็นทางอ้อม ท่านไม่ต้องทำวาทกรรมให้ประชาชนสับสนเรื่องนี้ เพราะยังไงก็คือการเลือกตั้งโดยตรง  

นอกจากนี้ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิวภา) กล่าวถึงกรณีที่ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวหาวุฒิสภาทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยภายใต้การเมืองเป็นระบอบสีน้ำเงิน และ 89 สว.ได้แถลงข่าวให้มีการขอโทษภายใน 3 วันว่า ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังว่าณัฐพงษ์จะมาขอโทษ แต่หลังจากนี้ต้องมีการปรึกษากันกับ สว. และฝ่ายกฎหมายว่า จะดำเนินการอย่างไร เพราะต้องดูตามข้อกฎหมาย  

เมื่อถามถึงการเชื่อมโยงวาทกรรมเรื่องระบอบสีน้ำเงินกับวุฒิสภา พิสิษฐ์ กล่าวว่า คำว่า ระบอบสีน้ำเงิน ไม่ทราบว่า ณัฐพงษ์ บัญญัติคำนี้ด้วยอะไร และก็ไม่ทราบว่า ระบอบสีน้ำเงินคืออะไร เพราะประเทศไทยไม่มีระบอบนี้ เรามีแต่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งอันนี้คือ ชัดเจน ส่วนระบอบสีน้ำเงิน อยากให้มีการเคลียร์ประเด็นนี้ เพราะจะได้รู้ว่า หมายถึงใคร ซึ่งตนฟังวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่า หมายถึงใคร แต่การที่ณัฐพงษ์ โจมตี สว.ว่า มีการฉ้อฉล จึงทำให้สว.89 คน จึงต้องออกมาแถลงข่าว เพื่อให้มีการขอโทษ 

“ถามในมุมของระบอบสีน้ำเงิน ผมต้องตอบเลยว่า ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่า ระบอบสีน้ำเงินของท่านหมายถึงอะไร ท่านช่วยมาเคลียร์ให้ด้วย ท่านอย่าพูดอะไรในลักษณะที่ให้ประชาชนตีความ ท่านเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นถึงหัวหน้าพรรคประชาชน ทำอะไรขอให้ความชัดเจน ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เอาให้ชัด อย่ามาพูดให้ทุกคนต้องมาตีความ มันจะทำให้สังคมสับสน หรืออาจมองถึงขนาดที่ยุยง ส่งเสริม หรือปลุกปั่น ให้เกิดความแตกแยกทางสังคมด้วยซ้ำไป“

พิสิษฐ์ กล่าว  

เมื่อถามว่า ภาพที่ออกไปจะเป็นภาพความขัดแย้งระหว่างสภาสูง กับสภาล่างหรือไม่ พิสิษฐ์ กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ใช่ วันนี้เราไม่ได้มองตรงนั้น เพราะความคิดเห็นของณัฐพงษ์ ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัว สว. ไม่ได้มองว่า ณัฐพงษ์ ทำในฐานะของสภาผู้แทนราษฎร แต่ทำในฐานะส่วนตัว ยังมั่นใจว่า พรรคประชาชนทั้งหมด ไม่ได้มีความคิดเดียวกันกับณัฐพงษ์ทุกคน ส่วนเรื่องความขัดแย้งระหว่าง สส.กับ สว. ยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน  

ส่วนเรื่องนี้จะกระทบต่อการพิจารณากฎหมายของ สว.หรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน เราต้องแยกให้ออกว่า ณัฐพงษ์ แสดงความคิดเห็นเป็นการส่วนตัว แต่ทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเรื่องของงาน ดังนั้นเราแยกแยะออกได้ว่า อันไหนคืองาน อันไหนคือเรื่องส่วนตัว ส่วนการออกกฎหมาย และการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนนี้ถือเป็นหน้าที่ และอำนาจความรับผิดชอบของทั้ง 2 สภา  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์